เมื่อดาวโรงเรียนตกหลุมรักเด็กเนิร์ด

ตอนที่ 22 / 40

ตอนที่ 22 — ความสบายใจที่ริมทะเล

“แทนไท” สไปรท์พูดขึ้นมาอย่างกะทันหัน ขณะที่ทั้งสองเดินเลียบชายหาด ทะเลเย็นๆ ซัดเข้าที่ข้อเท้าของเธอเป็นครั้งคราว แสงแดดยามบ่ายกำลังอ่อนลง ทำให้ทุกอย่างดูนุ่มนวลกว่าที่เคย “หนูดีใจที่ได้มาที่นี่จริงๆ ค่ะ” แทนไทหันมามองเธอ ดวงตาของเขาสะท้อนประกายของแสงแดดที่กำลังจะลับขอบฟ้า “ฉันก็ดีใจที่เธอได้พักผ่อนนะ” เขาตอบพลางบีบมือเธอเบาๆ “ฉันเห็นเธอเครียดมาตลอดหลายวันเลย” “มันก็… ใช่ค่ะ” สไปรท์ถอนหายใจแผ่วเบา “เรื่องที่เกิดขึ้นที่โรงเรียนมันหนักหนาจริงๆ” เธอหยุดเดินชั่วครู่ หันไปมองผืนน้ำสีครามที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา “บางที การได้หนีออกมาจากตรงนั้นสักพัก ก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว” “ฉันก็คิดแบบนั้น” แทนไทกล่าว “ฉันอยากให้เธอได้เจอแต่สิ่งดีๆ ไม่อยากให้มีอะไรมารบกวนจิตใจเธออีก” เขาดึงเธอเข้ามากอดเบาๆ “จำได้ไหมตอนที่เราคุยกันครั้งแรกๆ เธอเคยบอกว่าอยากไปเที่ยวทะเลกับคนที่เธอรัก” สไปรท์เงยหน้ามองเขา ยิ้มอย่างอบอุ่น “จำได้ค่ะ แล้ววันนั้นหนูก็คิดว่า มันคงจะเป็นไปไม่ได้” เธอพูดเสียงเบา “หนูไม่เคยคิดเลยว่า ความฝันเล็กๆ ของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง มันจะกลายเป็นจริงได้” “สำหรับฉัน เธอก็เหมือนความฝันที่กลายเป็นจริงนะ” แทนไทกระซิบข้างหูเธอ สไปรท์รู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นไปทั่วร่าง ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาทันที “อย่าพูดแบบนี้สิคะ” เธอแกล้งทำเป็นดุ แต่ในใจกลับเต้นแรงกว่าเดิม “มันจะทำให้คนอื่นหมั่นไส้เอานะ” “ใครจะหมั่นไส้” แทนไทหัวเราะเบาๆ “มีแค่เราสองคนตรงนี้” เขาปล่อยเธอออกจากการกอด แต่ยังคงจับมือเธอไว้แน่น “แล้วจริงๆ นะ สไปรท์ ตั้งแต่แรกเลย ฉันก็ไม่เคยคิดว่าคนอย่างฉัน จะมีโอกาสได้ยืนอยู่ตรงนี้ ข้างๆ คนอย่างเธอ” “ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะคะ” สไปรท์ถามอย่างจริงจัง “หนูเห็นคุณค่าของแทนไทเสมอ” “ก็… เธอคือสไปรท์ ดาวโรงเรียน” แทนไทอธิบาย “เป็นที่รักของทุกคน เป็นคนที่สมบูรณ์แบบในสายตาคนอื่น ส่วนฉัน… ฉันก็แค่เด็กเนิร์ดที่นั่งอยู่ในมุมห้อง” “แต่หนูไม่เคยเห็นแทนไทเป็นแค่เด็กเนิร์ดเลยนะคะ” สไปรท์พูดสวนทันที “หนูเห็นความฉลาด ความดี ความอ่อนโยน และที่สำคัญที่สุด… หนูเห็นความจริงใจของแทนไท” เธอหยุดพูด หันมามองหน้าเขาตรงๆ “ความจริงใจของเธอ มันทำให้หนูรู้สึกปลอดภัย รู้สึกว่ามีใครสักคนที่พร้อมจะเข้าใจและยอมรับในตัวตนของหนูจริงๆ” แทนไทมองเข้าไปในดวงตาของสไปรท์ เขาเห็นความรู้สึกที่จริงใจและอบอุ่นส่งผ่านออกมา “ขอบคุณนะ สไปรท์” เขาพึมพำ “คำพูดของเธอมีความหมายกับฉันมากจริงๆ” “แล้วแทนไทล่ะคะ” สไปรท์ถามต่อ “อะไรที่ทำให้แทนไท… รู้สึกกับหนู” แทนไทคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบ “มันเริ่มจากความประทับใจแรกที่เราเจอกัน ที่ห้องสมุด” เขาเล่า “ตอนนั้นฉันแค่แอบมองเธออยู่ห่างๆ คิดว่าเธอคงไม่เคยสังเกตเห็นเด็กอย่างฉันเลย” “หนูเห็นค่ะ” สไปรท์รีบบอก “แค่ตอนนั้นหนูยังไม่เข้าใจตัวเอง” “พอได้คุยกัน ได้รู้จักกันมากขึ้น ฉันก็ยิ่งพบว่า เธอก็เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง ที่มีความรู้สึก มีความผิดหวัง มีความอ่อนแอ… เหมือนกับทุกคน” แทนไทพูดต่อ “แต่สิ่งที่ทำให้ฉันประทับใจมากที่สุด คือความเข้มแข็งที่เธอมี เธอผ่านเรื่องร้ายๆ มาเยอะ แต่เธอก็ยังลุกขึ้นยืนได้เสมอ” “ส่วนเรื่องของนนท์…” สไปรท์พูดขึ้นมาอย่างกะทันหัน สีหน้าของเธอหมองลงเล็กน้อย “หนูยัง… ทำใจไม่ได้จริงๆ” “ฉันรู้” แทนไทบีบมือเธอแน่น “มันเป็นเรื่องยากที่จะยอมรับว่าคนที่เคยเป็นเพื่อน กลับกลายเป็นคนที่ทำร้ายเราได้” “หนูเคยคิดว่า… โลกของหนูมันจะพังทลายลงไปเลย” สไปรท์สารภาพ “ถ้าไม่มีแทนไท หนูไม่รู้ว่าหนูจะผ่านมันไปได้ยังไง” “เธอไม่ได้อยู่คนเดียวแล้วนะ สไปรท์” แทนไทพูดอย่างหนักแน่น “นับจากนี้ไป ฉันจะอยู่ตรงนี้เสมอ” ทั้งสองคนเดินเงียบไปพักหนึ่ง ปล่อยให้เสียงคลื่นกล่อมเกลาความรู้สึก แทนไทตัดสินใจว่าจะไม่พูดถึงเรื่องที่โรงเรียนอีกในวันนี้ เขาอยากให้สไปรท์ได้ผ่อนคลายจริงๆ “เราไปหาอะไรอร่อยๆ กินกันดีกว่า” แทนไทเสนอ “ฉันเห็นร้านอาหารทะเลแถวนี้ น่ากินมากเลย” “ดีเลยค่ะ” สไปรท์ตอบ “หนูหิวมากแล้ว” เมื่อพวกเขาเดินไปถึงร้านอาหารทะเล บรรยากาศก็ยิ่งทำให้สไปรท์รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น ร้านตั้งอยู่ติดริมหาด มีโต๊ะอาหารตั้งอยู่บนพื้นทรายใต้ร่มคันใหญ่ สายลมทะเลพัดเอื่อยๆ พร้อมกับกลิ่นหอมของอาหารทะเลสดๆ “เลือกเลยนะ” แทนไทบอก พลางกางเมนูให้เธอ “อยากกินอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า” สไปรท์กวาดตามองเมนู ก่อนจะชี้ไปที่รายการอาหารบางอย่าง “เอาอันนี้ แล้วก็อันนี้ค่ะ” เธอพูด “แล้วก็… ขอเป็นกุ้งเผาสดๆ ตัวใหญ่ๆ เลยนะคะ” “ได้เลยครับ” พนักงานรับออเดอร์ไป ขณะรออาหาร