ตอนที่ 4 — ค่ำคืนแห่งอุบัติเหตุและคำสัญญา
“ไม่… ไม่ค่ะ แล้วคุณล่ะคะ” อนิสาถามด้วยความเป็นห่วง พยายามปัดเศษกระจกที่เกาะตามเสื้อผ้าออก ดวงตาของเธอจับจ้องไปยังใบหน้าของราเมศที่เปรอะเปื้อนเลือดเล็กน้อย
ราเมศกุมขมับที่เริ่มปวดตุบๆ เขาพยายามตั้งสติ มองไปรอบๆ รถที่ยับเยินจากแรงปะทะ “ผมไม่เป็นอะไรมาก แค่ปวดหัวนิดหน่อย คุณแน่ใจนะว่าไม่เป็นอะไร”
“ค่ะ” อนิสาพยักหน้า แม้จะยังรู้สึกมึนงงและหวาดกลัว “แต่รถเรา…”
“เรื่องรถค่อยว่ากัน” ราเมศพูดเสียงเครียด เขาเหลือบมองไปยังนอกหน้าต่างที่เต็มไปด้วยความมืดมิดและสายฝนที่ยังคงกระหน่ำ “สิ่งสำคัญตอนนี้คือความปลอดภัยของคุณ”
เขาค่อยๆ เปิดประตูรถออกมาอย่างทุลักทุเล เสียงประตูเสียดสีกับบางสิ่งดังแกรกกราก ราเมศก้าวลงมายืนท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย เขาสำรวจสภาพรอบรถอย่างรวดเร็ว พบว่ารถของเขาได้พุ่งเข้าชนกับรถกระบะคันเล็กที่จอดอยู่ริมถนนในลักษณะที่น่าจะมาจากการที่รถกระบะคันดังกล่าวอาจจะจอดเสียอยู่ และคนขับคงลงมาดูอาการ แต่ด้วยทัศนวิสัยที่ย่ำแย่จากฝนและแสงไฟหน้ารถที่สาดไปไม่ถึงจุดนั้น ทำให้เขาเบรกไม่ทัน
“คุณ!” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากรถกระบะคันที่ถูกชน เป็นชายวัยกลางคนท่าทางเหนื่อยอ่อน เดินออกมาจากรถด้วยท่าทีที่ดูไม่พอใจ “คุณขับรถยังไงเนี่ย! รถผมพังหมดแล้ว!”
ราเมศถอนหายใจ เขาเดินเข้าไปหาชายคนนั้นอย่างช้าๆ “ผมต้องขอโทษด้วยจริงๆ ครับ พอดีฝนตกหนักมากและมองไม่เห็นรถของคุณที่จอดอยู่”
“ไม่เห็น! จอดอยู่ตรงนี้! คุณตาบอดหรือไง!” ชายคนนั้นตะคอกเสียงดัง “แล้วดูรถคุณสิ! พังเละเทะไปหมด! ค่าซ่อมรถผมใครจะรับผิดชอบ!”
อนิสาค่อยๆ เปิดประตูรถตามราเมศออกมา เธอก้าวลงมายืนข้างๆ เขาอย่างเงียบๆ แต่สายตาก็ยังคงมองสำรวจรอบๆ ด้วยความกังวล
“ใจเย็นๆ ก่อนครับ” ราเมศพยายามพูดด้วยน้ำเสียงที่สงบที่สุด “ผมยินดีรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นค่าซ่อมรถของคุณ หรือค่าเสียหายอื่นๆ ที่เกิดขึ้น”
“พูดง่ายนี่! คุณเป็นใครมาจากไหน! รวยเหรอ! ถึงมาพูดว่าจะรับผิดชอบง่ายๆ แบบนี้!” ชายคนนั้นยังคงประชดประชัน
“ผมชื่อราเมศ วราฤทธิ์ ครับ” ราเมศตอบ “ผมจะให้เลขาส่วนตัวผมมาจัดการเรื่องเอกสารและค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้คุณในวันพรุ่งนี้ ผมขอเบอร์โทรศัพท์ของคุณไว้ด้วยครับ”
ชายคนนั้นมองราเมศอย่างพิจารณา ก่อนจะค่อยๆ ลดอารมณ์ลง เขาคงจะรู้จักชื่อวราฤทธิ์อยู่บ้าง “ก็ได้… แต่คุณต้องชดใช้ให้ผมจริงๆ นะ รถผมเสียกลางทางมาสองชั่วโมงแล้ว กำลังจะไปหาช่างอยู่พอดี”
ทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์กัน ราเมศขอให้ภัทร เลขาส่วนตัวของเขาจัดการเรื่องนี้ในวันรุ่งขึ้น เขาไม่ต้องการให้เรื่องนี้ยืดเยื้อไปมากกว่านี้ และยิ่งไม่อยากให้อนิสาต้องมาเจอสถานการณ์วุ่นวายเช่นนี้
