รักลวงของคนใจร้าย

ตอนที่ 22 / 40

ตอนที่ 22 — เงื่อนงำที่เชื่อมโยงถึงอดีต

"ผมคิดว่า... มันเกี่ยวกับการแข่งขันทางธุรกิจที่รุนแรง" คณินกล่าว "บริษัทคู่แข่งของเราหลายแห่งที่ล้มละลายไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ การที่บริษัทของเราเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นคู่แข่งสำคัญ ทำให้เราตกเป็นเป้าหมาย" รินดากลืนน้ำลาย รู้สึกว่าเรื่องราวเริ่มซับซ้อนเกินกว่าที่เธอจะจินตนาการได้ เดิมทีเธอคิดว่านี่เป็นแค่เกมการเมืองภายในองค์กรธรรมดา แต่ดูเหมือนว่ามันจะใหญ่กว่านั้นมาก "แล้วใครล่ะคะที่ได้ประโยชน์จากการล้มละลายของบริษัทคู่แข่ง" "บริษัทที่เข้ามาซื้อทรัพย์สินของบริษัทที่ล้มละลายไป" คณินตอบ "และคนที่อยู่เบื้องหลังวิชัย ก็อาจจะเป็นคนที่กำลังสร้างอาณาจักรธุรกิจของตัวเอง ด้วยการกำจัดคู่แข่งทีละราย" "แต่เราก็ยังไม่มีหลักฐานชี้ชัดว่าเป็นใคร" รินดาเสริม "ข้อมูลการโอนเงินก็ถูกปกปิดไว้ดีมาก" "เราต้องหาทางเจาะเข้าไปในระบบของบริษัทนอกอาณาเขตนั้นให้ได้" คณินกล่าว "แต่นั่นไม่ใช่เรื่องง่าย" "ฉันว่าเราควรจะลองคุยกับคุณหญิงศศิธรอีกครั้งค่ะ" รินดาเสนอ "บางทีท่านอาจจะพอจำอะไรบางอย่างได้ หรืออาจจะมีเอกสารบางอย่างที่ท่านเก็บไว้" คณินลังเล "แม่ของผม... ผมไม่แน่ใจว่าท่านจะยอมเปิดใจพูดกับเราอีกไหม หลังจากเรื่องที่เกิดขึ้น" "แต่ถ้าเราไม่ลอง เราก็ไม่มีทางรู้" รินดาคะยั้นคะยอ "ท่านอาจจะรู้สึกผิด และอยากจะแก้ไขในสิ่งที่ท่านเคยทำพลาดไป" สุดท้าย คณินก็ยอมตกลง พวกเขาวางแผนที่จะไปเยี่ยมคุณหญิงศศิธรในวันหยุดสุดสัปดาห์ ขณะที่ทั้งสองกำลังเตรียมตัวสำหรับการเผชิญหน้าครั้งใหม่ ความตึงเครียดในบริษัทก็เริ่มทวีความรุนแรงขึ้น ข่าวลือเกี่ยวกับปัญหาทางการเงินและความไม่ลงรอยกันระหว่างคณินและรินดา ทำให้บรรยากาศการทำงานยิ่งอึมครึม "ได้ยินว่าโปรเจกต์ใหม่ของเรากำลังจะถูกระงับชั่วคราวนะ" พนักงานคนหนึ่งพูดขึ้น ขณะที่กำลังยืนรอซื้อกาแฟ "สงสัยว่าบริษัทเรากำลังจะไปไม่รอดแล้ว" "ก็สมน้ำหน้าเขา" อีกคนตอบอย่างเยาะเย้ย "ทำตัวเป็นใหญ่ หยิ่งยโส ไม่เคยเห็นหัวใคร" รินดาได้ยินบทสนทนาเหล่านั้น เธอรู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งที่ได้ยินคำพูดเหล่านี้ เธอรู้ดีว่าความเข้าใจผิดและข่าวลือต่างๆ ที่แพร่สะพัด กำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อขวัญกำลังใจของพนักงานทุกคน "อย่าไปใส่ใจเลยค่ะ" คณินพูดขึ้นขณะที่เขาเดินเข้ามาหาเธอ "เรามีเรื่องสำคัญกว่าที่ต้องจัดการ" "แต่ถ้าบริษัทล้ม คุณหญิงก็จะเสียทุกอย่างที่ท่านสร้างมานะคะ" รินดาบอก "รวมถึงสิ่งที่คุณเคยบอกว่าท่านหวงแหนที่สุด" คณินมองหน้ารินดา แววตาของเขาเต็มไปด้วยความกังวล "ผมรู้ ผมจะปล่อยให้เรื่องมันเป็นแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด" วันเสาร์มาถึง คณินขับรถพา รินดาไปยังบ้านพักของคุณหญิงศศิธร บรรยากาศภายในบ้านดูเงียบเหงาผิดปกติเมื่อเทียบกับครั้งก่อนๆ คุณหญิงศศิธรนั่งอยู่เพียงลำพังในห้องรับแขก