ตอนที่ 2 — เงาที่ทับซ้อนในความทรงจำ
แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องผ่านม่านโปร่งบางเข้ามาในห้องนอน ก่อให้เกิดเป็นลำแสงสีทองอ่อนๆ ที่ทอดยาวไปบนพื้น พิมพ์ลุกขึ้นนั่งบนเตียง สูดลมหายใจลึกๆ พยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงเมื่อคืน
ภาพของนทีที่ประกาศว่าจะแต่งงานกับแพรวา ยังคงติดตรึงอยู่ในหัวของเธอราวกับฝันร้าย เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูเวลา 7:00 น. เช้าวันใหม่ ที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
“คุณพิมพ์คะ” เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงของอร “ทานข้าวเช้าได้แล้วค่ะ”
“ค่ะ กำลังจะไปค่ะ” พิมพ์ตอบรับ พลางลุกขึ้นยืน เดินไปที่ตู้เสื้อผ้า เลือกชุดกระโปรงผ้าฝ้ายสีอ่อนที่ดูเรียบง่ายที่สุด
เธอรู้ดีว่าการจะอยู่ที่นี่ต่อไป เธอต้องทำตัวให้กลมกลืน เป็นเหมือนเงาที่ไม่มีตัวตน เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับนทีและแพรวา
เมื่อลงมาถึงห้องอาหาร คุณหญิงกัลยานั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้ว ใบหน้าของคุณหญิงดูหมองเศร้ากว่าทุกวัน
“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณแม่” พิมพ์เอ่ยทักทาย พลางนั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่ตรงข้าม
“อรุณสวัสดิ์จ้ะ” คุณหญิงกัลยาตอบรับเสียงเบา “เมื่อคืนนอนหลับไหมจ๊ะ”
“หลับสบายดีค่ะ” พิมพ์โกหก เธอไม่ต้องการให้คุณหญิงกัลยาต้องมาเป็นห่วงเธออีก
“แม่… แม่ขอโทษนะลูก” คุณหญิงกัลยามองมาที่พิมพ์ “ที่แม่ไม่สามารถทำอะไรให้นทีได้”
“ไม่เป็นไรค่ะคุณแม่” พิมพ์ยิ้มให้ “พิมพ์เข้าใจค่ะ”
“เข้าใจอะไรกันจ๊ะ เขาเป็นสามีของแกนะ!” คุณหญิงกัลยาเสียงดังขึ้นเล็กน้อย “เขาจะแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นได้ยังไง ในเมื่อเขามีแกอยู่แล้ว”
“แต่เขาจำพิมพ์ไม่ได้เลยค่ะคุณแม่” พิมพ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “ถ้าเขาไม่จำพิมพ์ แล้วจะมีพิมพ์ไปเพื่ออะไรคะ”
“อย่าพูดแบบนั้นนะพิมพ์” คุณหญิงกัลยาส่ายหน้า “ความรักมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับความทรงจำเสมอไปนะลูก”
“สำหรับพิมพ์ มันใช่ค่ะ” พิมพ์ตอบ “ถ้าเขาไม่เห็นพิมพ์ในสายตา ไม่เห็นพิมพ์เป็นภรรยาของเขา แล้วพิมพ์จะไปอยู่ตรงนั้นทำไมคะ”
“พิมพ์…” คุณหญิงกัลยาเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ชะงักไปเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนเดินเข้ามา
นทีเดินเข้ามาในห้องอาหารพร้อมกับแพรวา ใบหน้าของทั้งสองคนยิ้มแย้มแจ่มใส ราวกับว่าไม่มีเรื่องราวอันน่าสะเทือนใจใดๆ เกิดขึ้นเมื่อคืน
“อรุณสวัสดิ์ครับแม่” นทีเอ่ยทักทาย “อรุณสวัสดิ์ครับคุณพิมพ์” เขาหันมามองพิมพ์ แววตาของเขาไม่มีความรู้สึกใดๆ แสดงออกมา มีเพียงความสุภาพตามมารยาทเท่านั้น
“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณนที” พิมพ์ตอบรับอย่างเย็นชา
“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณแม่” แพรวากล่าวทักทายคุณหญิงกัลยา “อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณพิมพ์” เธอพูดกับพิมพ์ด้วยรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะมีความหมายแฝง
“ทานข้าวเช้ากันเถอะ” คุณหญิงกัลยาเอ่ยขึ้น พยายามปรับบรรยากาศให้เป็นปกติ
ทั้งสี่คนนั่งลงที่โต๊ะอาหาร บรรยากาศเต็มไปด้วยความอึดอัด นทีและแพรวาพูดคุยกันอย่างออกรส โดยไม่สนใจว่าใครจะรู้สึกอย่างไร
“ที่รัก” แพรวาเอ่ยขึ้น “เย็นนี้เราไปดูชุดแต่งงานกันไหมคะ”
“ได้สิครับ” นทีตอบรับทันที “อยากให้ที่รักสวยที่สุดในวันของเรา”
