ตอนที่ 13 — แผนการร้ายที่ซ้อนเร้น
ความตกตะลึงถาโถมเข้าใส่พิมพ์ดาวจนเธอแทบจะทรงตัวไม่อยู่ สายตาของเธอสลับไปมาระหว่างวินัย ผู้เป็นหุ้นส่วนของแม่ กับเอกภพ ชายหนุ่มที่เธอเคยรู้จักในฐานะคู่แข่งทางธุรกิจ และเป็นต้นเหตุของปัญหาหลายอย่างที่ครอบครัวเธอเคยเผชิญ “คุณเอกภพ…คุณมาทำอะไรที่นี่” เสียงของเธอสั่นเครืออย่างควบคุมไม่ได้ “คุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไร”
เอกภพหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่เย็นชาและแฝงไปด้วยความเย้ยหยัน “ก็เรื่องการช่วยเหลือธุรกิจของคุณแม่คุณไงล่ะ พิมพ์ดาว” เขากล่าว ดวงตาของเขาสบเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยคำถามของเธอ “คุณคิดว่าผมจะมานั่งเฉยๆ ปล่อยให้ธุรกิจของครอบครัวคุณล่มสลายไปง่ายๆ หรือไง”
พัฒน์ยืนนิ่ง เขาพยายามประมวลผลสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในหัว เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเอกภพถึงมาอยู่ที่นี่ และทำไมเขาถึงพูดจาเหมือนมีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจของครอบครัวพิมพ์ดาว “คุณวินัยครับ เรื่องนี้มันคืออะไรกันแน่” เขาหันไปถามวินัย ซึ่งกำลังมองสถานการณ์ด้วยสีหน้าเรียบเฉย
วินัยถอนหายใจเบาๆ “คุณพัฒน์ครับ” เขาเริ่มต้น “คุณเอกภพคือผู้ที่เข้ามาให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่คุณนายอรทัยครับ”
“คุณแม่!” พิมพ์ดาวย้อนถามเสียงดัง “แม่ไปตกลงอะไรกับเขา”
“เธอมีความจำเป็น” เอกภพแทรกขึ้นมา “และผมก็มองเห็นโอกาส” เขากล่าวพลางกวาดตามองไปทั่วห้องประชุมที่หรูหรา “ผมลงทุนในบริษัทของคุณแม่คุณ และแน่นอนว่าผมย่อมมีสิทธิ์ในการตัดสินใจบางอย่าง”
“แต่…แต่คุณเอกภพ คุณเคยมีปัญหากับครอบครัวผมมาก่อน” พิมพ์ดาวพยายามรวบรวมสติ “ทำไมคุณถึงเข้ามาช่วยเหลือ”
“ความบาดหมางในอดีตมันก็เป็นแค่อดีต” เอกภพตอบ “ตอนนี้ผมมองเห็นอนาคตที่สดใสกว่า” เขาเงยหน้าขึ้นมองพิมพ์ดาว “และคุณ พิมพ์ดาว คุณก็เป็นส่วนหนึ่งของอนาคตนั้น”
พัฒน์เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง เขาจำได้ว่าข่าวลือเรื่องบริษัทของเขาจะถูกเทคโอเวอร์นั้นรุนแรงเพียงใด และเขาเพิ่งได้รับแจ้งว่ามีนักลงทุนหลายรายกำลังจับตาดูสถานการณ์ของบริษัทเขาอยู่ “คุณวินัยครับ” เขาเอ่ยขึ้น “ผมมีเรื่องที่ต้องเรียนให้ทราบ…บริษัทของผมกำลังประสบปัญหาเรื่องข่าวลือการถูกเทคโอเวอร์”
