เจ้าสาวตัวแทน

ตอนที่ 17 / 41

ตอนที่ 17 — เข็มทิศแห่งความจริง

แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง บ่งบอกถึงวันใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้น ผมลืมตาขึ้นมาพบกับความว่างเปล่าของห้องนอนที่ไร้เงาของภาคย์ ผมลุกขึ้นจากเตียง เดินไปเปิดม่านออก มองออกไปยังสวนที่เริ่มมีชีวิตชีวาอีกครั้ง เมื่อวานนี้ หลังจากที่เราคุยกันเรื่องความรู้สึกไม่ปลอดภัย ผมก็อดคิดถึงเรื่องนี้ไม่ได้ มันเหมือนมีบางอย่างที่คอยจับตามองเราอยู่จริงๆ ตั้งแต่เรากลับมาที่คฤหาสน์แห่งนี้ ก็มีเหตุการณ์แปลกๆ เกิดขึ้นหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเสียงรบกวนในตอนกลางคืน หรือข้าวของที่ดูเหมือนจะถูกย้ายที่ไปเอง ผมเดินลงมายังห้องอาหาร ภาคย์กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ โต๊ะอาหารมีอาหารเช้าจัดเตรียมไว้อย่างเรียบร้อย "อรุณสวัสดิ์ครับ" ผมทักทาย "อรุณสวัสดิ์" ภาคย์เงยหน้าขึ้นมายิ้ม "เมื่อคืนนอนหลับดีไหม" "ก็... พอได้ครับ" ผมตอบอย่างอ้อมแอ้ม "เมื่อวานตอนเย็น คุณภาคย์เคยเล่าเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคุณพ่อของคุณให้ฟัง ใช่ไหมครับ" ภาคย์วางหนังสือพิมพ์ลง "ใช่ครับ มีหลายครั้งที่ท่านรู้สึกเหมือนมีใครกำลังพยายามทำร้ายท่าน หรือพยายามจะขโมยของสำคัญไป" "แล้ว... เคยมีการแจ้งความ หรือสืบสวนอะไรไหมครับ" "ตามที่ผมจำได้ พ่อไม่เคยเชื่อว่าจะมีใครกล้าทำเรื่องแบบนั้น ท่านคิดว่ามันเป็นเพราะความเครียด หรืออาจจะเป็นเพราะอาการของโรคที่ท่านเริ่มเป็น" ภาคย์ถอนหายใจเบาๆ "ท่านมักจะมองว่ามันเป็นเรื่องในจินตนาการของตัวเอง" "แต่ถ้าสิ่งที่พ่อของคุณรู้สึก มันเป็นเรื่องจริงล่ะครับ" ผมถาม "ถ้ามีใครบางคนกำลังพยายามจะทำลายครอบครัวคุณจริงๆ" ภาคย์มองผมด้วยแววตาที่แสดงถึงความกังวล "คุณกำลังจะบอกว่า... สิ่งที่คุณรู้สึก มันอาจจะเกี่ยวโยงกับเหตุการณ์ในอดีตของพ่อผม" "ผมไม่แน่ใจครับ" ผมยอมรับ "แต่มันก็เป็นไปได้นะครับ ยิ่งเราขุดคุ้ยความจริงมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีอะไรที่น่าสงสัยมากขึ้นเท่านั้น" "เราต้องระวังตัวให้มากขึ้น" ภาคย์กล่าวเสียงเคร่งขรึม "ผมจะสั่งการให้คนของเราเพิ่มการรักษาความปลอดภัยรอบคฤหาสน์" "ไม่เป็นไรครับ" ผมรีบปฏิเสธ "ผมไม่อยากให้ใครต้องมารู้สึกไม่ปลอดภัยเพราะผม" "นี่ไม่ใช่เพราะคุณคนเดียว" ภาคย์ยืนยัน "มันคือความปลอดภัยของพวกเราทุกคน" หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ ภาคย์ก็พาผมไปยังห้องทำงานส่วนตัวของเขา "ผมอยากให้คุณดูอะไรบางอย่าง" เขาบอก เขาเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงาน แล้วหยิบกล่องไม้เล็กๆ สีเข้มออกมา มันดูเก่าแก่และมีลวดลายแกะสลักที่สวยงาม "นี่คือกล่องที่คุณพ่อของผมเคยเก็บของสำคัญไว้" ภาคย์อธิบาย "ผมไม่เคยเปิดมันเลยหลังจากท่านเสียชีวิตไป จนกระทั่งเมื่อวานนี้ ผมลองเปิดมันดู" เขาเปิดฝากล่องออก สิ่งที่อยู่ข้างในทำให้ผมประหลาดใจ มันคือเข็มทิศโบราณเรือนหนึ่ง ทำจากทองเหลือง สลักเสลาอย่างประณีต และมีตำหนิเล็กๆ บนหน้าปัด "นี่คือ... เข็มทิศ" ผมทวนคำ "ใช่ครับ" ภาคย์หยิบเข็มทิศขึ้นมา "พ่อของผมรักมันมาก เขาบอกว่ามันคือสมบัติชิ้นเดียวที่พ่อแม่ของเขามอบให้" "แล้ว... มันมีความสำคัญอย่างไรครับ" "ผมไม่แน่ใจ" ภาคย์ส่ายหน้า "แต่ผมจำได้ว่า พ่อของผมมักจะเอาเข็มทิศนี้มาดูบ่อยๆ โดยเฉพาะในวันที่ท่านรู้สึกไม่สบายใจ หรือเมื่อมีเรื่องกังวล" ผมมองเข็มทิศในมือของภาคย์อย่างพิจารณา มันดูมีความหมายบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่าแค่เป็นเครื่องนำทาง "มีอะไรในกล่องนี้อีกไหมครับ" ผมถาม ภาคย์พลิกกล่องดู "มีอีกชิ้นหนึ่ง" เขาหยิบแผ่นกระดาษที่พับไว้อย่างดีออกมา มันเป็นกระดาษเก่าแก่ ดูเปราะบาง เมื่อกางออก มันคือแผนที่เก่าแก่ ที่ดูเหมือนจะวาดด้วยลายมือ มีสัญลักษณ์แปลกๆ และเส้นทางที่ซับซ้อน "นี่มัน..." ผมอุทาน "ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน" ภาคย์กล่าว "พ่อไม่เคยพูดถึงแผนที่นี้เลย" "แล้วสัญลักษณ์พวกนี้ล่ะครับ" ผมชี้ไปที่สัญลักษณ์รูปดาว และรูปกากบาทที่กระจายอยู่ทั่วแผนที่ "ผมคิดว่า... มันอาจจะเป็นเบาะแสบางอย่าง" ภาคย์บอก "บางที... มันอาจจะนำไปสู่บางสิ่งที่พ่อของผมต้องการจะซ่อนไว้ หรือต้องการจะสื่อสารกับเรา" ความรู้สึกของผมเริ่มเปลี่ยนไป ความกลัวและความไม่สบายใจเมื่อวาน ถูกแทนที่ด้วยความสงสัยใคร่รู้ และความมุ่งมั่นที่จะค้นหาความจริง "เราต้องไขปริศนานี้ให้ได้ครับ" ผมบอกภาคย์อย่างหนักแน่น ภาคย์มองผม แล้วยิ้ม "ผมก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน" เราสองคนเริ่มใช้เวลาหลายชั่วโมงในการศึกษาแผนที่และเข็มทิศ พยายามตีความสัญลักษณ์ต่างๆ ที่ปรากฏอยู่บนนั้น มันเหมือนกับการต่อจิ๊กซอว์ชิ้นใหญ่ ที่เรายังขาดชิ้นส่วนสำคัญไปอีกมากมาย "ดูนี่สิครับ" ผมชี้ไปที่มุมหนึ่งของแผนที่ "สัญลักษณ์นี้... มันเหมือนกับที่เราเคยเห็นบนรูปถ่ายที่คฤหาสน์เก่าเลย" ภาคย์เพ่งมอง "จริงด้วย" เขากล่าว "มันอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นก็ได้" เข็มทิศในมือของภาคย์ดูเหมือนจะชี้ไปยังทิศทางบางอย่างที่เฉพาะเจาะจงบนแผนที่ ราวกับว่ามันกำลังนำทางเราไปสู่คำตอบ "เรากำลังเดินมาถูกทางแล้ว" ภาคย์กล่าวด้วยความหวัง ผมรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้น มันไม่ใช่พลังงานที่น่ากลัวอีกต่อไป แต่เป็นพลังงานแห่งการค้นพบ และความหวังที่จะได้รู้ความจริงทั้งหมด

3,964 ตัวอักษร