เจ้าสาวในสัญญาเลือด

ตอนที่ 2 / 44

ตอนที่ 2 — นัดแรกที่ไม่เคยคาดฝัน

คฤหาสน์วราฤทธิ์ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมืองหลวง เป็นสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานความหรูหราแบบยุโรปเข้ากับความสง่างามแบบไทยได้อย่างลงตัว ราเมศ วราฤทธิ์ ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของคฤหาสน์หลังนี้ เดินไปมาอย่างกระสับกระส่ายในห้องทำงานส่วนตัวที่ตกแต่งอย่างโอ่อ่า โต๊ะทำงานไม้สักขนาดใหญ่เต็มไปด้วยเอกสารกองโต แต่สายตาของเขากลับไม่ได้อยู่ที่ตัวอักษรเหล่านั้นเลย “วันนี้คุณหนูอนิสาจะมาใช่ไหมครับ” ราเมศหันไปถาม ‘ภัทร’ เลขาส่วนตัวหนุ่มที่ยืนรออยู่ข้างๆ “ครับคุณราเมศ” ภัทรตอบ “คุณหญิงอรทัยโทรมายืนยันเมื่อสักครู่ครับ” “เธอเป็นคนอย่างไรบ้าง” ราเมศถามด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่แฝงไปด้วยความอยากรู้ “จากที่ผมได้ศึกษาข้อมูลมา คุณหนูอนิสาเป็นคนจิตใจดี อ่อนโยน และรักครอบครัวมากครับ” ภัทรรายงาน “เธอมีความสามารถด้านศิลปะ โดยเฉพาะการวาดภาพ” ราเมศพยักหน้าอย่างครุ่นคิด เขาไม่เคยคิดว่าชีวิตของเขาจะต้องมาผูกพันกับผู้หญิงคนหนึ่งด้วยเงื่อนไขเช่นนี้ การหมั้นหมายครั้งนี้เป็นเพียงการยอมรับข้อเสนอทางธุรกิจที่เขาต้องทำเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตระกูลให้มั่นคง เขาต้องยอมเสียสละบางอย่างเพื่อบางสิ่งที่ใหญ่กว่า แต่ลึกๆ แล้ว เขาก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ผู้หญิงที่ต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้งเช่นนี้ จะมีชีวิตจิตใจอย่างไร “ผมได้เตรียมรถไว้แล้วครับ” ภัทรกล่าว “จะพาคุณหนูอนิสามาที่นี่ เวลาประมาณบ่ายสามโมง” “ดี” ราเมศตอบ “เตรียมห้องรับรองแขกให้พร้อม แล้วก็จัดเตรียมเครื่องดื่มและของว่างที่เหมาะสมด้วย” เวลาบ่ายสามโมงตรง รถลีมูซีนสีดำขลับจอดเทียบหน้าประตูคฤหาสน์วราฤทธิ์ อนิสาลงจากรถ สวมชุดเดรสยาวสีขาวสะอาดตาที่มารดาเลือกให้ วันนี้เธอพยายามทำตัวให้เข้มแข็งที่สุด แต่หัวใจของเธอก็ยังคงเต้นระรัวด้วยความประหม่า เมื่อก้าวเข้าไปในคฤหาสน์ เธอรู้สึกได้ถึงความยิ่งใหญ่และความโอ่อ่าที่แตกต่างจากบ้านของเธออย่างสิ้นเชิง ภัทรเดินเข้ามาต้อนรับด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร “สวัสดีครับคุณหนูอนิสา ผมภัทร เลขาส่วนตัวของคุณราเมศครับ เชิญด้านในครับ” อนิสาเดินตามภัทรเข้าไปยังห้องรับแขกขนาดใหญ่ ที่ซึ่งราเมศยืนรอเธออยู่ เขาสวมสูทสีดำเข้ม ดูสง่างามและน่าเกรงขาม ใบหน้าคมคาย ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวที่กำลังสำรวจเหยื่อ “สวัสดีครับคุณหนูอนิสา” ราเมศกล่าวพร้อมกับผายมือเชิญให้นั่ง “ผมราเมศ ยินดีที่ได้รู้จักครับ” “สวัสดีค่ะ คุณราเมศ” อนิสาตอบเสียงเบา พลางก้มหน้าน้อยๆ ด้วยความประหม่า “เชิญนั่งก่อนครับ” ราเมศผายมือไปยังโซฟาตัวยาว “ผมสั่งเครื่องดื่มมาให้แล้ว หวังว่าคุณคงจะชอบ” ภัทรนำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ เป็นชามะนาวสดชื่นและขนมหวานที่จัดวางอย่างสวยงาม อนิสานั่งลงบนโซฟา