ตอนที่ 2 — รอยร้าวและความหวังริบหรี่
เช้าวันรุ่งขึ้น กอล์ฟและมาร์คเดินทางมาถึงโรงเรียนแต่เช้าตรู่กว่าปกติ พวกเขารู้ดีว่าการเผชิญหน้ากับครูใหญ่อาจไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การได้พูดคุยกับท่านอาจเป็นกุญแจสำคัญในการไขปริศนานี้ “นายแน่ใจนะว่าเราควรทำแบบนี้?” มาร์คถามขณะที่เดินเคียงข้างกอล์ฟไปยังห้องผู้อำนวยการ “เราต้องลองดู” กอล์ฟตอบ “อย่างน้อยครูใหญ่ก็อาจจะให้เบาะแสบางอย่างกับเรา” “แต่ถ้าเขาไม่ให้ล่ะ?” มาร์คถามอย่างกังวล “เราก็ค่อยหาทางอื่น” กอล์ฟตอบอย่างมั่นใจ “อย่าเพิ่งคิดมากไปเลย”
เมื่อมาถึงหน้าห้องผู้อำนวยการ ทั้งสองก็พบกับคุณครูสมศักดิ์ อาจารย์ที่ปรึกษาของชั้นมัธยมปีที่ 5 กำลังยืนรออยู่ “พวกเธอมาทำอะไรแต่เช้า?” คุณครูสมศักดิ์ถามด้วยสีหน้าสงสัย “ผมมีเรื่องอยากจะเรียนปรึกษาครับคุณครู” กอล์ฟพูดขึ้น “เรื่องอะไร?” คุณครูสมศักดิ์ถาม “คือเรื่องมาร์คครับ… เรื่องที่ถูกกล่าวหาว่าขโมยข้อสอบ” กอล์ฟเอ่ยชื่อเรื่องที่ทำให้มาร์คตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก “อ๋อ เรื่องนั้นเอง” คุณครูสมศักดิ์ถอนหายใจ “ครูใหญ่ได้แจ้งให้ครูทราบแล้ว” “คุณครูพอจะทราบไหมครับว่าใครเป็นคนแจ้งเรื่องนี้?” กอล์ฟถามอย่างมีความหวัง “ครูใหญ่ไม่ได้บอกรายละเอียด ครูแค่ได้รับแจ้งว่ามีพยานเห็นเหตุการณ์” คุณครูสมศักดิ์ตอบ “พยาน?” มาร์คอุทาน “ใคร?” “ครูไม่ทราบจริงๆ จ้ะ” คุณครูสมศักดิ์กล่าว “แต่ครูอยากจะบอกว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ถ้าใครทำจริงๆ ผลที่จะตามมามันหนักหนาสาหัสมาก” “แต่ผมไม่ได้ทำครับคุณครู!” มาร์คแก้ตัวอย่างร้อนรน “ผมสาบานได้”
“ครูเชื่อว่าเธอไม่ได้ทำ” คุณครูสมศักดิ์พูดพร้อมกับวางมือบนไหล่ของมาร์ค “แต่ในเมื่อมีคนเห็นเหตุการณ์ ครูใหญ่ก็ต้องตั้งกรรมการสอบสวน” “แล้วเราจะทำยังไงดีครับ?” กอล์ฟถาม “ตอนนี้พวกเธออย่าเพิ่งทำอะไรที่อาจจะทำให้เรื่องมันบานปลายไปกว่านี้” คุณครูสมศักดิ์แนะนำ “ให้ครูช่วยเป็นคนกลางในการสอบถามพยานแทนได้ไหม?” “ได้ครับคุณครู!” ทั้งสองตอบพร้อมกัน “ผมไว้ใจคุณครูครับ” กอล์ฟกล่าว “คุณครูจะช่วยเราใช่ไหมครับ?” “แน่นอน” คุณครูสมศักดิ์ตอบ “ครูจะพยายามอย่างเต็มที่ แต่พวกเธอเองก็ต้องระมัดระวังตัวด้วย ข่าวลือมันไปเร็วกว่าความจริงเสมอ”
