รักหลอกที่กลายเป็นจริง

ตอนที่ 19 / 37

ตอนที่ 19 — ทางออกสุดท้ายที่ต้องเสี่ยง

พิมพ์ดาวยังคงรู้สึกหนักอึ้งอยู่ในใจ คำพูดของพัฒน์ที่ว่า “นี่คือทางเลือกเดียวที่เรามีในตอนนี้” ยังคงก้องอยู่ในหูของเธอ เธอเพิ่งจะเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่าเงินทุนตั้งต้นของบริษัทที่เธอทุ่มเทสร้างมาด้วยความฝัน อาจจะเป็นเงินที่ได้มาอย่างไม่ถูกต้อง การจะพิสูจน์ว่ามันมาจากธุรกิจที่ผิดกฎหมายอื่นไม่ใช่การค้ายาเสพติดก็เป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญนัก แล้วยิ่งตอนนี้บริษัทของเธอกำลังจะล้มละลายเพราะบัญชีถูกอายัด คุณเอกภพคงกำลังหัวเราะเยาะอยู่แน่ๆ “พิมพ์ดาว” พัฒน์เรียกเสียงทุ้ม พยายามดึงเธอออกจากภวังค์แห่งความสิ้นหวัง “เรายังไม่หมดหนทางนะ” “หนทางไหนคะคุณพัฒน์” พิมพ์ดาวถามเสียงแผ่ว “ตอนนี้ทุกอย่างมันดูมืดมนไปหมด” “เรายังมีทางเลือกอยู่” พัฒน์ยืนยัน “ถึงแม้ว่ามันจะเสี่ยงก็ตาม” “เสี่ยงแค่ไหนคะ” “ถ้าเราสามารถหาหลักฐานที่ชัดเจนได้ ว่าเงินจากสมชายถูกนำไปใช้ในธุรกิจที่ผิดกฎหมายอื่น และเราไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับการกระทำเหล่านั้นจริง เราอาจจะสามารถยื่นเรื่องต่อศาลเพื่อขอให้พิจารณาทบทวนคำสั่งอายัดบัญชีได้” พัฒน์อธิบาย “แต่การจะหาหลักฐานขนาดนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย” “แล้วเราจะเริ่มตรงไหนดีคะ” พิมพ์ดาวยังคงมีความหวังเล็กๆ อยู่ในใจ “เราต้องกลับไปที่ต้นตอ” พัฒน์ตอบ “คือเรื่องของสมชาย” “แต่เพื่อนของสมชายก็บอกว่าเขามีความพยายามจะล้างประวัติของตัวเอง” พิมพ์ดาวท้วง “นั่นอาจจะหมายความว่าไม่มีเอกสารอะไรเหลืออยู่แล้ว” “เราต้องลองดู” พัฒน์กล่าว “บางทีอาจจะมีใครบางคน หรือเอกสารบางอย่างที่ตกหล่นไป” ในขณะเดียวกัน คุณวินัยที่อยู่กับทนายความของบริษัทก็ได้รับข่าวคราวที่น่าปวดใจ “ทนายความแจ้งมาแล้วครับคุณพิมพ์ดาว” คุณวินัยโทรศัพท์หาพิมพ์ดาว “เขาบอกว่า…เรื่องการยกเลิกคำสั่งอายัดบัญชีนั้น…อาจจะต้องใช้เวลาเป็นเดือนครับ” พิมพ์ดาวแทบทรุด “เป็นเดือนเลยเหรอคะ” “ครับ และที่สำคัญกว่านั้นคือ…ในการยื่นเรื่องขอถอนอายัด เราจำเป็นต้องวางหลักทรัพย์เป็นจำนวนเงินที่สูงมาก” คุณวินัยกล่าวเสียงหนัก “ซึ่ง ณ ตอนนี้…เป็นไปไม่ได้เลยครับ” “แล้วเราจะทำยังไงดีคะ” พิมพ์ดาวถามกลับอย่างสิ้นหวัง “ผม…ผมไม่ทราบจริงๆ ครับ” คุณวินัยยอมรับ “นี่เป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมา” พิมพ์ดาวยกมือขึ้นกุมขมับ เธอรู้สึกเหมือนกำลังจะขาดใจตาย “คุณเอกภพ…เขาต้องการจะทำลายฉันจริงๆ” “เราต้องไม่ยอมแพ้ครับคุณพิมพ์ดาว” พัฒน์พยายามให้กำลังใจ “เรายังมีเวลาอีกนิดหน่อยก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป” “เวลาอีกนิดหน่อย…หมายถึงอะไรคะ” “หมายถึง…ถ้าเราสามารถหาหลักฐานที่ทำให้เราสามารถต่อสู้คดีได้ภายในสัปดาห์นี้ เราอาจจะมีโอกาส” พัฒน์กล่าว “แต่ถ้าช้ากว่านั้น…บริษัทของคุณอาจจะต้องปิดตัวลงจริงๆ” “แล้วหลักฐานที่ว่า…มันคืออะไรคะ” “เราต้องหาหลักฐานที่เชื่อมโยงสมชายกับธุรกิจผิดกฎหมายอื่นที่เขาเคยทำ” พัฒน์อธิบาย “และต้องแสดงให้เห็นว่าเงินจำนวนนั้นถูกนำมาใช้ในธุรกิจเหล่านั้น ไม่ใช่เงินที่ได้มาจากการค้ายาเสพติดตามที่เอกภพกล่าวหา” “แต่เราจะหาหลักฐานพวกนั้นได้อย่างไรคะ” พิมพ์ดาวถาม “ผมมีไอเดียหนึ่ง” พัฒน์พูดขึ้น “เพื่อนของสมชายที่ผมคุยด้วย บอกว่าสมชายเคยมีหุ้นส่วนคนหนึ่งในธุรกิจเก่าของเขา ที่เคยมีปัญหากันเรื่องเงิน” “แล้ว…คนนั้นอยู่ที่ไหนคะ” “เขาบอกว่า…คนนั้นตอนนี้อยู่ที่ต่างประเทศแล้ว” พัฒน์ถอนหายใจ “แต่เขายังติดต่อกับญาติของเขาที่นี่อยู่” “เราลองติดต่อญาติของเขาดูไหมคะ” พิมพ์ดาวเสนอ “เป็นความคิดที่ดี” พัฒน์ตอบ “ผมจะลองหาข้อมูลของญาติคนนั้นดู” ทั้งสองคนกลับมาที่สำนักงานที่ว่างเปล่าอีกครั้ง พิมพ์ดาวมองไปรอบๆ เธอเคยมีความสุขกับที่นี่ แต่ตอนนี้มันกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกสูญสลาย “ฉันไม่คิดว่าฉันจะสามารถสู้อย่างนี้ต่อไปได้อีกแล้วค่ะคุณพัฒน์” “ผมรู้ว่ามันยาก” พัฒน์เดินเข้าไปหาเธอ “แต่คุณไม่ใช่คนเดียวที่กำลังต่อสู้นะ” เขาจับมือเธอไว้ “ผมอยู่ตรงนี้กับคุณ” พิมพ์ดาวยกมือขึ้นปาดน้ำตา “ขอบคุณค่ะ” “เราจะหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเรื่องนี้” พัฒน์กล่าว “ไม่ว่ามันจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม” “คุณแน่ใจนะคะ” “ผมแน่ใจ” พัฒน์สบตาเธอ “ผมจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องคุณ และบริษัทของคุณ” คำพูดของพัฒน์ทำให้พิมพ์ดาวรู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาบ้าง แม้ว่าสถานการณ์จะยังคงเลวร้าย แต่การมีเขาอยู่เคียงข้างก็เป็นเหมือนแสงสว่างเล็กๆ ในความมืดมิด เธอพยักหน้าอย่างแน่วแน่ “ค่ะ เราจะสู้ไปด้วยกัน” “ดีมาก” พัฒน์ยิ้มให้เธอ “ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับหุ้นส่วนของสมชาย” “ฉันจะลองหาข้อมูลจากฐานข้อมูลของบริษัทเก่าๆ ที่เคยร่วมงานกับสมชายดูนะคะ” พิมพ์ดาวเสนอ “ยอดเยี่ยม” พัฒน์เห็นด้วย “ส่วนผมจะลองหาข้อมูลจากเพื่อนของสมชายอีกครั้ง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ละเอียดกว่าเดิม” ทั้งสองคนเริ่มลงมือทำงานทันที โดยไม่รอช้า แม้ว่าความหวังจะริบหรี่ แต่พวกเขาก็ยังคงเชื่อว่ายังมีทางออกเสมอ

3,861 ตัวอักษร