ตอนที่ 10 — ความอ่อนโยนที่คาดไม่ถึง
ผมสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้ในห้อง ผมเงยหน้าขึ้นจากหนังสือและพบว่าเป็นภาคย์ที่ยืนมองผมอยู่ตรงนั้น แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง ทำให้เห็นเงาของเขาทาบทาลงบนพื้นอย่างเงียบเชียบ เขาไม่ได้สวมเสื้อคลุมเหมือนเช่นเคย เผยให้เห็นแผงอกที่แข็งแรงและแผ่นหลังกว้างที่ดูเหมือนจะรองรับโลกทั้งใบไว้ได้
"ยังไม่อยากนอนอีกหรือครับ" เสียงทุ้มของเขาถามอย่างแผ่วเบา แฝงด้วยความเป็นห่วงระคนอบอุ่น ซึ่งเป็นน้ำเสียงที่ผมไม่ค่อยได้ยินนัก ปกติเขาจะพูดด้วยน้ำเสียงที่เฉียบขาดและเด็ดเดี่ยวมากกว่า
ผมปิดหนังสือลงช้าๆ แล้วหันไปเผชิญหน้ากับเขาเต็มตัว "ผมแค่อ่านหนังสือเพลินไปหน่อยครับ" ผมตอบ พยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่นเครือ
ภาคย์เดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งหยุดยืนอยู่ตรงหน้าผม เขาก้มลงมองผมด้วยสายตาที่อ่านยาก แววตาคู่นั้นเคยมีทั้งความเย็นชา ความเย้ยหยัน และบางครั้งก็มีความเด็ดขาด แต่คืนนี้กลับมีบางอย่างที่นุ่มนวลกว่านั้นซ่อนอยู่
"อ่านเรื่องอะไรอยู่ครับ" เขาถาม พลางเอื้อมมือมาสัมผัสสันหนังสือที่ผมวางอยู่บนตักเบาๆ
"นิยายครับ" ผมตอบสั้นๆ "แต่ใจผมไม่อยู่กับตัวอักษรเลย"
ภาคย์ยิ้มมุมปาก ดวงตาของเขาสบเข้ากับดวงตาของผมอย่างตรงไปตรงมา "ผมก็เหมือนกัน" เขาพูด เสียงของเขาเบาลงอีก "ผมก็ไม่อยู่กับเรื่องราวของตัวเองเหมือนกัน"
บรรยากาศในห้องพลันเปลี่ยนไป ความตึงเครียดที่เคยมีมาตลอดถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่า ผมรู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดบางอย่างที่มองไม่เห็น กำลังผูกมัดเราสองคนเข้าไว้ด้วยกัน
"คุณ...เป็นอะไรไปหรือเปล่าครับ" ผมถามด้วยความเป็นห่วง ผมจำเรื่องราวที่เขาเคยเล่าให้ฟังได้ ความเจ็บปวดในอดีตของเขา ความผิดหวังที่เขาเคยเผชิญ มันทำให้ผมอดสงสารเขาไม่ได้
ภาคย์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ "ผมก็แค่นึกถึงเรื่องในอดีต" เขาพูด "เรื่องราวบางอย่างที่มันยังตามหลอกหลอนอยู่"
เขาถอนมือออกจากการสัมผัสหนังสือ แล้วเลื่อนมือมาประคองใบหน้าของผมเบาๆ นิ้วหัวแม่มือของเขาลูบไล้ลงบนแก้มของผมอย่างอ่อนโยน การสัมผัสที่แผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความหมาย ทำให้หัวใจของผมเต้นแรงขึ้นผิดปกติ
"แต่การได้มาอยู่ที่นี่ ได้เห็นคุณอยู่ที่นี่ มันก็ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นนะ" เขาพูด ดวงตาของเขามองตรงมาที่ผม ลึกซึ้งจนผมไม่อาจปฏิเสธได้ถึงความจริงใจที่ฉายออกมา
"ผม...ผมก็ดีใจที่ได้มาอยู่ที่นี่เหมือนกันค่ะ" ผมตอบ เสียงสั่นเล็กน้อย "อย่างน้อย...ฉันก็ไม่ได้รู้สึกโดดเดี่ยว"
ภาคย์ยิ้มกว้างขึ้น รอยยิ้มนั้นจริงใจจนผมรู้สึกอบอุ่นไปทั้งใจ เขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนลมหายใจอุ่นๆ ของเขารดรินอยู่บนผิวหน้าของผม ผมหลับตาลงโดยไม่รู้ตัว รู้สึกถึงความรู้สึกที่หลากหลายปะปนกันไป ความกลัว ความสับสน และความปรารถนาที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ
"คุณรู้ไหม" เขาพูด เสียงกระซิบนั้นดังอยู่ในหูของผม "ตั้งแต่คุณเข้ามาในชีวิตผม โลกของผมก็เปลี่ยนไปเยอะเลย"
