ตอนที่ 10 — ความลับในความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน
เธอรู้แล้วว่าความจริงที่แม่เลี้ยงพยายามปกปิด ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องราวความขัดแย้งทางธุรกิจธรรมดา แต่มันคือความเจ็บปวดที่พ่อของเธอเคยสร้างไว้ให้กับครอบครัวของชาญวิทย์ เป็นบาดแผลที่ยากจะสมานได้ และเป็นเหตุผลที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อของเธอและชาญวิทย์เต็มไปด้วยความซับซ้อนที่ยากจะหยั่งถึง วาริสารู้สึกถึงน้ำหนักของความจริงที่ถาโถมเข้ามา เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าชีวิตแต่งงานที่เธอเคยคิดว่าเป็นเพียงความเย็นชาและห่างเหิน จะมีเบื้องหลังที่ซับซ้อนและเจ็บปวดถึงเพียงนี้
“แม่… ทำไมแม่ไม่เคยบอกเรื่องนี้กับหนูเลย” วาริสาถามแม่เลี้ยงด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เธอเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าซีดเซียวของแม่เลี้ยงอย่างตัดพ้อ
แม่เลี้ยงถอนหายใจยาว นัยน์ตาฉายแววเหนื่อยล้า “แม่… อยากจะปกป้องหนู แม่ไม่อยากให้หนูต้องมารับรู้เรื่องราวเหล่านี้ แม่คิดว่ามันผ่านไปแล้ว และการที่หนูได้แต่งงานกับชาญวิทย์ มันอาจจะเป็นทางออกหนึ่งของปัญหาทุกอย่าง”
“ทางออก? นี่มันคือการหลอกลวงชัดๆ ค่ะแม่! การที่หนูต้องไปแต่งงานกับคนที่พ่อเคยทำร้ายครอบครัวเขา เพียงเพราะเราหวังว่ามันจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นงั้นเหรอ” วาริสาแทบจะตะโกนออกมา เธอรู้สึกถึงความผิดหวังและความโกรธที่ประทุขึ้นมาในใจ
“แม่… ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมแม่ถึงคิดแบบนั้นในตอนแรก ตอนนั้นแม่แค่… แค่คิดว่าชาญวิทย์เป็นคนดี เขาคงจะเข้าใจ และถ้าหนูได้แต่งงานกับเขา ปัญหาทุกอย่างมันน่าจะคลี่คลายได้ แม่หวังว่าความสัมพันธ์ของพวกหนูจะช่วยเยียวยาบาดแผลในอดีตได้” แม่เลี้ยงตอบเสียงแผ่วเบา น้ำตาคลอหน่วย
“แล้วสิ่งที่แม่ทำกับหนูล่ะคะ? กับชาญวิทย์? ที่พยายามกีดกันพวกเรา? ที่พยายามทำให้เราห่างกัน? นั่นมันคือการแก้ปัญหาหรือคะ? หรือว่ามันคือการซ้ำเติม?” วาริสาถามกลับอย่างไม่ลดละ เธอต้องการคำตอบที่ชัดเจน
“แม่… แม่แค่กลัว แม่กลัวว่าเรื่องราวในอดีตจะตามมาทำร้ายหนูอีก แม่กลัวว่าชาญวิทย์จะเกลียดหนู เพราะพ่อของหนูเคยทำร้ายเขา แม่เลยพยายาม… พยายามที่จะควบคุมทุกอย่าง” แม่เลี้ยงยอมรับอย่างอึดอัด
วาริสาหลับตาลง หายใจเข้าลึกๆ พยายามสงบสติอารมณ์ เธอรู้ดีว่าแม่เลี้ยงก็มีความหวังดีซ่อนอยู่ แต่การกระทำของเธอในอดีต มันกลับสร้างความเจ็บปวดและความสับสนให้กับชีวิตของเธอและชาญวิทย์มากกว่าเดิม