วินัยพยักหน้ารับ “ผมทราบครับคุณพัฒน์”
“ทราบ!” พิมพ์ดาวอุทาน “คุณทราบเรื่องนี้ด้วยเหรอคะ”
“ครับ” วินัยตอบ “และผมเชื่อว่าคุณเอกภพก็ทราบเช่นกัน”
เอกภพยิ้มมุมปาก “แน่นอน” เขาตอบ “ผมได้เตรียมการเรื่องนี้มาสักพักแล้ว”
คำพูดของเอกภพทำให้พิมพ์ดาวและพัฒน์มองหน้ากันด้วยความไม่เข้าใจ “คุณเตรียมการเรื่องอะไร” พิมพ์ดาวถาม
“ก็เรื่องที่จะเข้ามาบริหารธุรกิจของครอบครัวคุณไงล่ะ” เอกภพกล่าว “และในขณะเดียวกัน ผมก็จะใช้โอกาสนี้ในการขยายธุรกิจของผมให้ใหญ่ขึ้นด้วย”
“ขยายธุรกิจของคุณ…ด้วยการเข้ามาแทรกแซงธุรกิจของแม่ฉันอย่างนี้เหรอคะ!” พิมพ์ดาวตะคอกใส่
“ใจเย็นๆ ก่อนนะ พิมพ์ดาว” พัฒน์พูด เขาพยายามปลอบประโลมเธอ “เราต้องฟังให้จบก่อน”
“ฟังอะไรอีกล่ะคะคุณพัฒน์!” พิมพ์ดาวหันมามองเขา “นี่มันชัดเจนอยู่แล้ว!”
“คุณเอกภพครับ” วินัยพูดขึ้น “ผมอยากจะขอให้คุณอธิบายแผนการของคุณให้ชัดเจนกว่านี้”
“แน่นอนครับ คุณวินัย” เอกภพหันไปหาคุณวินัย “อย่างที่ผมบอก ผมได้ลงทุนในธุรกิจของคุณนายอรทัยแล้ว และผมก็ยินดีที่จะลงทุนเพิ่ม” เขาหยุดเล็กน้อยเพื่อให้คำพูดของเขากระจ่างชัด “แต่…ผมอยากจะเสนอให้มีการรวมกิจการระหว่างบริษัทของคุณนายอรทัย กับ…บริษัทของคุณพัฒน์”
คำพูดของเอกภพทำเอาพัฒน์ถึงกับอึ้งไป เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าแผนการของเอกภพจะกว้างไกลถึงขนาดนี้ “คุณจะควบรวมกิจการบริษัทของผมกับของแม่พิมพ์ดาวอย่างนั้นเหรอครับ”
“ไม่ใช่แค่ควบรวมครับคุณพัฒน์” เอกภพกล่าว “แต่เป็นการเข้าซื้อกิจการทั้งหมด”
พิมพ์ดาวยิ่งตกใจมากขึ้นไปอีก “เข้าซื้อ! คุณจะเข้าซื้อบริษัทของคุณพัฒน์อย่างนั้นเหรอคะ”
“ใช่” เอกภพตอบ “ผมมองเห็นโอกาสที่ดีในการเข้ามาซื้อหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทคุณพัฒน์ ในช่วงที่บริษัทกำลังมีปัญหา”
“คุณมันคนเจ้าเล่ห์!” พิมพ์ดาวตะโกน “คุณกำลังฉวยโอกาสจากวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้น!”
“ผมแค่ทำในสิ่งที่นักธุรกิจควรทำ” เอกภพตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน “คุณพิมพ์ดาว คุณเองก็กำลังจะได้รับประโยชน์จากการเข้ามาของผมเช่นกัน ธุรกิจของคุณจะมั่นคงขึ้น และคุณก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรธุรกิจที่ใหญ่กว่าเดิม”
“ฉันไม่ต้องการอะไรแบบนี้!” พิมพ์ดาวกล่าวเสียงดัง “ฉันไม่ต้องการผลประโยชน์ที่ได้มาจากการเอารัดเอาเปรียบคนอื่น!”