“ขอบคุณค่ะ” แพรวายิ้มหวาน “คุณพิมพ์คะ” เธอหันมาพูดกับพิมพ์ “คุณพิมพ์สนใจจะไปเป็นเพื่อนแพรไหมคะ”
คำถามนั้นทำเอาพิมพ์แทบสำลักข้าวที่กำลังเคี้ยวอยู่ เธอเงยหน้าขึ้นมองแพรวาด้วยความไม่เข้าใจ
“แพร… ไม่ต้องชวนพิมพ์หรอก” คุณหญิงกัลยาพูดขัดขึ้น “พิมพ์เขาก็มีธุระของเขา”
“อ๋อ เหรอคะ” แพรวาตอบเสียงเรียบ “เสียดายจัง แพรคิดว่าคุณพิมพ์น่าจะชอบนะคะ”
พิมพ์มองไปที่นที เขาเพียงแค่ยิ้มบางๆ และหันไปสนใจแพรวาต่อ ราวกับว่าเขาไม่ได้รับรู้ถึงบทสนทนาที่กำลังเกิดขึ้น
“ไม่เป็นไรค่ะคุณแพร” พิมพ์ตอบ “ถ้าว่างพิมพ์จะไปนะคะ” เธอเลือกที่จะตอบอย่างกลางๆ เพื่อไม่ให้สถานการณ์ตึงเครียดไปมากกว่านี้
หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ นทีและแพรวาก็ขอตัวออกไปข้างนอก ปล่อยให้พิมพ์กับคุณหญิงกัลยาอยู่กันตามลำพัง
“พิมพ์” คุณหญิงกัลยาเอ่ยขึ้น “แม่ว่า… พิมพ์ควรจะหาทางทำให้นทีจำแกให้ได้นะ”
“พิมพ์ทำไม่ได้ค่ะคุณแม่” พิมพ์ตอบ “ถ้าเขายังรักและอยู่กับคุณแพร แล้วพิมพ์จะไปขัดขวางทำไมคะ”
“แต่นั่นมันไม่ยุติธรรมกับพิมพ์นะลูก” คุณหญิงกัลยาเสียงสั่น “แม่รู้ว่าพิมพ์รักนทีมากแค่ไหน”
“ความรักของพิมพ์… มันไม่มีค่าพอที่จะทำให้เขากลับมาจำได้เลยค่ะ” พิมพ์พูด พยายามกลั้นน้ำตา “บางที… การที่เขาไม่จำพิมพ์ อาจจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขาแล้วก็ได้”
“พิมพ์… อย่าคิดแบบนั้นนะ” คุณหญิงกัลยาจับมือของพิมพ์ไว้ “แม่จะช่วยพิมพ์เอง”
“คุณแม่จะช่วยพิมพ์ได้อย่างไรคะ” พิมพ์ถาม “ในเมื่อแม้แต่ตัวพิมพ์เองก็ยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร”
“แม่จะหาทาง” คุณหญิงกัลยาตอบด้วยแววตามุ่งมั่น “แม่จะไม่ยอมให้เรื่องนี้จบลงแบบนี้เด็ดขาด”
พิมพ์มองดูใบหน้าของคุณหญิงกัลยา เธอรู้สึกขอบคุณในความหวังดีที่มีให้ แต่ในใจของเธอกลับรู้สึกสิ้นหวัง
วันเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า พิมพ์ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังใหญ่อย่างเงียบเชียบ เธอหลีกเลี่ยงการพบปะกับนทีและแพรวาเท่าที่จะทำได้ เธอใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการอ่านหนังสือ ทำสวน หรือไม่ก็ออกไปเดินเล่นคนเดียว
วันหนึ่ง ขณะที่เธอกำลังรดน้ำต้นไม้ในสวน เธอเห็นนทีกำลังสอนแพรวาขี่ม้าอยู่กลางลานกว้าง
“ดีมากครับที่รัก” นทีเอ่ยชมแพรวา “ค่อยๆ ปรับท่าทางการทรงตัวนะ”
แพรวายิ้มรับอย่างมีความสุข เธอขี่ม้าไปรอบๆ ลานด้วยท่าทางสง่างาม
พิมพ์ยืนมองภาพนั้นจากมุมหนึ่งของสวน หัวใจของเธอเจ็บปวด แต่ก็แอบดีใจที่เห็นนทีมีความสุข
ทันใดนั้น ม้าของแพรวาก็เกิดอาการตกใจบางอย่าง สะดุ้งอย่างรุนแรง ทำให้แพรวากระเด็นตกจากหลังม้า
“ว้าย!” แพรวาร้องเสียงหลง
“แพร!” นทีตะโกนเสียงดัง รีบวิ่งเข้าไปหาแพรวาที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น
พิมพ์ตกใจมาก รีบวิ่งเข้าไปสมทบ
“คุณแพร! เป็นอะไรมากไหมครับ!” นทีถามอย่างร้อนรน พลางประคองร่างของแพรวาขึ้นมา
“เจ็บ… เจ็บขาค่ะ” แพรวากล่าวเสียงแผ่ว ใบหน้าซีดเผือด
“ไม่เป็นไรนะครับ เดี๋ยวผมพาไปโรงพยาบาล” นทีอุ้มแพรวาขึ้นแนบอก “คุณพิมพ์ครับ ช่วยไปตามรถให้ที”
พิมพ์พยักหน้า รีบวิ่งเข้าไปในบ้านเพื่อเตรียมรถ
ขณะที่เธอกำลังจะสตาร์ทรถ เธอก็เหลือบไปเห็นกล่องยาปฐมพยาบาลที่วางอยู่เบาะหลัง เธอหยิบมันขึ้นมา เปิดออกดู
ในนั้นมีผ้าพันแผล ยาฆ่าเชื้อ และ… รูปถ่ายใบหนึ่ง
รูปถ่ายใบนั้นเป็นรูปของเธอกับนที ในวันที่แต่งงานกัน เป็นวันที่นทียังจำเธอได้
พิมพ์รู้สึกเหมือนมีบางอย่างกระตุกเข้าที่กลางใจ เธอหยิบรูปถ่ายใบนั้นขึ้นมาอย่างสั่นเทา
นี่มันหมายความว่าอย่างไร? ทำไมรูปนี้ถึงมาอยู่ที่นี่?
5,059 ตัวอักษร