ตอนที่ 6 — เงื่อนงำในห้องลับ
พิมพ์ลดาตัดสินใจที่จะไม่บอกชานนท์เรื่องที่เธอพบจี้นกพิราบ เธอรู้สึกว่ามันเป็นกุญแจสำคัญที่จะไขความลับทั้งหมดนี้ เธอเก็บจี้นกพิราบไว้ในมืออย่างระมัดระวัง และเริ่มสำรวจคฤหาสน์อีกครั้ง ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
เธอเริ่มสังเกตรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เธอเคยละเลยไป ผนังภาพวาดเก่าแก่ รูปปั้นโบราณ เฟอร์นิเจอร์ที่ดูหรูหรา แต่กลับซ่อนความลับบางอย่างไว้
“คุณกำลังมองหาอะไรอยู่เหรอครับ” เสียงของชานนท์ดังขึ้นอีกครั้ง ทำให้เธอสะดุ้ง
“เปล่าค่ะ” เธอตอบ “แค่…กำลังชื่นชมความสวยงามของคฤหาสน์ค่ะ”
“ผมดีใจที่คุณชอบ” ชานนท์ยิ้ม “ที่นี่มีความทรงจำดีๆ มากมายของเรานะ”
“ค่ะ…ฉันรู้” เธอตอบรับอย่างอึดอัด
เธอสังเกตเห็นว่าทุกครั้งที่เธอถามถึงอดีต ชานนท์มักจะเปลี่ยนเรื่อง หรือตอบอย่างคลุมเครือ ราวกับว่าเขาพยายามจะปกป้องเธอจากความจริงบางอย่าง หรือบางที…เขาอาจจะกำลังหลอกลวงเธออยู่
เย็นวันนั้น หลังจากชานนท์ออกไปทำงาน พิมพ์ลดาตัดสินใจที่จะสำรวจคฤหาสน์อย่างจริงจัง เธอเดินไปตามโถงทางเดินยาวๆ สัมผัสกับผนังแต่ละบานอย่างตั้งใจ เธอกำลังมองหาร่องรอยที่ผิดปกติ
ขณะที่เธอเดินผ่านห้องทำงานของชานนท์ เธอก็สังเกตเห็นว่าประตูบานหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งของผนัง มีลักษณะที่แตกต่างจากบานอื่นเล็กน้อย มันมีรอยต่อที่ดูเหมือนจะถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน
“นี่มันอะไรกัน” เธอพึมพำกับตัวเอง
เธอค่อยๆ ใช้ปลายนิ้วลูบไปตามรอยต่อของบานประตูนั้น เธอรู้สึกถึงกลไกบางอย่างซ่อนอยู่ข้างใน
ทันใดนั้น จี้นกพิราบในมือของเธอก็สั่นเล็กน้อย ราวกับว่ามันกำลังตอบสนองต่ออะไรบางอย่าง
พิมพ์ลดาหยิบจี้ขึ้นมา เธอสังเกตเห็นว่าที่ฐานของจี้นกพิราบ มีรอยบากเล็กๆ อยู่
เธอค่อยๆ นำจี้นกพิราบไปเทียบกับรอยต่อของบานประตูนั้น และพบว่ารอยบากบนจี้นั้นมีรูปร่างที่เข้ากันพอดีกับร่องที่เธอสังเกตเห็นบนบานประตู
เธอค่อยๆ กดจี้นกพิราบลงไปในร่องนั้น…
ทันใดนั้น เสียงกลไกดังขึ้น และบานประตูก็เลื่อนเปิดออกอย่างเงียบเชียบ เผยให้เห็นทางเดินลับที่ทอดลงสู่ความมืด
พิมพ์ลดาหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจของเธอเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นและความหวาดกลัว เธอไม่รู้ว่าสิ่งที่รออยู่ข้างหน้าจะเป็นอะไร แต่เธอก็รู้ว่าเธอต้องเข้าไป
เธอตัดสินใจแล้วว่าเธอจะไม่ยอมถอย เธอจะเผชิญหน้ากับความจริง ไม่ว่ามันจะน่ากลัวเพียงใดก็ตาม
เธอหยิบไฟฉายจากกระเป๋า แล้วก้าวเข้าไปในทางเดินลับนั้น
ทางเดินค่อนข้างแคบและมืด แสงไฟฉายส่องไปเห็นฝุ่นที่จับตัวหนาอยู่บนพื้นและผนัง บรรยากาศเต็มไปด้วยความอับชื้นและกลิ่นเก่าๆ
เธอเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ จนกระทั่งพบกับประตูบานหนึ่งที่อยู่สุดทางเดิน
เธอเปิดประตูออก และสิ่งที่เธอเห็นก็ทำให้เธอแทบลืมหายใจ
มันคือห้องที่เต็มไปด้วยเอกสารเก่าๆ รูปถ่ายจำนวนมาก และสิ่งของแปลกๆ ที่เธอไม่คุ้นเคย
เธอเดินเข้าไปสำรวจอย่างระมัดระวัง เธอหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งขึ้นมาดู มันเป็นรูปของเธอในวัยเด็ก กำลังยืนอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่งที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
“คุณแม่?” เธอพึมพำกับตัวเอง
เธอหยิบเอกสารอีกปึกหนึ่งขึ้นมาอ่าน มันเป็นรายงานทางการแพทย์บางอย่างที่ระบุชื่อของเธอ และมีข้อมูลเกี่ยวกับอาการสูญเสียความทรงจำ
“นี่มัน…อะไรกัน” เธอพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
เธอเดินสำรวจต่อไป จนกระทั่งสายตาของเธอเหลือบไปเห็นตู้เซฟขนาดใหญ่ที่ซ่อนอยู่หลังภาพวาด
เธอพยายามเปิดมันออก แต่ก็ไม่สำเร็จ
ทันใดนั้น เธอก็สังเกตเห็นบางอย่างที่น่าสนใจบนตู้เซฟ มันมีสัญลักษณ์คล้ายกับรูปนกพิราบ สัญลักษณ์เดียวกับบนจี้ของเธอ
เธอหยิบจี้ออกมาอีกครั้ง แล้วลองนำไปเทียบกับสัญลักษณ์บนตู้เซฟ
มันเข้ากันได้อย่างลงตัว!
เธอค่อยๆ กดจี้นกพิราบลงไปบนสัญลักษณ์นั้น…
เสียงกลไกดังขึ้นอีกครั้ง และตู้เซฟก็เปิดออก
ภายในตู้เซฟ เธอพบแฟ้มเอกสารสีดำใบหนึ่ง และเทปบันทึกเสียงเก่าๆ
เธอหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมาเปิดอ่าน…
ทันทีที่เธอเห็นชื่อบนหน้าปก เธอก็แทบทรุดลงไปกองกับพื้น
“พิมพ์ลดา… ตัวจริง”
เธอรู้แล้วว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เธอถูกดึงเข้ามาสู่เกมบางอย่างที่ซับซ้อนกว่าที่เธอคิด และความจริงที่รออยู่ข้างหน้า อาจจะอันตรายจนเธอคาดไม่ถึง
3,262 ตัวอักษร