“แล้วจดหมายพวกนี้ล่ะคะ? พ่อเขียนถึงชาญวิทย์ แสดงว่าพ่อก็รู้ว่าพ่อทำอะไรไว้ และพ่อก็อยากจะแก้ไข” วาริสาพูดพลางหยิบจดหมายฉบับหนึ่งขึ้นมา “ทำไมพ่อไม่เคยบอกหนูเลยสักคำเดียว”
“พ่อ… พ่อเขาก็เสียใจนะลูก แต่เขาเป็นคนเงียบๆ เขาไม่ค่อยแสดงออก เขาคงคิดว่าเรื่องมันใหญ่เกินไปที่จะเล่าให้หนูฟัง เขาคงอยากจะปกป้องหนูเหมือนกัน” แม่เลี้ยงตอบ “พ่อเขาไม่รู้ว่าแม่จะทำอะไรลงไป แม่เองก็ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าแม่จะ… จะหาทางแบบนั้น”
วาริสาเงียบไป เธอเริ่มมองเห็นภาพรวมของปัญหาทั้งหมด มันไม่ใช่แค่เรื่องของเธอและชาญวิทย์ แต่มันคือมรดกบาปจากรุ่นสู่รุ่น เป็นความผิดพลาดในอดีตที่ส่งผลกระทบมาถึงปัจจุบัน
“ตอนนี้หนูควรจะทำยังไงดีคะแม่” วาริสาถาม เสียงของเธอเต็มไปด้วยความอ่อนล้า
“แม่… แม่ว่าหนูควรจะคุยกับชาญวิทย์นะลูก” แม่เลี้ยงพูดเสียงแผ่ว “แม่คิดว่าเขาเองก็คงอยากรู้ความจริงทั้งหมดเหมือนกัน และหนูเองก็ควรจะได้รู้ว่าจริงๆ แล้วความสัมพันธ์ระหว่างเขากับพ่อของหนูมันเป็นยังไง”
วาริสายังคงนิ่งเงียบ เธอรู้สึกสับสนไปหมด เธอควรจะบอกชาญวิทย์เกี่ยวกับเรื่องนี้ดีหรือไม่? เขาจะรู้สึกอย่างไรเมื่อรู้ว่าพ่อของเธอเป็นต้นเหตุของความเจ็บปวดในอดีตของครอบครัวเขา? ความรู้สึกผิดที่พ่อของเธอแสดงออกในจดหมายเหล่านั้น มันจะเพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงความรู้สึกของชาญวิทย์ได้หรือไม่?
“หนู… หนูขอเวลาคิดก่อนนะคะแม่” วาริสาตอบ เสียงของเธอแหบพร่า
เธอเก็บเอกสารทั้งหมดใส่กลับเข้าไปในแฟ้มอย่างระมัดระวัง ราวกับกำลังถือสิ่งของที่เปราะบางและมีค่ามหาศาล ความจริงที่ถูกซ่อนเร้นมานาน บัดนี้ได้ถูกเปิดเผยออกมาแล้ว และมันก็ทำให้โลกของเธอต้องสั่นคลอน
เธอเดินออกจากห้องทำงานของพ่อด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง ภาพของชาญวิทย์ในความทรงจำเริ่มชัดเจนขึ้น ความรู้สึกผิดของพ่อ ความตั้งใจของแม่เลี้ยง และความสับสนของตัวเธอเอง มันผสมปนเปกันจนยากจะแยกออก
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา หน้าจอแสดงรูปโปรไฟล์ของชาญวิทย์ที่ยิ้มอย่างมีความสุข เธอกำลังจะกดโทรออก แต่ก็ชะงักมือไว้ เธอไม่แน่ใจว่าพร้อมจะเผชิญหน้ากับเขาแล้วหรือยัง เธอไม่รู้ว่าเขาจะรับฟังเธอได้มากแค่ไหน หลังจากที่เธอเองก็เพิ่งจะรู้ความจริงทั้งหมดนี้
“ผมจะรอ” คำพูดของชาญวิทย์ดังขึ้นในหัวของเธออีกครั้ง
ใช่ เขาบอกว่าเขาจะรอ แต่เธอไม่แน่ใจว่าเขาจะรอได้นานแค่ไหน รอได้เสมอไปหรือไม่ หรือรอจนกว่าเขาจะหมดความอดทน?