รู้สึกถึงความเงียบที่ปกคลุมไปชั่วขณะ “ผมทราบดีว่าสถานการณ์ของเราทั้งสองครอบครัวอาจจะดูไม่ค่อยสวยงามนัก” ราเมศเริ่มบทสนทนา “แต่ผมอยากให้คุณรู้ว่า ผมไม่ได้มีเจตนาที่จะเอาเปรียบใคร” อนิสายังคงก้มหน้า “หนูเข้าใจค่ะ” “ผมเข้าใจดีว่าการต้องมาหมั้นหมายกับคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน มันเป็นเรื่องที่ยากสำหรับคุณ” ราเมศมองอานิสาอย่างพิจารณา “แต่ผมเชื่อว่า เมื่อเวลาผ่านไป เราอาจจะสามารถทำความเข้าใจซึ่งกันและกันได้” “หนู... หนูไม่เคยคิดเรื่องการแต่งงานกับใครเลยค่ะ” อนิสาเงยหน้าขึ้นมองราเมศ ดวงตาของเธอฉายแววเศร้า “โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่ไม่รู้จัก” “ผมก็เช่นกัน” ราเมศยอมรับ “แต่ชีวิตก็มักจะมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นเสมอ” บทสนทนาของทั้งคู่เป็นไปอย่างอึดอัด ราเมศพยายามที่จะชวนคุยในเรื่องทั่วๆ ไป เพื่อลดความตึงเครียด แต่ก็ดูเหมือนว่า อนิสาจะยังคงอยู่ในภวังค์ของความเศร้า “คุณชอบวาดรูปใช่ไหมครับ” ราเมศถาม “ภัทรบอกผมมา” อนิสาพยักหน้า “ค่ะ” “คุณวาดรูปอะไรเป็นพิเศษครับ” “รูปทิวทัศน์ค่ะ แล้วก็... รูปคน” เธอตอบเสียงเบา “รูปคน? รูปใครครับ” ราเมศถามอย่างอดไม่ได้ อนิสากลืนน้ำลาย “ก็... รูปคนที่หนูรักค่ะ” เธอตอบ ดวงตาของเธอเหม่อลอยไปไกลราวกับกำลังนึกถึงใครบางคน ราเมศรู้สึกถึงความเจ็บปวดบางอย่างที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวอนิสา เขาไม่แน่ใจว่าความรู้สึกนั้นคืออะไร แต่เขาก็สัมผัสได้ถึงความเศร้าที่ปกคลุมเธออยู่ “ผม... ผมขอโทษด้วยนะครับ ถ้าผมทำให้คุณรู้สึกไม่สบายใจ” ราเมศกล่าวอย่างนุ่มนวล “ไม่เป็นไรค่ะ” อนิสาตอบ “มันเป็นความผิดของหนูเอง ที่ยังตัดใจจากอดีตไม่ได้” “อดีตเป็นสิ่งที่เราทุกคนมี” ราเมศกล่าว “แต่เราก็ต้องก้าวต่อไปข้างหน้า” เขาจ้องมองใบหน้าของอนิสาอย่างลึกซึ้ง แม้จะมีความเศร้าโศกปกคลุมอยู่ แต่เธอก็ยังคงมีความงามที่บริสุทธิ์แฝงอยู่ เป็นความงามที่ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกบางอย่างที่แตกต่างออกไป “ผมขอให้เราลองทำความรู้จักกันดูนะครับ” ราเมศเสนอ “โดยที่ไม่ต้องกดดันอะไรทั้งสิ้น” อนิสาเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความประหลาดใจ “คุณ... คุณหมายความว่าอย่างไรคะ” “ผมหมายความว่า เรามาลองเป็นเพื่อนกันดูก่อน” ราเมศกล่าว “ถ้าเราเข้ากันได้ดี การหมั้นหมายของเราก็อาจจะไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเสียทีเดียว” คำพูดของราเมศทำให้อานิสาประหลาดใจ เธอมองเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย จากความรู้สึกไม่ไว้วางใจ กลายเป็นความสงสัยใคร่รู้ “หนู... หนูจะลองดูค่ะ” อนิสาตอบ ราเมศยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นกว่าที่เธอคาดไว้ บทสนทนาของทั้งคู่เริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ความตึงเครียดค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงความรู้สึกใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้นในหัวใจของทั้งสองคน

4,259 ตัวอักษร