"เปลี่ยนไปยังไงคะ" ผมถามอย่างแผ่วเบา
"เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น" เขาตอบ "คุณทำให้ผมมองเห็นอะไรหลายๆ อย่างที่ผมเคยมองข้ามไป ทำให้ผมรู้สึกว่า...ชีวิตยังมีอะไรที่น่าค้นหาอีกเยอะ"
คำพูดของเขาทำให้ผมประหลาดใจ เขาเป็นคนที่ซับซ้อนจริงๆ ภายใต้ท่าทีที่แข็งกร้าว เย็นชา และเด็ดขาดนั้น กลับซ่อนความอ่อนโยนและความรู้สึกที่เปราะบางเอาไว้
"ขอบคุณนะคะ" ผมพูด "ที่พูดแบบนั้น"
ภาคย์โน้มใบหน้าลงมาอีก และคราวนี้ริมฝีปากของเขาก็สัมผัสกับริมฝีปากของผมอย่างแผ่วเบา เป็นการจุมพิตที่อ่อนโยน นุ่มนวล และเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย มันไม่ใช่การจุมพิตที่ร้อนแรงหรือเร่าร้อน แต่มันเป็นจุมพิตที่แฝงไว้ด้วยความห่วงใย ความต้องการ และความรู้สึกบางอย่างที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ
ผมรู้สึกถึงความอ่อนโยนในสัมผัสของเขา มันแตกต่างจากทุกครั้งที่เราเคยใกล้ชิดกัน มันไม่ได้เป็นการแสดงละคร หรือการบังคับ แต่เป็นการยอมรับ การปลอบโยน และบางที...อาจจะเป็นการเริ่มต้นของความรู้สึกที่แท้จริง
ผมตอบรับการจุมพิตนั้นอย่างแผ่วเบา สองแขนของผมยกขึ้นโอบรอบคอของเขาอย่างไม่รู้ตัว สัมผัสที่อบอุ่นจากริมฝีปากของเขาทำให้ผมรู้สึกปลอดภัย รู้สึกว่าโลกทั้งใบหยุดหมุนลงชั่วขณะ
เขาผละริมฝีปากออกช้าๆ สบตาผมด้วยแววตาที่อ่อนโยนกว่าเดิม "คุณ...ทำให้ผมรู้สึกดีจริงๆ นะ" เขาพูด
ผมได้แต่พยักหน้าให้กับเขา ไม่สามารถหาคำพูดใดๆ มาอธิบายความรู้สึกที่กำลังเอ่อล้นอยู่ในใจได้
"ผมรู้ว่ามันอาจจะเร็วเกินไป" ภาคย์พูด "แต่ผมก็รู้สึกได้ว่า...ผมกำลังตกหลุมรักคุณเข้าแล้ว"
คำพูดนั้นทำให้ผมตกใจจนแทบหยุดหายใจ "คุณ...คุณหมายความว่ายังไงคะ"
"ผมหมายความว่า...ผมรักคุณ" เขาพูดชัดเจน ดวงตาของเขามองผมด้วยความรู้สึกที่จริงจัง "ผมรู้ว่ามันอาจจะฟังดูบ้า แต่ผมรักคุณจริงๆ พิมพ์"
หัวใจของผมเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก ผมไม่รู้จะทำอย่างไรดีกับคำพูดที่หลุดออกมาจากปากของเขา มันเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลย
"แต่...แต่คุณแต่งงานกับฉันเพราะ...เพราะคุณคิดว่าฉันคือพิมพ์" ผมพูดเสียงสั่น "คุณหลอกลวงฉันมาตลอด"
"ผมรู้" ภาคย์ตอบ "และผมก็รู้สึกผิดกับเรื่องนั้นมาก แต่ความรู้สึกที่ผมมีให้คุณ มันเกิดขึ้นทีหลัง มันไม่ใช่ส่วนหนึ่งของแผนการที่ผมวางไว้"
เขาถอนหายใจยาว "ผมรู้ว่ามันยากที่คุณจะเชื่อผม แต่ผมอยากให้คุณลองเปิดใจให้โอกาสผมดูนะ"
ผมมองเข้าไปในดวงตาของเขา พยายามหาคำตอบว่าเขากำลังพูดความจริงหรือไม่ ผมเห็นความเจ็บปวด ความสับสน และความหวังในแววตาคู่นั้น
"ฉัน...ฉันไม่รู้จะพูดอะไร" ผมพูด "ฉันต้องการเวลา"
"ได้สิ" ภาคย์ตอบ "ผมจะให้เวลาคุณ ผมจะรอ"
เขาโน้มตัวลงมาอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นเพียงการประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากของผมอย่างอ่อนโยน "นอนเถอะนะ" เขาพูด "พรุ่งนี้เราค่อยคุยกันอีกที"
ผมมองเขาเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ผมอยู่ตามลำพังกับความคิดที่ตีกันยุ่งเหยิงในหัวใจ ความรักที่เขาบอกว่ามีให้ผม มันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า หรือเป็นเพียงภาพลวงตาที่เขาสร้างขึ้นมาอีกครั้ง
4,710 ตัวอักษร