ตอนที่ 20 — รอยร้าวที่มองไม่เห็น
บรรยากาศหลังเหตุการณ์ที่ลานดาวตอนกลางคืนนั้นหนักอึ้งราวกับมีเมฆหมอกปกคลุม สไปรท์และแทนไทเดินจับมือกันกลับบ้านในความเงียบที่เต็มไปด้วยความคิดมากมาย ความรู้สึกหลากหลายปะปนกันไปมา ทั้งความโล่งใจที่ความจริงถูกเปิดเผย ความโกรธแค้นต่อการกระทำของนนท์ และความกังวลต่ออนาคตของความสัมพันธ์ที่เพิ่งจะผ่านพ้นมรสุมใหญ่มา
“เธอโอเคจริงๆ เหรอ สไปรท์” แทนไทถามอีกครั้งหลังจากเดินเงียบกันมาพักใหญ่ เขารู้สึกได้ถึงความสั่นเทาในตัวสไปรท์ ถึงแม้เธอจะพยายามแสดงออกว่าเข้มแข็งก็ตาม
สไปรท์พยักหน้าเบาๆ “ก็… ดีขึ้นแล้วค่ะ” เธอตอบ “แค่ยังรู้สึก… งงๆ อยู่”
“ฉันเข้าใจ” แทนไทพูด “ฉันก็เหมือนกัน มันยากที่จะเชื่อว่าคนที่เรารู้จักมานาน จะมีด้านที่โหดร้ายขนาดนั้น”
“หนูไม่เคยคิดเลยจริงๆ นะ” สไปรท์ถอนหายใจ “ตั้งแต่เด็กๆ หนูเห็นนนท์เป็นเพื่อนที่ดีมาตลอด”
“คนเราเปลี่ยนแปลงได้นะ” แทนไทบอก “บางที สิ่งที่เขาแสดงออกมา อาจจะไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของเขาเสมอไป”
“แต่การกระทำของเขาครั้งนี้ มันเกินกว่าจะให้อภัยได้เลยนะแทนไท” สไปรท์พูดเสียงจริงจัง “การใช้คนอื่นเป็นเครื่องมือ การวางแผนใส่ร้าย การทำลายความรู้สึกของคนอื่น… มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลย”
“ฉันรู้” แทนไทตอบ “แต่เราได้ความจริงกลับคืนมาแล้ว นั่นคือสิ่งสำคัญที่สุด”
“ใช่ค่ะ” สไปรท์เห็นด้วย “อย่างน้อยเราก็รู้ว่าใครคือคนที่หวังดีกับเราจริงๆ” เธอหันไปมองพี่น้ำผึ้งที่เดินตามมาห่างๆ “หนูขอบคุณพี่น้ำผึ้งมากๆ เลยค่ะ”
พี่น้ำผึ้งยิ้มให้ “ไม่เป็นไรจ้ะ พี่ดีใจที่ได้ช่วย”
เมื่อมาถึงหน้าบ้านของสไปรท์ ทั้งสองคนก็กล่าวลาพี่น้ำผึ้งก่อนจะแยกย้ายกันไป สไปรท์เดินเข้าบ้านด้วยหัวใจที่ยังเต้นระรัว ภาพของนนท์ที่กำลังพยายามแก้ตัวอย่างสิ้นหวังยังคงติดตาเธออยู่
ตลอดทั้งวัน สไปรท์รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงรอบตัว เธอสังเกตเห็นสายตาของเพื่อนๆ บางคนที่มองเธอด้วยความสงสัย แต่ก็มีบางคนที่มองด้วยความเข้าใจ นนท์เองก็หายหน้าไปจากโรงเรียนอย่างกะทันหัน ไม่มีการปรากฏตัวใดๆ ไม่มีคำอธิบาย ไม่มีคำขอโทษ
ข่าวลือต่างๆ ที่นนท์พยายามจะปล่อยออกมา ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของสไปรท์และแทนไทมากนัก ตรงกันข้าม มันกลับทำให้คนรอบข้างมองนนท์ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป หลายคนเริ่มเข้าใจสถานการณ์ และเห็นใจสไปรท์กับแทนไทมากขึ้น
แต่สิ่งที่ยังคงกวนใจสไปรท์อยู่ คือความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายในใจของเธอเอง แม้ว่าความจริงจะถูกเปิดเผยแล้ว และนนท์ก็ได้รับผลของการกระทำของเขาแล้ว แต่รอยร้าวบางอย่างก็เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเธอ
“แทนไท” สไปรท์โทรหาเขาในตอนเย็น “เรา… เรายังโอเคกันอยู่ใช่ไหม”
“แน่นอนสิ” เสียงของแทนไทตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว “เกิดอะไรขึ้นเหรอ”
“เปล่าค่ะ” สไปรท์พยายามกลั้นเสียงสั่น “แค่… รู้สึกว่าเรื่องมันหนักหนาไปหน่อย”
“ฉันก็รู้สึกเหมือนกัน” แทนไทยอมรับ “แต่จำได้ไหม ว่าเราคุยกันแล้ว ว่าเราจะผ่านมันไปด้วยกัน”
“จำได้ค่ะ” สไปรท์ตอบ “แค่บางที… หนูอยากจะหลีกหนีความจริงไปสักพัก”
