ตอนที่ 25 — ปริศนาในห้องลับ
เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังมาจากอีกฟากหนึ่งของประตูห้องเก็บของเก่า แพรวาผงะถอยหลังไปเกาะแขนของอนาวินแน่น หัวใจของเธอเต้นรัวประหนึ่งจะทะลุออกมานอกอก ภาพใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความแค้นของนลินฉายชัดขึ้นมาในหัว เธอเกือบจะเชื่อคำพูดของอนาวินแล้วว่านลินอาจไม่ใช่คนลงมือ แต่เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้านั่นอีกครั้ง ความหวาดระแวงก็กลับมาอีกครั้ง
"คุณแน่ใจนะว่าเราต้องซ่อนตัวที่นี่" แพรวากระซิบถาม เสียงสั่นเครือ "ถ้าเป็นนลินจริงๆ เราอาจจะติดกับ"
อนาวินขมวดคิ้ว ขยับตัวไปยืนกึ่งกลางระหว่างแพรวาและประตู เขาพยายามฟังเสียงจากอีกด้านให้ชัดเจนขึ้น "คงไม่ใช่แค่นลินแล้วล่ะ เสียงมันหนักเกินไป ไม่เหมือนผู้หญิง"
"แล้วจะเป็นใครได้อีกคะ" แพรวารู้สึกเย็นวาบไปทั้งสันหลัง "หรือว่า...จะมีคนอื่นอีก"
"ไม่รู้สิ" อนาวินตอบเสียงเครียด "แต่ที่แน่ๆ คือเราต้องรู้ให้ได้ว่าใครอยู่ที่นั่นก่อนที่จะให้เขาเจอเรา"
เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องเก็บของเก่าที่เต็มไปด้วยฝุ่นและข้าวของที่ถูกทิ้งร้าง แสงสลัวจากตะเกียงน้ำมันเพียงดวงเดียวที่เขานำติดตัวมาสาดส่องให้เห็นเงารางๆ ของเฟอร์นิเจอร์โบราณที่ปกคลุมด้วยผ้าขาว ผนังห้องเต็มไปด้วยชั้นวางหนังสือที่ว่างเปล่า และบางส่วนก็มีกล่องไม้เก่าๆ วางซ้อนกันอยู่
"ตรงนั้น" อนาวินชี้ไปที่มุมห้องด้านในสุด ซึ่งมีตู้ไม้ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ "เราอาจจะซ่อนตัวหลังตู้นั้นได้"
ทั้งสองรีบสาวเท้าเข้าไป หลบหลังตู้ไม้โบราณที่ดูเก่าแก่และบอบบาง ทั้งคู่เบียดเสียดกันเข้าไปในช่องแคบๆ ระหว่างตู้กับผนัง พยายามกลั้นหายใจเพื่อไม่ให้เกิดเสียงใดๆ
เสียงฝีเท้าหยุดลงที่หน้าประตูห้องเก็บของเก่า เงียบไปครู่หนึ่ง ความเงียบนั้นกลับน่ากลัวกว่าเสียงใดๆ แพรวาหลับตาลงแน่น พยายามควบคุมสติไม่ให้ตื่นตระหนกจนเกินไป นี่มันสถานการณ์อะไรกันแน่ เธอแค่ต้องการค้นหาความจริงเกี่ยวกับอุบัติเหตุของบิดามารดา แต่กลับต้องมาติดอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายขนาดนี้
"ใครอยู่ข้างใน" เสียงทุ้มห้าวดังมาจากอีกฟากของประตู ถามขึ้นอย่างเย็นชา
อนาวินหันไปมองแพรวาด้วยสายตาที่สื่อความหมายว่า 'นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายแล้ว' เขากระแอมเบาๆ ก่อนจะตอบกลับไป
"ไม่มีใครอยู่ที่นี่" อนาวินพยายามทำให้เสียงของเขาฟังดูเป็นปกติที่สุด "ใครกันที่ถาม"