“พิมพ์ดาว…” พัฒน์พยายามจะพูด
“ฉันจะไม่มีวันยอมรับข้อเสนอแบบนี้เด็ดขาด!” พิมพ์ดาวหันไปมองวินัย “คุณวินัยคะ คุณรู้เรื่องนี้มาตลอดเลยใช่ไหมคะ”
วินัยพยักหน้า “ครับคุณพิมพ์ดาว ผมทราบว่าคุณเอกภพเข้ามาช่วยเหลือคุณนายอรทัย และผมก็ทราบว่าเขามีแผนการใหญ่”
“แล้วทำไมคุณถึงไม่บอกฉัน!” พิมพ์ดาวถามด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ “ทำไมคุณถึงปล่อยให้เรื่องมันดำเนินมาถึงขนาดนี้!”
“ผมก็เป็นแค่ที่ปรึกษาครับคุณพิมพ์ดาว” วินัยกล่าว “การตัดสินใจสุดท้ายอยู่ที่คุณนายอรทัย”
“แต่คุณแม่…แม่จะยอมทำแบบนี้ได้ยังไง” พิมพ์ดาวแทบจะร้องไห้ “แม่ไม่รู้เหรอว่าคุณเอกภพเป็นคนยังไง”
“คุณนายอรทัยกำลังลำบากมากครับ” วินัยอธิบาย “คุณเอกภพยื่นข้อเสนอที่เธอปฏิเสธไม่ได้”
เอกภพยิ้มกว้าง “ผมดีใจที่คุณพิมพ์ดาวเริ่มเข้าใจสถานการณ์แล้ว” เขากล่าว “ตอนนี้เรามาคุยกันเรื่องข้อตกลงกันดีกว่า”
พิมพ์ดาวยืนตัวแข็งทื่อ ดวงตาของเธอแดงก่ำไปด้วยความเจ็บปวด เธอหันไปมองพัฒน์ที่ยืนอยู่ข้างๆ เขาเองก็ดูตกใจและไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ต่างจากเธอ “คุณพัฒน์…” เธอพึมพำ
พัฒน์รวบรวมสติ เขาเห็นความเจ็บปวดในดวงตาของพิมพ์ดาว เขาตัดสินใจว่าเขาต้องเข้มแข็งเพื่อเธอ “คุณเอกภพครับ” เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ผมเข้าใจว่าคุณกำลังเสนอซื้อกิจการของผม แต่ผมขอปฏิเสธ”
เอกภพเลิกคิ้ว “คุณแน่ใจหรือครับคุณพัฒน์” เขาถาม “ในสถานการณ์แบบนี้ การต่อต้านอาจทำให้คุณยิ่งเสียเปรียบ”
“ผมไม่สนใจ” พัฒน์ตอบ “ผมจะหาทางแก้ไขปัญหาของบริษัทผมด้วยตัวเอง”
“ถ้าอย่างนั้น…” เอกภพยืดตัวตรง “ก็ถึงเวลาที่ผมจะต้องดำเนินการตามแผนสำรอง”
“แผนสำรองอะไรของคุณอีก!” พิมพ์ดาวถามด้วยความหวั่นใจ
“ผมจะเปิดเผยความลับบางอย่าง” เอกภพกล่าว “ความลับที่เกี่ยวกับบริษัทของคุณพัฒน์ และเกี่ยวกับ…ตัวคุณพิมพ์ดาวเอง”
คำพูดของเอกภพทำให้ทุกคนในห้องตกใจ พิมพ์ดาวยิ่งรู้สึกไม่สบายใจ เธอไม่รู้ว่าเอกภพกำลังจะพูดถึงเรื่องอะไร แต่เธอก็รู้ว่ามันต้องไม่ดีแน่
“คุณเอกภพ คุณจะทำแบบนั้นไม่ได้!” พัฒน์ตะคอก
“ผมทำได้” เอกภพตอบ “และผมจะทำ” เขามองไปที่พิมพ์ดาว “คุณพิมพ์ดาว คุณแน่ใจนะว่าคุณอยากจะให้ความลับของคุณถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ”
พิมพ์ดาวมองไปที่พัฒน์ แล้วหันกลับมามองเอกภพ เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกบีบคั้น เธอไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี
5,305 ตัวอักษร