จ้องมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยแววตาที่ว่างเปล่า "สวัสดีครับคุณแม่" คณินทักทายเสียงเบา คุณหญิงศศิธรหันมามองด้วยแววตาที่เหนื่อยอ่อน "คณิน... มาแล้วเหรอ" "ผมพาคุณรินดามาด้วยครับ" คณินกล่าว คุณหญิงศศิธรพยักหน้ารับอย่างสุภาพ ใบหน้าของเธอฉายแววประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการไม่พอใจ "นั่งก่อนสิคะ" คุณหญิงเชิญ รินดารู้สึกถึงแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากคุณหญิงศศิธร แต่เธอก็พยายามเก็บอาการ หลังจากกล่าวทักทายกันเรียบร้อย คณินก็เริ่มเปิดประเด็น "คุณแม่ครับ ผมมีเรื่องอยากจะขอให้คุณแม่ช่วย" คุณหญิงศศิธรเลิกคิ้ว "เรื่องอะไร" "เรื่องของบริษัทครับ" คณินพูด "ผมรู้ว่าคุณแม่กำลังไม่สบายใจ และผมก็รู้ว่าคุณแม่กำลังถูกใครบางคนหลอกใช้" ใบหน้าของคุณหญิงศศิธรซีดเผือดลงทันที "คณิน... แม่ไม่เข้าใจ" "วิชัย... เขาหลอกคุณแม่ใช่ไหมครับ" คณินถามตรงๆ "เขาบอกอะไรคุณแม่ เขาขอให้คุณแม่ช่วยกดดันผมให้ขายหุ้นใช่ไหม" คุณหญิงศศิธรนิ่งไปครู่หนึ่ง ดวงตาของเธอเริ่มคลอไปด้วยน้ำตา "วิชัย... เขาบอกว่ามันเป็นหนทางเดียวที่จะช่วยบริษัทได้ เขาบอกว่าถ้าเราไม่ขายหุ้น เราก็จะสูญเสียทุกอย่าง" "แล้วคุณแม่ก็เชื่อเขา" คณินพูดเสียงแผ่ว "คุณแม่ไม่คิดจะถามผมเลยเหรอครับ" "แม่... แม่กลัว" คุณหญิงเสียงสั่น "แม่กลัวว่าจะเสียทุกอย่างที่พ่อสร้างมา แม่กลัวว่าเราจะไม่มีอะไรเหลือ" รินดาตัดสินใจพูดเสริม "คุณหญิงคะ วิชัยไม่ได้หวังดีกับบริษัทของเราเลยค่ะ เขาพยายามจะเข้ายึดครองบริษัทของเราต่างหาก" "เข้ายึดครอง..." คุณหญิงพึมพำ "เป็นไปไม่ได้... วิชัยเป็นเพื่อนเก่าของพ่อ" "เพื่อนเก่าที่อาจจะแปรพักตร์ไปแล้วก็ได้ครับ" คณินกล่าว "เขาใช้ความไว้เนื้อเชื่อใจของคุณแม่ เพื่อทำลายทุกอย่างที่เรามี" "ฉันมีเอกสารบางอย่างค่ะ" รินดาพูดขึ้น "เป็นเอกสารที่ฉันแอบถ่ายไว้ มันแสดงให้เห็นถึงการโอนเงินจำนวนมากไปยังบัญชีของวิชัย จากบริษัทนอกอาณาเขตที่ไม่สามารถตรวจสอบได้" คุณหญิงศศิธรมองรินดาด้วยความตกใจ "อะไรนะคะ" "ฉันคิดว่า... คุณหญิงน่าจะรู้ที่มาของเงินก้อนนั้น" คณินพูด "คุณแม่เคยเห็นเอกสารแบบนี้มาก่อนไหมครับ" คุณหญิงศศิธรหลับตาลงแน่น ราวกับกำลังพยายามรื้อฟื้นความทรงจำที่เลือนราง "ฉัน... ฉันเคยเห็นเอกสารบางอย่างที่วิชัยเอามาให้ดู" "เอกสารเกี่ยวกับอะไรครับ" คณินถามอย่างกระตือรือร้น "เกี่ยวกับ... การลงทุน" คุณหญิงตอบเสียงอ่อย "วิชัยบอกว่าเขาจะช่วยหาแหล่งเงินทุนใหม่ๆ มาให้บริษัท เพื่อให้เราสามารถขยายธุรกิจได้" "แล้วคุณแม่ก็เซ็นเอกสารเหล่านั้นไปโดยไม่ได้ตรวจสอบให้ดี" คณินพูดอย่างช่วยไม่ได้ "แม่... แม่เสียใจ" คุณหญิงร้องไห้ออกมา "แม่ไม่รู้จริงๆ ว่ามันจะเป็นแบบนี้" "ไม่เป็นไรครับคุณแม่" คณินเดินเข้าไปกอดแม่ "ตอนนี้เรามาหาทางแก้ไขกันดีกว่า" รินดาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดรูปเอกสารที่คุณหญิงศศิธรได้เซ็นไปให้คณินดู "คุณหญิงคะ เอกสารเหล่านี้... คุณหญิงจำได้ไหมคะว่ามีส่วนไหนที่ท่านพอจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้บ้าง" คุณหญิงศศิธรมองเอกสารในโทรศัพท์ สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปเล็กน้อย "เอกสารนี้... ฉันจำได้" "จำได้ว่าอะไรครับ" คณินถาม "วิชัยบอกว่า... นี่เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงในการร่วมทุน" คุณหญิงตอบ "แต่เขาไม่ได้บอกรายละเอียดทั้งหมด" "แล้วมีเอกสารอื่นอีกไหมครับที่คุณแม่เคยเห็น" รินดาถาม คุณหญิงศศิธรนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้า "ไม่แล้ว... แม่คิดว่ามีแค่นี้" "ผมว่า... เราต้องลองเข้าไปดูในห้องทำงานของคุณแม่แล้วล่ะครับ" คณินตัดสินใจ "อาจจะมีเอกสารสำคัญซ่อนอยู่" คุณหญิงศศิธรพยักหน้าอย่างอ่อนแรง "ตามใจลูกเลย" ทั้งสามคนเดินไปยังห้องทำงานของคุณหญิงศศิธร บรรยากาศภายในห้องดูเก่าแก่และเต็มไปด้วยกลิ่นอายของอดีต คณินเริ่มค้นหาเอกสารต่างๆ ในตู้และลิ้นชักต่างๆ อย่างละเอียด รินดาช่วยค้นหาไปพร้อมกัน โดยพยายามสังเกตทุกรายละเอียด "เจอแล้วค่ะ!" รินดาอุทานขึ้นมาหลังจากที่เธอเปิดลิ้นชักลับที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะทำงาน "มีแฟ้มเอกสารเก่าๆ อยู่ข้างในค่ะ" คณินรีบเข้ามาดู แฟ้มเอกสารนั้นมีตราประทับเก่าๆ ที่ดูคุ้นตา "นี่มัน... ตราประทับของบริษัทที่ล้มละลายไปเมื่อสิบปีก่อนนี่" "บริษัทที่ล้มละลายไป... หลังจากพ่อของคุณคณินเสียชีวิต" รินดาพูดด้วยความสงสัย "ใช่" คณินตอบ "แต่ทำไมเอกสารของบริษัทนั้นถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ" ทั้งสามคนเริ่มเปิดแฟ้มเอกสารนั้นออกดู ข้างในเต็มไปด้วยสัญญาและเอกสารทางธุรกิจที่ดูซับซ้อน คณินและรินดาต่างก็พยายามทำความเข้าใจเนื้อหา แต่ก็ดูเหมือนจะยากเกินไป "ฉันเจออะไรบางอย่างค่ะ" รินดาพูดขึ้น "นี่มันเป็นสัญญาการซื้อขายหุ้น... ระหว่างคุณพ่อของคุณคณิน กับนักลงทุนนิรนาม" "นักลงทุนนิรนาม?" คณินถามด้วยความประหลาดใจ "พ่อผมไม่เคยบอกเรื่องนี้กับผมเลย" "และที่น่าสงสัยกว่านั้นคือ" รินดาพูดต่อ "ราคาหุ้นที่ขายไป... มันต่ำกว่าราคาตลาดมาก" "เหมือนถูกบังคับขาย" คณินพึมพำ "และลายเซ็นในเอกสาร..." รินดาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยเสียงสั่นเครือ "มันคือลายเซ็นของคุณหญิงค่ะ" คุณหญิงศศิธรถึงกับหน้าซีดเผือด "เป็นไปไม่ได้... ฉันไม่เคยเซ็นเอกสารแบบนี้" "แต่ลายเซ็นมันเหมือนมากเลยค่ะ" รินดาบอก "เหมือนกับลายเซ็นในเอกสารที่ฉันเจอมาก่อนหน้านี้" "หรือว่า...วิชัยจะปลอมลายเซ็นของคุณหญิง" คณินคาดเดา "เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการเข้ายึดครองบริษัท" "แต่ถ้าเป็นแบบนั้นจริง... แล้วใครคือ นักลงทุนนิรนามคนนั้นล่ะ" รินดาถาม "แล้วทำไมพ่อของคุณคณินถึงต้องยอมขายหุ้นในราคาที่ต่ำกว่าปกติ" คำถามเหล่านี้ยังคงค้างคาอยู่ในอากาศ ราวกับมีเงื่อนงำบางอย่างที่ยังคงถูกซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังความจริงที่กำลังค่อยๆ ถูกเปิดเผยออกมา

6,678 ตัวอักษร