เจ้าสาวตัวแทน

ตอนที่ 21 / 41

ตอนที่ 21 — รุ่งอรุณแห่งความจริงใจ

แสงแดดอบอุ่นยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้องนอนอย่างอ่อนโยน ผมลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง และพบว่าตัวเองยังคงนอนอยู่ข้างภาคย์ การตื่นขึ้นมาพร้อมกับเขาในทุกๆ เช้า กลายเป็นสิ่งที่ผมเริ่มคุ้นเคยและรู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาด เมื่อคืนที่ผ่านมาเป็นคืนที่เต็มไปด้วยความสงบ เรานอนหลับไปด้วยกันโดยไม่มีความรู้สึกหวาดระแวง หรือความไม่สบายใจใดๆ อีกต่อไปแล้ว ความจริงที่ถูกเปิดเผยออกมาเมื่อไม่กี่วันก่อน ได้ชำระล้างทุกอย่างให้โปร่งใส ทำให้ผมสามารถมองเห็นความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองและของภาคย์ได้อย่างชัดเจน “อรุณสวัสดิ์ครับ” เสียงทุ้มนุ่มของภาคย์ดังขึ้น เขาขยับเข้ามาใกล้ และกอดผมจากด้านหลัง “นอนหลับสบายไหมครับ?” ผมหันไปมองเขา ยิ้มอย่างอ่อนโยน “สบายดีค่ะ” ผมตอบ “ขอบคุณนะคะ” ภาคย์เลื่อนมือมาสัมผัสแก้มผมอย่างแผ่วเบา “ผมดีใจที่อย่างน้อย… คุณก็รู้สึกสบายใจขึ้น” “ฉัน… ฉันรู้สึกดีขึ้นมากค่ะ” ผมสารภาพ “การได้รู้ความจริงทั้งหมด… มันเหมือนยกภูเขาออกจากอก” “ผมรู้ว่ามันยาก” ภาคย์กล่าว “แต่ผมภูมิใจในตัวคุณนะ ภาคย์… ภูมิใจที่คุณเข้มแข็งพอที่จะเผชิญหน้ากับความจริง” “แล้วคุณล่ะคะ?” ผมถาม “คุณไม่กลัวเหรอ? ว่าฉันจะรับไม่ได้… หรือจะเกลียดคุณ?” ภาคย์ส่ายหน้าช้าๆ “ผมกลัว… แต่ผมก็เชื่อใจคุณ” เขาพูด “ผมเชื่อว่าความรักของเรา… จะสามารถผ่านพ้นทุกอุปสรรคไปได้” ผมซบหน้ากับอกของเขา สัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่สม่ำเสมอ “ฉันก็เชื่ออย่างนั้นค่ะ” เราใช้เวลาช่วงเช้าพูดคุยกันถึงแผนการในอนาคต ภาคย์บอกว่าเขาได้ติดต่อทนายความเพื่อดำเนินการทางกฎหมายเกี่ยวกับการแต่งงานของเราแล้ว และเขาก็ได้แจ้งให้ครอบครัวของเขาทราบถึงการตัดสินใจของเราแล้วเช่นกัน “ครอบครัวผม… ไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่” ภาคย์บอกอย่างตรงไปตรงมา “แต่ผมบอกพวกเขาไปแล้วว่า… ผมเลือกคุณ และผมจะอยู่กับคุณตลอดไป” “แล้วคุณแม่ของคุณล่ะคะ?” ผมถาม “ท่านยัง… ไม่ยอมรับฉันอยู่หรือเปล่า?” “แม่ของผม… ท่านกำลังพยายามทำความเข้าใจ” ภาคย์ตอบ “ผมเชื่อว่า… เมื่อท่านได้รู้จักคุณจริงๆ ท่านก็จะรักคุณ” ผมพยักหน้าอย่างมีความหวัง แม้จะรู้ว่ามันอาจจะไม่ง่ายนัก แต่การมีภาคย์คอยสนับสนุนอยู่ข้างๆ ก็ทำให้ผมรู้สึกมีกำลังใจมากขึ้น “แล้ว… เรื่องธุรกิจล่ะคะ?” ผมถาม “คุณจะบริหารจัดการทุกอย่างยังไง?” “ผมจะยังคงบริหารทุกอย่างเหมือนเดิม” ภาคย์ตอบ “แต่ตอนนี้… คุณก็จะมีส่วนร่วมกับผมมากขึ้น” “ฉันเหรอคะ?” ผมถามด้วยความประหลาดใจ “ใช่” ภาคย์ยิ้ม “ผมอยากให้คุณได้เข้ามาเรียนรู้งาน… และเข้ามาดูแลธุรกิจร่วมกับผม” “แต่ฉัน… ฉันไม่รู้เรื่องอะไรเลยนะคะ” ผมบอก “ไม่เป็นไร” ภาคย์กล่าว “ผมจะสอนคุณเอง” เขาจับมือผมไว้แน่น “ผมอยากให้เรา… เป็นทีมเดียวกัน… ในทุกๆ เรื่อง” คำพูดนั้นทำให้ผมรู้สึกตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะได้รับโอกาสครั้งใหม่ในชีวิต ได้เริ่มต้นทุกอย่างใหม่… พร้อมกับคนที่ผมรัก “ขอบคุณนะคะ ภาคย์” ผมบอก “ฉันรู้สึกโชคดีมากจริงๆ” “ผมต่างหากที่โชคดี” ภาคย์กล่าว “ที่ได้คุณกลับคืนมา” เราตัดสินใจที่จะจัดงานแต่งงานเล็กๆ เป็นส่วนตัว มีเพียงญาติสนิทและเพื่อนสนิทเท่านั้นที่ได้รับเชิญ ภาคย์อยากให้เป็นงานที่เรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความหมาย เป็นการประกาศให้โลกรับรู้ว่าเราได้กลับมาอยู่เคียงข้างกันอีกครั้ง ในวันแต่งงาน