หลังจากคุยกับคุณครูสมศักดิ์ กอล์ฟและมาร์คก็เดินออกจากห้องผู้อำนวยการด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างความหวังและความกังวล “อย่างน้อยก็มีคุณครูสมศักดิ์คอยช่วยเหลือ” มาร์คกล่าว “ใช่ แต่เราก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าใครเป็นคนเห็นนาย” กอล์ฟตอบ “แล้วถ้าคนๆ นั้นให้การเท็จล่ะ?” “เราก็ต้องหาหลักฐานมาหักล้าง” กอล์ฟตอบอย่างมุ่งมั่น “เราต้องกลับไปดูที่ห้องพักครูอีกครั้ง” “ไปทำไม?” มาร์คถาม “เราอาจจะเจออะไรบางอย่างที่เรามองข้ามไป” กอล์ฟอธิบาย “อาจจะมีร่องรอยอะไรที่คนอื่นไม่เห็น”
เมื่อถึงเวลาพักเที่ยง กอล์ฟและมาร์คก็แอบย่องเข้าไปที่ห้องพักครูอีกครั้ง พวกเขาเดินสำรวจไปทั่วห้องอย่างละเอียด พยายามสังเกตทุกซอกทุกมุม “นี่ไง” กอล์ฟชี้ไปที่พื้นใกล้ๆ โต๊ะตัวหนึ่ง “มีรอยเหมือนอะไรบางอย่างถูกลาก” “เหมือนจะเป็นรอยรองเท้าบูทนะ” มาร์คสังเกต “แต่รองเท้าของนายเป็นรองเท้าผ้าใบไม่ใช่เหรอ?” “ใช่” กอล์ฟพยักหน้า “แล้วใครใส่รองเท้าบูท?” “ลองดูที่โต๊ะทำงานของครูสิ” มาร์คชี้ไปที่โต๊ะของครูวิชาการคนหนึ่ง “มีกระดาษแผ่นหนึ่งหล่นอยู่ใต้โต๊ะ” กอล์ฟก้มลงไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาดู มันเป็นกระดาษโน้ตที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ “ยืมข้อสอบไปแล้ว จะคืนให้บ่ายสาม”
“นี่มันหมายความว่ายังไง?” มาร์คถาม “ฉันไม่รู้” กอล์ฟตอบ “แต่ลายมือนี่… ฉันคุ้นๆ” “คุ้นๆ?” “เหมือนจะเป็นลายมือของ… ติวเตอร์” กอล์ฟขมวดคิ้ว “ติวเตอร์?” “ใช่ ติวเตอร์ที่มาสอนพิเศษให้เราเมื่อเทอมที่แล้วไง” กอล์ฟนึกขึ้นได้ “เขาเคยมาหาครูที่ห้องนี้บ่อยๆ” “แต่นั่นมันก็ไม่ได้แปลว่าเขาขโมยข้อสอบนะ” มาร์คแย้ง “อาจจะเป็นแค่คนที่มาขอยืมอะไรบางอย่าง” “แต่รอยรองเท้าบูทล่ะ?” กอล์ฟถาม “แล้วข้อความที่เขียนว่า ‘จะคืนให้บ่ายสาม’ ล่ะ?” “มันดูน่าสงสัยนะ” กอล์ฟกล่าว “นายคิดว่ายังไง?” “ฉันว่าเราควรลองไปคุยกับติวเตอร์ดู” มาร์คเสนอ “อาจจะได้คำตอบอะไรบางอย่าง” “ดีเลย” กอล์ฟเห็นด้วย “แต่เราต้องไปอย่างระมัดระวังนะ”