“คุณหนูอนิสา ไม่เป็นไรนะครับ” ราเมศหันมาพูดกับอนิสา เสียงของเขาเริ่มอ่อนลงกว่าเดิม “ผมให้ภัทรจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย คุณกลับบ้านไปพักผ่อนดีกว่านะครับ”
อนิสาพยักหน้าอย่างเข้าใจ “คุณราเมศคะ แล้วคุณล่ะคะ”
“ผมเรียกแท็กซี่ไปได้ครับ” ราเมศตอบ “อย่าห่วงผมเลย กลับบ้านไปก่อนนะครับ”
“แต่ว่า…” อนิสาลังเล เธอยังคงรู้สึกไม่สบายใจที่จะปล่อยให้เขาอยู่คนเดียวในสภาพเช่นนี้
“ผมจะไม่เป็นไรครับ” ราเมศยืนยัน “ผมสัญญา”
คำว่า ‘สัญญา’ ทำให้หัวใจของอนิสาบีบรัดอย่างประหลาด เธอจำได้ถึงสัญญาที่ผูกมัดเธอกับเขา สัญญาที่แลกมาด้วยความหวังของครอบครัว
“ก็ได้ค่ะ” อนิสาตอบเสียงเบา “ถ้าอย่างนั้น หนูขอตัวก่อนนะคะ”
ราเมศโบกมือให้ ก่อนจะหันไปจัดการเรื่องเอกสารกับชายเจ้าของรถกระบะ อนิสาเดินกลับขึ้นรถที่ยังคงเสียหายอยู่ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามสงบสติอารมณ์ ก่อนจะบอกให้คนขับรถของเธอขับไปส่งที่บ้าน
ตลอดทางกลับบ้าน อนิสาเอาแต่คิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ภาพอุบัติเหตุยังคงติดตา เสียงโลหะบิดเบี้ยวดังสนั่นหวั่นไหวยังคงก้องอยู่ในหู เธอมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นสายฝนที่ยังคงโปรยปรายไม่หยุด ราวกับจะสะท้อนความรู้สึกเศร้าสร้อยที่กำลังถาโถมเข้ามาในใจ
เธอคิดถึงคำพูดของราเมศ ‘ผมเชื่อว่า เราสามารถเป็นกำลังใจให้กันและกันได้’ คำพูดที่เขาเคยบอกเธอในร้านอาหาร แต่บัดนี้ เขากลับต้องมาประสบอุบัติเหตุเสียเอง
อีกด้านหนึ่ง หลังจากจัดการเรื่องราวต่างๆ จนเสร็จสิ้น ราเมศก็โบกเรียกรถแท็กซี่คันหนึ่ง เขาขึ้นรถไปพร้อมกับความเหนื่อยล้าและความเจ็บปวดที่ขมับ เขามองภาพคฤหาสน์ของตนเองที่ค่อยๆ ลับหายไปจากสายตาในยามค่ำคืน
“กลับบ้านครับ” เขาบอกกับคนขับรถ
เมื่อมาถึงคฤหาสน์วราฤทธิ์ เขาก็ตรงไปที่ห้องทำงานทันที ภัทรที่ยังคงรออยู่รีบเข้ามาช่วย “คุณราเมศครับ ผมเป็นห่วงคุณมาก”
“ผมไม่เป็นไรมากหรอกภัทร” ราเมศตอบเสียงแหบพร่า “จัดการเรื่องรถของผมแล้วก็เรื่องค่าเสียหายให้เรียบร้อยพรุ่งนี้เช้า”
“ครับคุณราเมศ” ภัทรรับคำ “คุณไปพักผ่อนก่อนดีกว่าครับ เดี๋ยวผมจะเอายามาให้”
ราเมศพยักหน้า เขาเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ มองออกไปนอกหน้าต่างบานใหญ่ที่สะท้อนภาพเงาของตนเอง เขายังคงคิดถึงภาพใบหน้าของอนิสาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยเมื่อครู่
‘สัญญา’ คำนี้ยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดของเขา สัญญาที่ผูกมัดทั้งชีวิตของเขากับผู้หญิงที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน แต่ตอนนี้ เขากลับรู้สึกว่ามีบางอย่างที่กำลังเปลี่ยนไป