"อย่าเล่นตลก" ชายคนเดิมตอบ เสียงดังขึ้นเล็กน้อย "ข้าเห็นประตูเปิดอยู่"
แพรวาเม้มปากแน่น เธอหันไปมองอนาวินอีกครั้ง อนาวินพยักหน้าเบาๆ เป็นสัญญาณให้เธอเงียบ
"ถ้าเจ้าไม่เปิดข้าจะพังประตูเข้าไป" ชายคนนั้นขู่
"รอเดี๋ยวนะ" อนาวินตอบ "ข้าจะเปิดให้"
เขากระชับมือแพรวาแน่น ก่อนจะค่อยๆ ก้าวออกมาจากที่ซ่อน แพรวาถอยตามออกมาอย่างระมัดระวัง
เมื่อประตูห้องเก็บของเก่าถูกเปิดออก ชายร่างสูงใหญ่ในชุดสีดำสนิทก็ปรากฏตัวขึ้น ใบหน้าของเขาซ่อนอยู่ในเงาของหมวกปีกกว้างจนมองเห็นรายละเอียดได้ไม่ชัดเจน แต่แววตาที่ฉายประกายดุดันภายใต้เงาหมวกนั้นก็ทำให้แพรวารู้สึกถึงอันตรายได้ทันที
"ท่านคือใคร" อนาวินเอ่ยถามอย่างสุภาพ แต่แฝงไว้ด้วยความระแวดระวัง
ชายคนนั้นก้าวเข้ามาในห้องอย่างช้าๆ สายตาของเขากวาดมองไปรอบๆ อย่างสำรวจ เขาหยุดชะงักเมื่อสายตามาหยุดอยู่ที่ตะเกียงน้ำมันที่อนาวินถืออยู่
"ข้า... เจ้าของที่นี่" ชายคนนั้นตอบเสียงห้วน "แล้วเจ้าล่ะ มาทำอะไรที่นี่"
"ข้ามาตามหาสิ่งของบางอย่าง" อนาวินตอบ "บังเอิญเข้ามาในห้องนี้พอดี"
"สิ่งของบางอย่าง" ชายคนนั้นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "ห้องนี้มีแต่ของเก่าไร้ค่า"
"บางทีของเก่าไร้ค่าสำหรับคนหนึ่ง อาจมีค่ามากสำหรับอีกคนก็ได้" แพรวาพูดแทรกขึ้นมา เธอพยายามทำเสียงให้มั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้
ชายคนนั้นหันมามองแพรวาเป็นครั้งแรก ใบหน้าของเขาเริ่มปรากฏชัดขึ้นภายใต้แสงตะเกียง เป็นใบหน้าที่คมคาย แต่ก็แฝงไปด้วยความแข็งกร้าวและเย็นชา ดวงตาของเขาจ้องมองแพรวาอย่างพิจารณา ราวกับจะประเมินอะไรบางอย่าง
"เจ้าเป็นใคร" เขาถามแพรวา "ข้าไม่เคยเห็นหน้าเจ้ามาก่อน"
"ข้า... เป็นแขกของอนาวิน" แพรวาตอบ ลังเลเล็กน้อย
"แขก" ชายคนนั้นทวนคำ "แล้วทำไมแขกของอนาวินถึงมาค้นหาของในห้องเก็บของเก่าอย่างลับๆ"
"พวกเราไม่ได้ค้นหาอย่างลับๆ" อนาวินรีบแก้ต่าง "เราแค่... กำลังหาของบางอย่างที่สำคัญ"
"สำคัญจนต้องหลบซ่อน" ชายคนนั้นพูดติดตลก แต่แววตาของเขาไม่ได้แสดงออกถึงความขบขันเลยแม้แต่น้อย "ข้าไม่ชอบคนโกหก"
ความตึงเครียดในห้องเพิ่มสูงขึ้น แพรวารู้สึกได้ถึงเหงื่อที่ผุดขึ้นมาตามไรผม เธอสบตาเข้ากับอนาวิน อนาวินพยักหน้าเบาๆ เป็นสัญญาณให้เธอใจเย็น
"ท่านคงไม่ทราบสินะครับ" อนาวินเริ่มพูด "ว่าห้องเก็บของเก่านี้นอกจากจะมีของเก่าแล้ว ยังมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่"
"ความลับ" ชายคนนั้นเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "ความลับอะไร"
