เจ้าสาวตัวแทน

ตอนที่ 15 / 41

ตอนที่ 15 — รอยร้าวในความทรงจำ

หลังจากวันที่เราค้นพบเอกสารที่คฤหาสน์เก่า ความรู้สึกของผมก็ยิ่งสับสน ผมรู้แล้วว่าผมเป็นใคร มาจากไหน แต่ก็ยังมีคำถามมากมายที่ค้างคาใจ "ผมยังจำอะไรเกี่ยวกับพ่อแม่ของผมไม่ได้เลย" ผมบอกกับภาคย์ขณะที่เรานั่งอยู่ริมทะเลสาบในสวนของคฤหาสน์ "บางที… ความทรงจำของคุณอาจจะถูกปิดกั้นไว้" ภาคย์พูด "หรืออาจจะ… เป็นเพราะความบอบช้ำทางใจ" "แต่… ผมจำหน้าเมษาได้" ผมพูด "ผมจำได้ว่าเคยเล่นกับเธอ… ทำไมผมถึงจำอะไรเกี่ยวกับพ่อแม่ของผมไม่ได้เลย" "ผมคิดว่า… มันอาจจะเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันที่แม่ผมเสีย" ภาคย์พูดเสียงเครียด "ผมรู้สึกเหมือนมีบางอย่าง… ที่ผมมองข้ามไป" ภาคย์พาผมกลับไปที่ห้องทำงานของพ่อเขาอีกครั้ง เขาหยิบสมุดบันทึกของพ่อขึ้นมาเปิดอีกครั้ง "ผมเจอข้อมูลเพิ่มเติม" ภาคย์พูด "ท่านเขียนว่า… "พี่เขยของฉัน… พยายามจะพาตัวลูกของกัลยาไป… เขาดูเหมือนจะเสียสติ… เขาเชื่อว่าเด็กคนนี้คือ "ของขวัญ" ที่กัลยาทิ้งไว้ให้เขา… แต่ฉันไม่แน่ใจว่าเขาจะดูแลเด็กคนนั้นได้จริงๆ"" "เสียสติ… " ผมทวนคำ "หมายความว่า… พ่อผม… หรือเปล่าครับ" "ผมไม่แน่ใจ" ภาคย์ส่ายหน้า "ข้อมูลมันไม่ชัดเจน… แต่… แต่ผมเจอข้อมูลที่น่าตกใจกว่านั้น" เขาเปิดอ่านหน้าถัดไป "ท่านเขียนว่า… "ในวันที่ฉันพยายามจะพาตัวเด็กคนนั้นมาอยู่ที่บ้าน… พี่เขยของฉัน… ก็หายตัวไป… พร้อมกับเด็กคนนั้น… เขาเชื่อว่า… ฉันกำลังจะพราก "ของขวัญ" ชิ้นสุดท้ายไปจากเขา"" ผมอึ้งไป "ผม… ผมหายไปกับพ่อผมเหรอครับ" "ผมคิดว่าอย่างนั้น" ภาคย์พูด "แล้ว… หลังจากนั้น… คุณก็ไปอยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า… โดยไม่มีใครรู้ว่าคุณไปอยู่ที่นั่นได้อย่างไร" "แล้ว… แล้วทำไมพ่อผมถึงไม่กลับมาหาผมอีกเลย" ผมถามเสียงสั่น "ผมไม่รู้" ภาคย์ตอบ "ข้อมูลในบันทึกของพ่อผม… จบลงแค่นั้น" เราเงียบไป ความจริงที่ถูกเปิดเผยทำให้ผมรู้สึกยิ่งสับสน ผมอาจจะเคยมีพ่อที่รักผมมาก… แต่เขาก็อาจจะเป็นคนที่ทำให้ผมต้องพลัดพรากจากครอบครัว "คุณ… คุณคิดว่า… พ่อผม… เขาเป็นคนยังไงครับ" ผมถามภาคย์ ภาคย์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "จากที่พ่อผมเขียน… เขาดูเหมือนจะเป็นคนที่รักครอบครัวมาก… แต่ก็อาจจะมีปัญหาทางจิตใจบางอย่าง… โดยเฉพาะหลังจากที่คุณแม่เสีย" "ผม… ผมอยากจะรู้ความจริง" ผมพูดอย่างแน่วแน่ "ผมอยากจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพ่อของผม" "ผมจะช่วยคุณ" ภาคย์ให้คำมั่น "เราจะตามหาความจริงให้เจอ… ไม่ว่ามันจะพาเราไปที่ไหนก็ตาม" วันต่อมา ภาคย์พาผมไปพบกับทนายความของครอบครัว เพื่อขอความช่วยเหลือในการสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับพ่อของผม "ผมทราบเรื่องราวที่คุณเล่ามาแล้วครับ" ทนายความพูดพลางเปิดแฟ้มเอกสาร "มีเอกสารบางอย่างที่อาจจะเกี่ยวข้อง" เขาหยิบเอกสารบางฉบับออกมา "นี่คือบันทึกการขายทรัพย์สิน… ของนายธนา วรมันต์" "พ่อผม… ขายทรัพย์สินเหรอครับ" ผมถาม "ใช่ครับ" ทนายความพยักหน้า "เขาขายบ้าน… แล้วก็ทรัพย์สินส่วนตัวหลายอย่าง… ก่อนที่จะหายตัวไป" "แล้ว… แล้วเขาหายไปไหนครับ" "ผมไม่ทราบแน่ชัดครับ" ทนายความตอบ "แต่มีบันทึกว่า… เขาได้เดินทางไปยังต่างประเทศ… ด้วยเงินจำนวนหนึ่ง" "ต่างประเทศ… " ผมทวนคำ "แล้ว… แล้วเขาไม่เคยกลับมาอีกเลยเหรอครับ" "ไม่ครับ" ทนายความตอบ "ไม่มีบันทึกการเดินทางกลับใดๆ ทั้งสิ้น" ผมรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็ยังมีความหวังว่าจะมีเบาะแสอื่นอีก "ผมเจอข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีของนายธนา วรมันต์" ทนายความพูดต่อ "มีเงินจำนวนหนึ่งถูกถอนออกไป… ก่อนที่เขาจะหายตัวไป… และไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ อีกเลยหลังจากนั้น" "เงินจำนวนนั้น… มากพอที่จะให้เขาไปใช้ชีวิตอยู่ที่ต่างประเทศได้นานไหมครับ" ภาคย์ถาม "ค่อนข้างมากครับ" ทนายความตอบ "น่าจะเพียงพอสำหรับการเริ่มต้นชีวิตใหม่" ผมหลับตาลง พยายามจินตนาการภาพพ่อของผมในวันสุดท้ายที่เขาอยู่กับผม ภาพความทรงจำที่เลือนรางเริ่มปรากฏขึ้นในหัว ภาพชายคนหนึ่งกำลังกอดผมแน่น… ใบหน้าของเขาดูเศร้า… แต่ก็เต็มไปด้วยความรัก… "ผม… ผมจำได้ลางๆ" ผมพูดเสียงสั่น "ว่าพ่อผม… ดูเศร้ามาก… ในวันสุดท้ายที่เราเจอกัน" "บางที… เขาอาจจะกำลังเสียใจ… ที่ต้องพรากคุณไป" ภาคย์พูดปลอบ "แล้ว… แล้วทำไมเขาถึงไม่กลับมาหาผมอีกเลย" ผมถามด้วยความสงสัย "ผมคิดว่า… อาจจะมีเหตุผลบางอย่าง" ภาคย์พูด "บางที… เขาอาจจะคิดว่า… การหายตัวไป… คือทางออกที่ดีที่สุด" ผมมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นแสงแดดอ่อนๆ สาดส่องลงมาบนใบหน้า ผมรู้สึกเหมือนมีน้ำตาไหลออกมาอย่างเงียบๆ "ผม… ผมไม่โกรธพ่อหรอกนะครับ" ผมพูดเสียงเบา "ผมแค่อยากจะเข้าใจ… ว่าทำไม" ภาคย์เดินเข้ามาโอบไหล่ผม "เราจะหาคำตอบให้คุณได้… ผมสัญญา" ผมซบหน้าลงบนไหล่ของภาคย์ ความอบอุ่นและความเข้าใจจากเขา ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น แม้ว่าความจริงที่กำลังเปิดเผยออกมาจะเจ็บปวดก็ตาม ผมรู้ดีว่า การค้นหาความจริงในอดีต ยังคงเป็นการเดินทางที่ยาวไกล แต่ผมก็ไม่เคยรู้สึกโดดเดี่ยวอีกต่อไป เพราะมีภาคย์คอยอยู่เคียงข้างผมเสมอ ผมมองไปที่ใบหน้าของภาคย์ เขาเป็นคนที่เข้ามาในชีวิตผมในเวลาที่เหมาะสมที่สุด เขาคือคนที่ช่วยให้ผมค้นพบตัวตนที่แท้จริง และช่วยให้ผมเผชิญหน้ากับอดีตอันซับซ้อนนี้ "ขอบคุณนะภาคย์" ผมพูดเสียงเบา "ไม่เป็นไร" เขาตอบ "เราคือครอบครัวเดียวกันแล้วนะ" ผมยิ้มทั้งน้ำตา ผมรู้ว่าความสัมพันธ์ของเราได้ก้าวข้ามผ่านคำว่า "เจ้าสาวตัวแทน" ไปแล้ว เราคือคนที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งไปด้วยกัน

4,161 ตัวอักษร