หลังจากนั้น กอล์ฟและมาร์คก็เริ่มสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับติวเตอร์คนนั้น พวกเขาพยายามนึกถึงลักษณะนิสัยและความเป็นไปได้ต่างๆ นานา “ติวเตอร์เป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูด” มาร์คให้ข้อมูล “แต่เขาก็ดูเป็นคนดีนะ” “ใช่” กอล์ฟเห็นด้วย “แต่เขาก็มีปัญหาส่วนตัวเรื่องเงินอยู่เหมือนกันนะ” “นายรู้ได้ไง?” “เคยได้ยินเขาคุยโทรศัพท์กับใครสักคนเรื่องเงิน” กอล์ฟเล่า “เขาดูเครียดๆ” “ถ้าเขาต้องการเงินจริงๆ เขาอาจจะทำอะไรที่คาดไม่ถึงก็ได้” มาร์คกล่าว “แต่เรายังสรุปอะไรไม่ได้นะ” “ใช่” กอล์ฟเห็นด้วย “เราต้องไปคุยกับเขาให้แน่ใจก่อน”
ในที่สุด กอล์ฟและมาร์คก็สามารถติดต่อติวเตอร์ได้สำเร็จ เขาตกลงที่จะนัดพบกันที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งนอกโรงเรียนในวันเสาร์ “นายคิดว่าเขาจะยอมรับไหม?” มาร์คถามขณะที่กำลังเดินทางไปร้านกาแฟ “ไม่รู้สิ” กอล์ฟตอบ “แต่เราต้องลองดู” “ฉันรู้สึกประหม่าจัง” มาร์คยอมรับ “ฉันกลัวว่าถ้าเขาเป็นคนทำจริงๆ แล้วเขาจะทำอะไรเรา” “ไม่ต้องกลัว” กอล์ฟจับมือมาร์ค “เราจะอยู่ข้างๆ นายเสมอ”
เมื่อมาถึงร้านกาแฟ ติวเตอร์ก็นั่งรออยู่ที่โต๊ะมุมในสุด เขามีสีหน้าเรียบเฉย กอล์ฟและมาร์คเดินเข้าไปนั่งลงตรงข้ามเขา “สวัสดีครับคุณติวเตอร์” กอล์ฟกล่าว “สวัสดี” ติวเตอร์ตอบเสียงเรียบ “พวกเธอมีเรื่องอะไรอยากจะคุยกับผม?” “คือ… เราอยากจะถามเรื่องข้อสอบที่หายไปครับ” กอล์ฟพูดตรงๆ “ข้อสอบ?” ติวเตอร์เลิกคิ้ว “ผมไม่รู้เรื่องอะไรเลย” “แต่เราเจอโน้ตที่ห้องพักครูครับ” กอล์ฟยื่นกระดาษโน้ตให้ติวเตอร์ดู “แล้วก็มีรอยรองเท้าบูทด้วย” “ผม… ผมไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น” ติวเตอร์ตอบเสียงแข็งขึ้นเล็กน้อย “ผมแค่ไปหาครูคนหนึ่งที่นั่น แล้วก็คุยกันแป๊บเดียว” “แล้วรอยรองเท้าบูท?” มาร์คถาม “ผมใส่รองเท้าบูทจริงๆ ครับ แต่ผมไม่ได้ขโมยข้อสอบ” “แล้วข้อความที่เขียนว่า ‘จะคืนให้บ่ายสาม’ ล่ะครับ?” กอล์ฟถามอย่างเจาะจง “ผม… ผมเขียนไว้ให้เพื่อนคนหนึ่งครับ” ติวเตอร์อึกอัก “ผมแค่ยืมของบางอย่างจากเขา แล้วผมบอกว่าจะคืนให้ตอนบ่ายสาม”
คำตอบของติวเตอร์ดูเหมือนจะสร้างความสับสนมากกว่าความกระจ่าง กอล์ฟและมาร์คเริ่มรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ความจริงยังคงซ่อนเร้นอยู่ภายใต้คำโกหกและคำอธิบายที่คลุมเครือ
5,017 ตัวอักษร