ตอนที่ 8 — ความรู้สึกที่หวั่นไหว
นลินดาหลุดยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว เธอไม่เคยคิดว่าการใช้เวลาอยู่กับภาคินัยในบรรยากาศสบายๆ นอกเหนือจากโรงพยาบาลจะเป็นเรื่องที่น่าประทับใจได้ถึงขนาดนี้ การสนทนาของพวกเขาไหลลื่นราวกับรู้จักกันมานาน ภาคินัยเองก็ดูผ่อนคลายกว่าที่เธอเคยเห็นอย่างมาก ใบหน้าของเขาฉายแววของความสุขที่ไม่ได้เห็นบ่อยนักในยามที่เขาต้องแบกรับภาระหน้าที่อันหนักอึ้งในฐานะแพทย์
“คุณหมอภาคินัย… ค่ะ” นลินดาเรียกชื่อเขาอย่างแผ่วเบาขณะที่พนักงานกำลังเก็บจานอาหารที่ทานเสร็จแล้ว “ฉัน… ฉันอยากขอบคุณคุณหมออีกครั้งนะคะ ที่ช่วยดูแลคุณอาของฉันเป็นอย่างดี”
ภาคินัยเงยหน้าขึ้นจากเมนูของหวาน ดวงตาของเขาสบเข้ากับดวงตาของนลินดา “ไม่เป็นไรครับ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ผมในฐานะแพทย์ ก็ต้องทำหน้าที่ของผมให้ดีที่สุด”
“แต่คุณหมอทำมากกว่าหน้าที่นะคะ” นลินดาเสริม “คุณหมอดูแลคุณอาเหมือนญาติคนหนึ่งเลยค่ะ”
ภาคินัยเลิกคิ้วเล็กน้อย “คุณนลินดา… คิดอย่างนั้นจริงๆ เหรอครับ”
“ค่ะ” นลินดายืนยัน “คุณหมอใจดีมากๆ เลยค่ะ”
ภาคินัยเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังประมวลคำพูดของนลินดา “ผม… ผมดีใจที่ได้ยินแบบนั้นครับ” เขากล่าวต่อ “จริงๆ แล้ว… ผมก็รู้สึกดีที่ได้รู้จักคุณนลินดาเหมือนกัน”
คำพูดนั้นทำให้นลินดาแทบจะกลั้นหายใจ หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เธอไม่เคยคาดคิดว่าภาคินัยจะพูดอะไรแบบนี้ออกมา การยอมรับของเขา ทำให้ความหวังเล็กๆ ที่เธอแอบมี เริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างที่ชัดเจนขึ้น
“ฉันก็… รู้สึกดีที่ได้รู้จักคุณหมอเหมือนกันค่ะ” นลินดาตอบเสียงสั่นเล็กน้อย พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้แสดงอาการตื่นเต้นจนเกินไป
“ถ้าอย่างนั้น… เราน่าจะมีโอกาสได้เจอกันอีก” ภาคินัยเสนอ “ไม่ใช่แค่ในโรงพยาบาล”
นลินดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน เธอรอคอยคำพูดนี้มานานเหลือเกิน “ค่ะ… ฉันยินดีค่ะ”
หลังจากมื้ออาหารที่แสนจะน่าประทับใจนั้น ความสัมพันธ์ของทั้งสองก็ดูเหมือนจะพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว นลินดาเริ่มได้รับข้อความจากภาคินัยบ่อยขึ้น ไม่ใช่แค่การสอบถามอาการของคุณอา แต่เป็นการทักทายทั่วไป การส่งรูปภาพวิวสวยๆ ที่เขาถ่ายได้ตอนพักผ่อน หรือบางครั้งก็เป็นการชวนกันคุยเรื่องหนังเรื่องใหม่ที่เข้าฉาย
“วันนี้คุณอาเป็นไงบ้างครับ” ข้อความจากภาคินัยส่งมาในตอนบ่ายวันจันทร์ “อาการดีขึ้นเยอะเลยใช่ไหม”
“ดีขึ้นมากเลยค่ะ” นลินดาตอบกลับ “คุณหมอเก่งจริงๆ”
“ผมก็แค่อยากให้คนไข้ทุกคนหายดี” ภาคินัยตอบ “แต่คุณนลินดาเองก็ดูแลคุณอาได้ดีมากนะครับ”
การได้รับคำชมจากเขา ทำให้นลินดารู้สึกภาคภูมิใจ “ขอบคุณค่ะ” เธอตอบ “แต่ก็คงสู้คุณหมอไม่ได้ค่ะ”