วาริสาตัดสินใจที่จะไม่โทรหาเขาในตอนนี้ เธอต้องจัดการกับความรู้สึกของตัวเองก่อน ต้องทำความเข้าใจกับความจริงที่เพิ่งค้นพบนี้ให้ได้ก่อน
เธอเดินออกจากบ้านหลังเก่าของเธอ โดยไม่หันกลับไปมองอีกเลย ข้างนอกนั้น อากาศยามเย็นกำลังพัดมาอย่างอ่อนโยน แต่ในใจของเธอกลับเต็มไปด้วยพายุหมุน เธอไม่รู้ว่าการเริ่มต้นใหม่ที่เธอเคยคิดว่าชัดเจน จะกลายเป็นเส้นทางที่เต็มไปด้วยอุปสรรคและความซับซ้อนมากเพียงนี้
การเดินทางกลับกรุงเทพฯ เต็มไปด้วยความคิดที่ตีรวนไปมา ภาพของพ่อที่นอนป่วยอยู่บนเตียง เสียงกระซิบของแม่เลี้ยง และจดหมายของพ่อที่เต็มไปด้วยความสำนึกผิด มันวนเวียนอยู่ในหัวของเธอตลอดเวลา
เธอแวะซื้อกาแฟที่ร้านริมทาง บรรยากาศรอบตัวดูสงบเงียบ แต่ภายในใจของเธอกลับวุ่นวาย
“รับอะไรดีคะ” พนักงานสาวถามด้วยรอยยิ้ม
“อเมริกาโน่เย็นค่ะ” วาริสาตอบเสียงเบา
ขณะที่รอรับกาแฟ เธอก็เห็นภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกของร้าน เธอเห็นใบหน้าที่เหนื่อยล้า ดวงตาที่เต็มไปด้วยความกังวล และริมฝีปากที่เม้มแน่น
“ชีวิตของฉัน… มันกำลังจะเปลี่ยนไปอีกครั้งแล้วใช่ไหม” เธอพึมพำกับตัวเอง
เธอรู้ดีว่าการค้นพบครั้งนี้ จะต้องนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตของเธอ และอาจจะรวมถึงความสัมพันธ์ของเธอกับชาญวิทย์ด้วย
เธอรับกาแฟจากพนักงาน แล้วเดินกลับไปที่รถ
“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฉันจะต้องเผชิญหน้ากับมัน” เธอพูดกับตัวเองอย่างหนักแน่น
บนถนนที่มุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ วาริสาขับรถไปด้วยความมุ่งมั่น เธอรู้ว่ามีบางอย่างที่เธอต้องทำ และเธอจะไม่ยอมให้ความกลัวมาขวางกั้นอีกต่อไป
เธอต้องเผชิญหน้ากับชาญวิทย์ เธอต้องบอกเขาถึงความจริงที่เธอเพิ่งค้นพบ เธอต้องให้โอกาสเขาได้ตัดสินใจเอง ว่าเขาจะสามารถให้อภัยและก้าวต่อไปกับเธอได้หรือไม่
แม้ว่าเธอจะยังไม่แน่ใจในผลลัพธ์ แต่เธอรู้ว่าการสื่อสารที่จริงใจ เป็นหนทางเดียวที่จะนำไปสู่การเยียวยาที่แท้จริง
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้เธอตัดสินใจแน่วแน่ เธอกดหมายเลขของชาญวิทย์
“ฮัลโหล ชาญวิทย์” เสียงของเธอสั่นเล็กน้อย
“วาริสา? มีอะไรหรือเปล่า?” เสียงของชาญวิทย์ดังขึ้นอย่างประหลาดใจ
“ฉัน… ฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณค่ะ” เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ “เรื่องที่สำคัญมาก”
“เรื่องอะไร? ฟังดูเหมือนมีอะไรร้ายแรง” น้ำเสียงของเขาเริ่มมีความกังวล
“ฉัน… ฉันเจอบางอย่างค่ะ ที่บ้านพ่อ… มันเกี่ยวกับเรื่องในอดีตของเรา”
“เรื่องในอดีต? หมายถึงเรื่องอะไร?” ชาญวิทย์ถามอย่างกระตือรือร้น
“ฉันจะเล่าให้คุณฟังค่ะ แต่… เราเจอกันก่อนได้ไหมคะ?”
“ได้สิ… ที่ไหนดี?”
“ที่ร้านกาแฟเดิมของเรา… พรุ่งนี้ตอนบ่ายสามโมงนะคะ”
“ตกลง ผมจะไป”
วาริสาวางสาย รู้สึกโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง การตัดสินใจที่จะเปิดเผยความจริง เป็นก้าวแรกที่สำคัญ
เธอรู้ว่ามันอาจจะไม่ใช่การพูดคุยที่ง่ายดายนัก แต่อย่างน้อยที่สุด เธอก็ได้เริ่มต้นการเผชิญหน้ากับอดีตที่ตามหลอกหลอนเธอและชาญวิทย์มาตลอด
เธอขับรถต่อไป โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนกว่าเดิม
6,090 ตัวอักษร