เขาถอนหายใจยาว รู้สึกถึงความปวดระบมที่ขมับ เขาไม่เคยคิดเลยว่าการหมั้นหมายครั้งนี้ จะนำพาเรื่องราวที่เหนือความคาดหมายมาให้เขาถึงเพียงนี้
วันต่อมา อนิสาได้รับโทรศัพท์จากภัทร เขาแจ้งรายละเอียดเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นอย่างสุภาพ และยืนยันว่าทางคุณราเมศจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมด
“คุณราเมศเป็นอย่างไรบ้างคะ” อนิสาถามด้วยน้ำเสียงที่ยังคงกังวล
“คุณราเมศปลอดภัยดีครับ แค่มีอาการฟกช้ำเล็กน้อยที่ศีรษะครับ” ภัทรตอบ “คุณราเมศฝากมาบอกว่า เขาจะไปเยี่ยมคุณที่บ้านในอีกสองวันข้างหน้าครับ”
“เยี่ยมหนู?” อนิสาอุทานเบาๆ “ทำไมคะ”
“คุณราเมศบอกว่าอยากจะขอโทษคุณด้วยตัวเองครับสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น”
อนิสาก็ได้แต่พยักหน้ารับ ถึงแม้จะรู้สึกประหลาดใจ แต่ลึกๆ แล้ว เธอก็รู้สึกยินดีที่จะได้พบเขาอีกครั้ง
สองวันต่อมา ราเมศมาหาอนิสาที่บ้านตามที่เขานัดไว้ เขามาในสภาพที่ดูดีขึ้นมาก มีเพียงรอยฟกช้ำจางๆ ที่ขมับเท่านั้น
“สวัสดีครับคุณหนูอนิสา” ราเมศกล่าวเมื่ออนิสาเปิดประตูต้อนรับเขา “ผมมาขอโทษคุณอีกครั้งนะครับ ที่ทำให้คุณต้องมาเจอเรื่องน่ากลัวเมื่อคืนวันนั้น”
“ไม่เป็นไรค่ะคุณราเมศ” อนิสาตอบ “หนูเข้าใจค่ะ”
“ผมดีใจที่คุณไม่เป็นอะไร” ราเมศกล่าว “แต่ผมก็รู้สึกผิดจริงๆ ที่อุบัติเหตุครั้งนั้นทำให้คุณตกใจ”
“หนูไม่เป็นไรจริงๆ ค่ะ” อนิสาพยายามยิ้มให้เขา “แล้วคุณล่ะคะ ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นหรือยัง”
“ดีขึ้นมากแล้วครับ” ราเมศตอบ “คุณเป็นห่วงผมหรือครับ”
คำถามนั้นทำให้อานิสาหน้าแดงเล็กน้อย “ก็… หนูเป็นห่วงคุณบ้างค่ะ”
ราเมศมองใบหน้าของอนิสาที่แดงระเรื่อ เขารู้สึกถึงความอบอุ่นที่ค่อยๆ แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ ความรู้สึกนี้เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน
“ขอบคุณนะครับ” เขาพูดเบาๆ “คุณเป็นผู้หญิงที่อ่อนโยนจริงๆ”
“คุณราเมศก็เหมือนกันค่ะ” อนิสาตอบ “ถึงภายนอกคุณจะดูแข็งแกร่ง แต่ข้างในคุณก็อ่อนโยน”
บทสนทนาของทั้งสองดำเนินไปอย่างราบรื่น ราเมศรู้สึกผ่อนคลายเมื่อได้อยู่กับอนิสา เขารู้สึกว่าเธอเป็นคนที่เข้าใจเขาอย่างแท้จริง
“ผมมาวันนี้ นอกจากจะมาขอโทษแล้ว ยังมีเรื่องสำคัญที่อยากจะคุยกับคุณเป็นการส่วนตัวด้วยครับ” ราเมศกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
อนิสาเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความสงสัย “เรื่องอะไรคะ”
“เรื่องสัญญาของเราครับ” ราเมศตอบ “ผมอยากจะให้เราลองทำความรู้จักกันให้มากขึ้นก่อนที่จะถึงวันหมั้นหมายจริงๆ”
คำพูดของราเมศทำให้อานิสาประหลาดใจ แต่เธอก็รู้สึกดีใจ ราเมศกำลังจะเปิดใจให้เธอจริงๆ หรือนี่
6,055 ตัวอักษร