ทั้งสองก็นั่งคุยกันเรื่องสัพเพเหระ สไปรท์เล่าเรื่องที่โรงเรียนของเธอที่ผ่านมา ตั้งแต่สมัยเด็กๆ จนถึงช่วงเวลาที่เธอเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติในตัวนนท์ แทนไทก็รับฟังอย่างตั้งใจ และคอยถามคำถามที่ทำให้สไปรท์ได้ขยายความในสิ่งที่เธอคิด “จริงๆ หนูไม่เคยคิดเลยนะคะ ว่านนท์จะทำอะไรแบบนี้” สไปรท์กล่าว “เขาดูเป็นคนที่ดีมาตลอด” “บางที… สิ่งที่คนเราแสดงออกให้คนอื่นเห็น ก็อาจจะไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงทั้งหมดเสมอไป” แทนไทพูดอย่างนุ่มนวล “เหมือนกับฉัน ที่เธอเคยคิดว่าฉันเป็นแค่เด็กเนิร์ด แต่จริงๆ แล้ว ฉันก็มีความรู้สึก มีความกลัว มีความหวัง เหมือนกัน” “หนูเข้าใจค่ะ” สไปรท์พยักหน้า “แต่นี่มันต่างกันนะคะ การที่เราปิดบังบางส่วนของตัวเอง กับการที่เราตั้งใจทำร้ายคนอื่น มันคนละเรื่องกันเลย” “แน่นอน” แทนไทเห็นด้วย “ฉันไม่ได้จะแก้ตัวให้นนท์นะ แต่ฉันแค่อยากให้เธอเข้าใจว่า โลกมันซับซ้อนกว่าที่เราคิด” “ใช่ค่ะ” สไปรท์ตอบ “และหนูก็ขอบคุณแทนไท ที่ทำให้หนูได้เห็นโลกในมุมที่ต่างออกไป” เมื่ออาหารมาเสิร์ฟ ทั้งสองก็เริ่มทานกันอย่างเอร็ดอร่อย กุ้งเผาตัวโตๆ เนื้อหวานๆ ปลากระพงทอดกรอบๆ น้ำจิ้มรสเด็ด ทุกอย่างดูลงตัวไปหมด “อร่อยมากเลยค่ะ” สไปรท์เอ่ยชม “หนูแทบจะลืมเรื่องที่โรงเรียนไปเลย” “ดีแล้ว” แทนไทยิ้ม “ฉันอยากให้เธอได้มีความสุขจริงๆ” หลังจากทานอาหารเสร็จ ทั้งสองก็เดินเล่นริมหาดอีกครั้ง ท้องฟ้าเริ่มมืดลง ดวงดาวเริ่มปรากฏขึ้นทีละดวง “นี่คือช่วงเวลาที่หนูชอบที่สุดเลยค่ะ” สไปรท์กล่าว “ตอนที่ทุกอย่างเงียบสงบ แล้วก็มีดาวเต็มฟ้า” “ฉันก็ชอบ” แทนไทตอบ “แต่ฉันชอบมากกว่านั้นตอนที่มีเธออยู่ข้างๆ” สไปรท์หัวเราะเบาๆ “อย่าพูดหวานเกินไปเลยค่ะ” “แต่มันคือความจริง” แทนไทพูดอย่างจริงจัง “ตั้งแต่เจอเธอ ชีวิตฉันก็เปลี่ยนไปมาก ฉันกล้าที่จะเป็นตัวเองมากขึ้น กล้าที่จะทำในสิ่งที่อยากทำ” “จริงๆ หนูเองก็เหมือนกันค่ะ” สไปรท์สารภาพ “ถ้าไม่ได้แทนไท หนูคงยังจมปลักอยู่กับความรู้สึกแย่ๆ” “เราต่างหากที่ต้องขอบคุณกันและกันนะ” แทนไทพูด “เราคือส่วนเติมเต็มให้กันและกัน” คืนนั้น ทั้งสองพักอยู่ที่โรงแรมใกล้ๆ ชายหาด ก่อนจะกลับบ้านในวันรุ่งขึ้น สไปรท์รู้สึกได้ว่า จิตใจของเธอสงบลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน การเดินทางมาทะเลครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การหลีกหนีปัญหา แต่มันคือการเยียวยาจิตใจ และการเริ่มต้นใหม่

5,446 ตัวอักษร