"ความลับที่อาจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในอดีต" อนาวินพูดต่อ "เหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบมาจนถึงปัจจุบัน"
"เจ้ากำลังพูดถึงอะไร" ชายคนนั้นถาม เสียงเข้มขึ้น "เรื่องอะไรในอดีต"
"เรื่องของครอบครัวของข้า" อนาวินตอบ "โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องของอุบัติเหตุที่พรากชีวิตบิดามารดาของข้าไป"
ชายคนนั้นนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ใบหน้าของเขาดูเคร่งขรึมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"อุบัติเหตุ" เขาพึมพำ "ข้าไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน"
"แน่ใจหรือครับ" แพรวาถามอย่างจงใจ "เพราะจากข้อมูลที่ข้าได้มา มีบางอย่างที่ชี้ว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น... อาจจะไม่ใช่อุบัติเหตุธรรมดา"
ชายคนนั้นหันมามองแพรวาอีกครั้ง คราวนี้ดวงตาของเขามีประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก "เจ้าหมายความว่าอย่างไร"
"หมายความว่า" แพรวาหายใจลึก "อาจจะมีใครบางคนจงใจทำให้มันเกิดขึ้น"
"ไร้สาระ" ชายคนนั้นสบถเบาๆ "ใครจะทำเรื่องแบบนั้น"
"คนที่มีแรงจูงใจ" แพรวาตอบ "คนที่มีความแค้น หรือคนที่มีผลประโยชน์"
อนาวินมองชายตรงหน้าด้วยสายตาที่อ่านยาก เขากำลังประเมินทุกอย่างอยู่
"ถ้าเจ้ากำลังกล่าวหาใคร" ชายคนนั้นพูดเสียงเย็น "เจ้าควรมีหลักฐาน"
"หลักฐานกำลังจะถูกเปิดเผย" อนาวินพูด "และข้าเชื่อว่าท่านเองก็อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้"
คำพูดของอนาวินทำให้ชายคนนั้นหัวเราะออกมาอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นการหัวเราะที่แฝงความเยาะเย้ย "ข้าเกี่ยวอะไรด้วย"
"บางที... ท่านอาจจะเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังแผนการทั้งหมด" แพรวาพูดอย่างกล้าหาญ "หรืออย่างน้อยก็เป็นคนที่รู้ความจริง"
ชายคนนั้นก้าวเข้ามาใกล้อนาวินและแพรวามากขึ้น แสงตะเกียงส่องให้เห็นใบหน้าของเขาชัดเจนขึ้น เขาดูเหมือนจะมีความโกรธบางอย่างที่พยายามเก็บงำเอาไว้
"ข้าไม่รู้ว่าเจ้าสองคนกำลังเล่นเกมอะไร" เขาพูดเสียงลอดไรฟัน "แต่ถ้าเจ้าคิดจะมากล่าวหาข้า หรือมาค้นหาความลับในบ้านของข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต... เจ้าจะต้องเสียใจ"
"เราไม่ได้มาค้นหาความลับโดยไม่ได้รับอนุญาต" อนาวินแย้ง "เรามาเพื่อตามหาความจริง"
"ความจริงที่เจ้าคิดเอง" ชายคนนั้นพูด "ข้าไม่เคยทำอะไรที่ผิด"
