ตอนที่ 3 — สัญญาใจในราตรีที่มืดมิด
หลังจากการพบปะครั้งแรกที่คฤหาสน์วราฤทธิ์ ราเมศและอนิสาเริ่มมีการติดต่อกันมากขึ้น ราเมศมักจะส่งดอกไม้ไปให้เธอเป็นประจำ พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่แสดงถึงความห่วงใย อนิสาเองก็เริ่มรู้สึกผ่อนคลายกับเขามากขึ้น เธอพบว่าภายใต้ท่าทีที่ดูเยือกเย็นและเด็ดขาด ราเมศกลับเป็นคนที่อ่อนโยนและใส่ใจในรายละเอียด
ในเย็นวันหนึ่ง ขณะที่ฝนกำลังตกหนัก ราเมศได้เชิญอนิสามาทานอาหารเย็นที่ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่งในเมือง เขาต้องการฉลองความสำเร็จของโปรเจกต์ใหม่ที่เพิ่งปิดดีลไป และต้องการแบ่งปันความสุขนั้นกับเธอ
“ยินดีด้วยนะคะ คุณราเมศ” อนิสากล่าวพร้อมกับยิ้มให้เขา “หนูดีใจที่คุณประสบความสำเร็จ”
“ขอบคุณครับ” ราเมศตอบ “แต่ผมอยากจะบอกว่า ความสำเร็จครั้งนี้ ส่วนหนึ่งก็เพราะผมมีคุณเป็นกำลังใจอยู่ข้างๆ”
คำพูดนั้นทำให้อานิสารู้สึกอบอุ่นในหัวใจ “คุณราเมศคะ หนู... หนูไม่รู้จะขอบคุณคุณอย่างไรดี ที่คุณยอมรับในตัวหนู”
“ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ” ราเมศกล่าว “ผมเองก็กำลังเรียนรู้ที่จะเข้าใจความรู้สึกของตัวเองมากขึ้นเช่นกัน”
ทั้งสองคนทานอาหารไปพลาง พูดคุยกันไปพลาง บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุขและความเข้าใจ ราเมศเล่าถึงเรื่องราวในวัยเด็กของเขา ความกดดันในการสืบทอดธุรกิจ และความเหงาที่เขาต้องเผชิญ อนิสาเองก็เล่าถึงความฝันของเธอ ความรักที่เธอเคยมี และความเจ็บปวดที่ยังคงฝังลึกอยู่ในใจ
“ผมรู้ว่าการสูญเสียคนที่รักมันเจ็บปวดแค่ไหน” ราเมศกล่าว “ผมเคยเกือบจะเสียคุณแม่ไปเมื่อหลายปีก่อน”
“หนูเข้าใจค่ะ” อนิสาพยักหน้า “มันเป็นบาดแผลที่ไม่มีวันจางหายไป”
“แต่เราก็ต้องหาทางที่จะอยู่กับมันให้ได้” ราเมศจับมือของอนิสาไว้ “และผมก็เชื่อว่า เราสามารถเป็นกำลังใจให้กันและกันได้”
เมื่อทานอาหารเสร็จ ราเมศก็ขับรถมาส่งอนิสาที่บ้าน ระหว่างทาง ฝนยังคงตกหนักจนแทบจะมองไม่เห็นทาง
“จะถึงบ้านแล้วนะครับ” ราเมศบอก “คืนนี้ฝนตกหนักมาก คุณกลับบ้านปลอดภัยนะครับ”
“ค่ะ” อนิสาตอบ “ขอบคุณสำหรับอาหารเย็นนะคะ”
ทันใดนั้นเอง รถของราเมศก็เกิดเสียหลัก พุ่งเข้าชนกับบางสิ่งบางอย่างอย่างแรง เสียงโลหะบิดเบี้ยวดังสนั่นหวั่นไหว อนิสาและราเมศถูกแรงกระแทกจนศีรษะกระแทกกับพวงมาลัยและกระจก
“อ๊าก!” อนิสาร้องเสียงหลง เธอรู้สึกเจ็บปวดไปทั่วทั้งตัว
“คุณเป็นอะไรไหมครับ!” ราเมศรีบหันมาดูอนิสา แม้ตัวเขาเองก็มีเลือดไหลซึมที่ขมับ
“ไม่... ไม่ค่ะ แล้วคุณล่ะคะ” อนิสาถามด้วยความเป็นห่วง
“ผมไม่เป็นไรมาก” ราเมศตอบ “แต่รถเรา... คงเสียหายหนัก”
ทั้งคู่ค่อยๆ ประคองกันออกจากซากรถ ท่ามกลางสายฝนที่ยังคงโปรยปราย อนิสาหันไปมองซากรถด้วยความตกใจ แล้วก็หันมามองราเมศ ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความกังวล
“เราต้องทำยังไงคะ” เธอถาม
“ไม่ต้องห่วงครับ” ราเมศปลอบ “ผมจะโทรเรียกหน่วยกู้ภัย”
เมื่อหน่วยกู้ภัยมาถึง อนิสาและราเมศถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ราเมศได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย มีแผลฟกช้ำและรอยขีดข่วนหลายแห่ง แต่อนิสาได้รับบาดเจ็บที่แขนและขา ต้องเข้าเฝือก
“ผมขอโทษจริงๆ นะครับ” ราเมศกล่าวกับอนิสา ขณะที่เธอถูกเข็นเข้าห้องฉุกเฉิน “ถ้าผมไม่พาคุณมาที่นี่ เรื่องแบบนี้คงไม่เกิดขึ้น”
“ไม่เกี่ยวเลยค่ะ” อนิสาตอบ “อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้”
หลังจากที่อนิสาได้รับการรักษาและพักฟื้นที่โรงพยาบาล ราเมศก็คอยดูแลเธออย่างใกล้ชิด เขานั่งเฝ้าเธออยู่ข้างเตียงตลอดคืน เขาได้เห็นความอ่อนแอของเธอ ความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเข้มแข็งที่เธอพยายามแสดงออกมา
“คุณไม่ต้องห่วงเรื่องงานนะครับ” อนิสาบอกราเมศ “พักผ่อนเยอะๆ นะคะ”
“ผมไม่ห่วงงานหรอกครับ” ราเมศจับมือของอนิสาไว้ “ผมห่วงคุณมากกว่า”
ในคืนนั้น ราเมศนอนไม่หลับ เขาครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ความรู้สึกที่เขามีต่ออนิสา มันไม่ใช่แค่ความสงสารหรือความรับผิดชอบอีกต่อไป แต่เป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้งกว่านั้น เป็นความรักที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ
เขาจ้องมองใบหน้าของอนิสาที่กำลังหลับอยู่ใต้แสงไฟสลัวๆ ของโรงพยาบาล เธอสวยงามแม้ในยามที่อ่อนแอ เขาตัดสินใจในวินาทีนั้น ว่าเขาจะปกป้องเธอ จะดูแลเธอให้ดีที่สุด
“ผมรักคุณนะ อนิสา” เขาพึมพำออกมาเบาๆ ราวกับจะบอกกับตัวเอง
แม้ว่าสัญญาฉบับนี้จะเริ่มต้นขึ้นด้วยความจำเป็นทางธุรกิจ แต่ในค่ำคืนแห่งสายฝนที่มืดมิดนี้ ราเมศรู้ดีว่า หัวใจของเขากำลังมอบให้กับเจ้าสาวในสัญญาเลือดของเขาอย่างแท้จริง
3,413 ตัวอักษร