“ได้สิ” แทนไทพูด “พรุ่งนี้เราไปเที่ยวที่ทะเลกันไหม”
สไปรท์คิดอยู่ครู่หนึ่ง “ไปค่ะ” เธอตอบ “หนูอยากไปทะเล”
การตัดสินใจไปเที่ยวทะเลทำให้สไปรท์รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย เธอหวังว่าการเปลี่ยนแปลงบรรยากาศจะช่วยให้เธอหลุดพ้นจากความรู้สึกอึดอัดใจที่ค้างคาอยู่
ในขณะเดียวกันที่บ้านของนนท์ บรรยากาศก็เต็มไปด้วยความตึงเครียด พ่อแม่ของนนท์พยายามสอบถามถึงสาเหตุที่เขาหยุดเรียน แต่เขาก็เอาแต่เงียบ ไม่ยอมพูดอะไรออกมา
“นนท์ นี่มันอะไรกัน” พ่อของเขาถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล “ทำไมถึงไม่ไปโรงเรียน”
“ผมไม่อยากไป” นนท์ตอบเสียงอู้อี้ “ผมเบื่อ”
“เบื่อเรื่องอะไร” แม่ของเขาถาม “บอกพ่อกับแม่ได้นะ”
นนท์ส่ายหน้า “ไม่มีอะไรครับ” เขาพูด
“แน่ใจนะ” พ่อของเขาถาม “พ่อเห็นข่าวลือเกี่ยวกับเรื่องที่โรงเรียน… มันเกี่ยวกับหนูหรือเปล่า”
นนท์สะดุ้งเล็กน้อย “เปล่าครับ” เขาตอบ “มันไม่ใช่เรื่องของผม”
“แล้วทำไมถึงไม่ไปโรงเรียน” แม่ของเขาถามอีกครั้ง “ถ้ามีปัญหาอะไร บอกพ่อกับแม่นะ เราจะได้ช่วยกันแก้”
“ผม… ผมแค่อยากอยู่คนเดียว” นนท์พูด
พ่อกับแม่ของนนท์มองหน้ากันด้วยความเป็นห่วง พวกเขาไม่รู้ว่าลูกชายของตัวเองกำลังเผชิญหน้ากับอะไร และพวกเขาจะช่วยลูกชายได้อย่างไร
อีกด้านหนึ่ง รุ่นพี่คนนั้นก็กำลังนั่งเสียใจอยู่เพียงลำพัง เธอรู้สึกผิดที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราวของสไปรท์และแทนไท และรู้สึกเสียใจที่ถูกนนท์หลอกใช้ เธอพยายามคิดหาทางที่จะชดใช้สิ่งที่เธอได้ทำลงไป
“ฉันควรจะทำยังไงดี” เธอพึมพำกับตัวเอง “ฉันไม่น่าเข้าไปยุ่งเลย”
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา พิมพ์ข้อความหาพี่น้ำผึ้ง
“พี่น้ำผึ้งคะ หนูอยากจะขอโทษค่ะ”
พี่น้ำผึ้งอ่านข้อความนั้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เธอเข้าใจว่ารุ่นพี่คนนั้นก็เป็นเพียงเหยื่ออีกคนหนึ่งของแผนการของนนท์
“ไม่เป็นไรนะ” พี่น้ำผึ้งตอบกลับ “สิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว มันก็ผ่านไปแล้ว”
“หนู… หนูอยากจะช่วยอะไรบางอย่าง” รุ่นพี่คนนั้นพิมพ์ต่อ “ถ้ามีอะไรที่หนูทำได้ บอกหนูนะคะ”
พี่น้ำผึ้งพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง “งั้น… ถ้ามีอะไร ฉันจะบอกเธออีกทีนะ”
คืนนั้น สไปรท์นอนไม่หลับ เธอพยายามคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น และความรู้สึกที่มันทิ้งไว้ให้
“เราจะผ่านมันไปได้จริงๆ เหรอแทนไท” เธอถามตัวเองในความมืด
เธอรู้ดีว่าเรื่องที่เกิดขึ้นได้สร้างรอยร้าวบางอย่างขึ้นมา แม้ว่าความรักของเธอและแทนไทจะแข็งแกร่ง แต่มันก็ยังมีความเปราะบางอยู่
ขณะที่เธอกำลังจะหลับตาลง เธอก็นึกถึงคำพูดของนนท์ที่ว่า “ฉันแค่อยากให้นายรู้ว่าเธอไม่ได้รักนายจริงๆ”
คำพูดนั้นยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเธอ มันทำให้เธออดสงสัยไม่ได้ว่า จริงๆ แล้ว นนท์เข้าใจความสัมพันธ์ของเธอกับแทนไทผิดไปมากแค่ไหน หรือว่าเขาอาจจะกำลังพูดถึงอะไรที่ลึกซึ้งกว่านั้น
แต่เมื่อคิดถึงใบหน้าของแทนไท แววตาที่เต็มไปด้วยความรักและความห่วงใย เธอก็คลายความกังวลลงไปได้บ้าง
“เราจะจับมือกันผ่านมันไปให้ได้” เธอกลอบตัวเอง
4,666 ตัวอักษร