"จริงหรือครับ" แพรวาถาม "แล้วเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ล่ะครับ"
"เรื่องอะไร" ชายคนนั้นถามอย่างไม่เข้าใจ
"เรื่องที่ใครบางคนพยายามจะเข้ามาในห้องนี้" แพรวาพูด "พวกเราเจอร่องรอย"
ชายคนนั้นมองแพรวาอย่างพิจารณา "ข้าไม่รู้เรื่อง"
"แต่ท่านอยู่ที่นี่" อนาวินชี้ไปที่ประตู "เมื่อสักครู่"
"ข้ากำลังเดินตรวจตราบริเวณนี้" ชายคนนั้นตอบ "ข้าไม่เห็นอะไรผิดปกติ"
"ท่านเห็นประตูห้องเก็บของเก่าเปิดอยู่" แพรวาย้ำ "แล้วท่านก็เข้ามา"
"ใช่" ชายคนนั้นยอมรับ "เพราะข้าคิดว่าอาจจะมีใครบุกรุกเข้ามา"
"แล้วท่านเจออะไร" อนาวินถาม
"ข้าเจอเจ้าสองคน" ชายคนนั้นตอบ "ที่กำลังทำตัวน่าสงสัย"
ความตึงเครียดกลับมาอีกครั้ง แพรวากับอนาวินมองหน้ากัน พวกเขารู้สึกเหมือนตกอยู่ในวงล้อม
"ท่านแน่ใจนะครับว่าไม่เห็นใครอื่น" อนาวินถามอีกครั้ง
"แน่ใจ" ชายคนนั้นตอบเสียงหนักแน่น "มีแต่เจ้าสองคน"
"แล้วท่านเห็นอะไรที่พื้นไหมครับ" แพรวาถาม "รอยรองเท้า"
ชายคนนั้นก้มลงมองพื้น แต่เขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรเป็นพิเศษ
"ข้าไม่ได้สังเกต" เขาตอบ "ตอนนี้ข้าเห็นแต่เจ้าสองคน"
"ท่านไม่กลัวว่าจะมีใครเข้ามาขโมยของสำคัญไปหรือครับ" แพรวาถาม "ถ้าท่านเป็นเจ้าของบ้านจริงๆ"
"ข้าไม่กลัว" ชายคนนั้นตอบ "เพราะข้าคุมที่นี่ได้"
"แสดงว่าท่านรู้จักที่นี่ดี" อนาวินพูด "ท่านรู้จักความลับที่ซ่อนอยู่ในที่แห่งนี้"
"ข้าเป็นเจ้าของบ้าน" ชายคนนั้นตอบ "ย่อมรู้จักทุกซอกทุกมุม"
"แล้วท่านรู้จัก 'ห้องลับ' ที่อยู่หลังชั้นหนังสือนี้ไหมครับ" แพรวาถาม พลางชี้ไปที่ชั้นหนังสือด้านข้าง
ชายคนนั้นหันไปมองชั้นหนังสือด้วยความประหลาดใจ เขาเดินเข้าไปใกล้ๆ แล้วเอามือลาบไปตามผนัง
"ห้องลับ" เขาพึมพำ "ข้าไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน"
"แต่ท่านเป็นเจ้าของบ้าน" แพรวาย้ำ "ท่านไม่รู้เรื่องห้องลับที่ซ่อนอยู่หลังบ้านของท่านเองเลยหรือ"
ชายคนนั้นเงียบไป เขาค่อยๆ ใช้มือดันชั้นหนังสือทีละชั้น ราวกับกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง
"ไม่เห็นมีอะไร" เขาพูดในที่สุด "มีแต่ผนังธรรมดา"
"ลองกดตรงนี้ดูครับ" อนาวินบอก พลางชี้ไปที่มุมด้านล่างของชั้นหนังสือ
ชายคนนั้นทำตามที่อนาวินบอก เขาออกแรงกดลงไปตรงจุดนั้น เสียงกลไกบางอย่างก็ดังขึ้นเบาๆ และชั้นหนังสือทั้งแถบก็ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นช่องทางลับที่มืดมิด
ทั้งสามคนมองเข้าไปในช่องทางลับด้วยความตื่นเต้น
7,210 ตัวอักษร