“คุณนลินดา… อยากลองไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะแถวบ้านผมไหมครับ” ภาคินัยส่งข้อความมาอีกครั้ง “อากาศดีมากเลยวันนี้”
นลินดารู้สึกตื่นเต้นจนแทบจะกระโดดลงจากเก้าอี้ “อยากค่ะ! ไปค่ะ!” เธอตอบกลับอย่างรวดเร็ว
การพบกันที่สวนสาธารณะเป็นไปอย่างเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติ พวกเขาเดินเล่นไปเรื่อยๆ พูดคุยกันถึงเรื่องต่างๆ ที่อยู่ในใจ ภาคินัยเล่าถึงความกดดันในการเป็นหมอ ความคาดหวังจากครอบครัว และความฝันที่เขาเคยมีก่อนจะเข้ามาในวงการแพทย์
“บางที… ผมก็รู้สึกเหนื่อยเหลือเกิน” ภาคินัยยอมรับขณะที่มองออกไปยังทุ่งหญ้าสีเขียว “กับชีวิตที่วนลูปอยู่แต่ในโรงพยาบาล”
“เข้าใจเลยค่ะ” นลินดาจับมือของเขาเบาๆ “แต่คุณหมอก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีมากๆ นะคะ”
ภาคินัยหันมามองนลินดา แววตาของเขาฉายประกายแห่งความอบอุ่น “ขอบคุณนะ… นลินดา” เขาเรียกชื่อเธอโดยไม่มีคำว่า ‘คุณ’ นำหน้า “คุณเป็นคนเดียวที่ทำให้ผมรู้สึกว่า… ผมไม่ได้อยู่คนเดียว”
คำพูดนั้นทำให้นลินดาใจเต้นแรงอีกครั้ง เธอรู้สึกได้ถึงสายใยบางๆ ที่กำลังถักทอขึ้นระหว่างเธอกับภาคินัย ความรู้สึกที่เคยคิดว่าเป็นเพียงความประทับใจในฐานะคุณหมอที่เก่งกาจ กำลังเปลี่ยนแปลงไปเป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้งกว่าเดิม
“ฉัน… ฉันก็รู้สึกเหมือนกันค่ะ” นลินดาตอบเสียงแผ่วเบา “รู้สึกว่า… อยู่ใกล้ๆ คุณหมอแล้วสบายใจ”
ภาคินัยยิ้มบางๆ “ถ้าอย่างนั้น… เราคงต้องเจอกันบ่อยขึ้น”
วันเวลาผ่านไป ความสัมพันธ์ของทั้งสองค่อยๆ พัฒนาไปอย่างช้าๆ แต่ก็มั่นคง แต่ท่ามกลางความสุขที่ก่อตัวขึ้น นลินดาก็อดรู้สึกกังวลไม่ได้ เธอรู้ดีว่าภาคินัยกำลังจะแต่งงานในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า การรับรู้เรื่องนี้ทำให้หัวใจของเธอปวดร้าวอย่างบอกไม่ถูก
“คุณหมอคะ” นลินดาเอ่ยขึ้นในวันหนึ่งขณะที่ทั้งสองกำลังนั่งคุยกันอยู่ที่ร้านกาแฟโปรด “ฉัน… อยากจะถามอะไรบางอย่างค่ะ”
ภาคินัยหันมามองเธอด้วยความสงสัย “มีอะไรหรือเปล่าครับ”
“คือ… ฉันได้ยินมาว่า… คุณหมอจะแต่งงานในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ใช่ไหมคะ” นลินดาถามเสียงสั่นเครือ
บรรยากาศรอบตัวของทั้งสองดูเหมือนจะเย็นยะเยือกลงในทันที ภาคินัยนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ราวกับถูกคำถามนั้นหยุดหายใจ
“ใช่ครับ” เขาตอบเสียงเบา “ทำไมเหรอครับ”
นลินดาพยายามกลั้นน้ำตาที่กำลังจะไหล “เปล่าค่ะ… แค่… แค่อยากจะรู้” เธอก้มหน้าลงมองแก้วกาแฟในมือ “ฉัน… ฉันไม่ควรถามเรื่องนี้ใช่ไหมคะ”
“นลินดา…” ภาคินัยเอื้อมมือมาจะจับมือเธอ แต่นลินดาก็รีบชักมือกลับ
“ไม่เป็นไรค่ะ” นลินดาพูดเสียงแข็ง “ฉันเข้าใจ”
เธอรู้สึกราวกับโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงตรงหน้า ความรู้สึกที่เธอมีต่อภาคินัย มันกำลังจะกลายเป็นสิ่งต้องห้าม ความรักที่เพิ่งจะเริ่มก่อตัว กำลังจะถูกบดขยี้ด้วยความจริงที่โหดร้าย
4,217 ตัวอักษร