ผมสวยสง่าในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ ผมมองกระจก เห็นภาพสะท้อนของตัวเองที่ดูมีความสุขและมั่นใจกว่าที่เคย ภาคย์รอผมอยู่ที่แท่นพิธี เขาหล่อเหลาในชุดสูทสีเข้ม ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความรักและความภาคภูมิใจ เมื่อผมเดินไปหาเขา ภาคย์ยิ้มอย่างอ่อนโยน เขาเอื้อมมือมาจับมือผมไว้แน่น สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ คำสาบานที่ให้กันในวันนั้น เต็มไปด้วยความจริงใจและคำมั่นสัญญา เราให้คำมั่นที่จะรักและดูแลกันตลอดไป จะจับมือกันผ่านทุกข์และสุข จะสร้างครอบครัวที่อบอุ่นและมีความสุข หลังจากพิธีแต่งงาน เราก็จัดงานเลี้ยงเล็กๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสุขและเสียงหัวเราะ ผมได้พบปะกับญาติและเพื่อนสนิทของภาคย์ หลายคนเข้ามาแสดงความยินดี และหลายคนก็ดูเหมือนจะยอมรับผมแล้ว “ผมดีใจที่เห็นคุณมีความสุขนะ ภาคย์” คุณลุงของภาคย์กล่าว “เธอเป็นผู้หญิงที่น่ารักจริงๆ” “ขอบคุณครับคุณลุง” ภาคย์ตอบ “ผมโชคดีมากที่ได้เธอมาเป็นคู่ชีวิต” เมื่อถึงช่วงเวลาของการตัดเค้ก ผมและภาคย์จับมือกัน ยิ้มให้กัน และค่อยๆ ใช้มีดตัดเค้กแต่งงาน ภาพนั้นช่างดูงดงามและสมบูรณ์แบบ วันนั้น… เป็นวันที่ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นใหม่ เป็นวันที่ความจริงใจและความรักของเราได้ปรากฏเป็นจริง เป็นวันที่รอยร้าวในหัวใจของเราได้ถูกเติมเต็มจนสมบูรณ์ หลายสัปดาห์ต่อมา ชีวิตของเราก็กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ผมได้เริ่มเรียนรู้งานในบริษัทของภาคย์ และผมก็รู้สึกสนุกกับมัน ภาคย์คอยสอนผมอย่างอดทน และผมก็พยายามอย่างเต็มที่ที่จะเรียนรู้ “คุณเก่งขึ้นมากเลยนะ ภาคย์” ภาคย์ชมเชยผมในวันหนึ่ง ขณะที่เรากำลังนั่งทำงานอยู่ด้วยกันในห้องทำงานของเขา “ผมภูมิใจในตัวคุณจริงๆ” ผมยิ้ม “ถ้าไม่มีคุณคอยสอน… ฉันคงไม่เป็นอย่างทุกวันนี้” “เราจะเก่งไปด้วยกัน” ภาคย์กล่าว “เราจะเติบโตไปด้วยกัน” ผมมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นท้องฟ้าสีฟ้าสดใส ผมรู้สึกมีความสุขอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ความรู้สึกสับสน ความเจ็บปวด และความไม่มั่นคง… ได้หายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรัก ความไว้วางใจ และความหวังสำหรับอนาคต เราได้สร้างความทรงจำใหม่ด้วยกันมากมาย ได้เดินทางไปเที่ยวในที่ต่างๆ ได้หัวเราะและร้องไห้ไปด้วยกัน ทุกช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกัน… ล้วนมีความหมาย แม้ว่าผมอาจจะยังจำเรื่องราวในอดีตบางส่วนไม่ได้ แต่ผมก็ไม่รู้สึกเสียใจอีกต่อไปแล้ว เพราะผมรู้ว่า… อดีตที่แท้จริง… ไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด สิ่งที่สำคัญที่สุด… คืออนาคตที่เรากำลังจะสร้างขึ้นด้วยกัน… อนาคตที่เต็มไปด้วยความรัก ความเข้าใจ และความจริงใจ ผมมองภาคย์ที่กำลังนั่งทำงานอยู่ข้างๆ รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา ผมรู้ว่าผมได้เลือกคนไม่ผิด… และผมจะไม่มีวันเสียใจกับการตัดสินใจครั้งนี้เลย แสงแดดสุดท้ายของวันสาดส่องเข้ามาในห้องทำงาน ทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นและโรแมนติก ผมเดินเข้าไปหาภาคย์ และกอดเขาจากด้านหลัง “คุณคะ” ผมเรียก ภาคย์หันมามองผม ยิ้มอย่างอ่อนโยน “ครับ ที่รัก” “ฉันรักคุณนะคะ” ผมบอก “ผมก็รักคุณ… ที่รัก” ภาคย์ตอบ เขาเอื้อมมือมาจับมือผมไว้แน่น “ตลอดไป” ผมมองเข้าไปในดวงตาของเขา เห็นประกายแห่งความรักที่ส่องสว่างราวกับดวงดาว ผมรู้ว่า… ความรักของเรา… จะไม่มีวันจางหายไปไหน… ตลอดไป

5,139 ตัวอักษร