คืนรักที่ไม่มีวันลืม

ตอนที่ 7 / 36

ตอนที่ 7 — หมากที่เดินไปแล้ว

โทรศัพท์ในมือของภาคย์สั่นเบาๆ ก่อนที่เสียงทุ้มคุ้นเคยจะดังตอบกลับมา "พร้อมเสมอเลยเพื่อน" รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของภาคย์ แม้จะอยู่ในความมืดมิดของห้อง เขาหายใจเข้าลึกๆ ความกดดันถาโถมเข้ามาในใจ แต่ความหวังก็เริ่มก่อตัวขึ้นเช่นกัน "ดีมาก...เรามีแผนที่ต้องทำให้สำเร็จคืนนี้" ภาคย์กระซิบเสียงเครียด "เรื่องนั้น...มันเสี่ยงเกินไปนะภาคย์" เสียงของนนท์ เพื่อนสนิทของเขาดังมาตามสาย แสดงความกังวลอย่างชัดเจน "ถ้าท่านประธานรู้...หรือถ้าอรุณรัศมีไม่เห็นด้วย..." "มันไม่มีทางเลือกอื่นแล้วนนท์" ภาคย์ตอบเสียงหนักแน่น "พ่อของฉัน...ท่านประธานธนโชติ...เขาไม่มีวันยอมรับฉันกับอรุณรัศมีเด็ดขาด ถ้าฉันไม่ทำอะไรสักอย่างในตอนนี้ อนาคตของเราก็จะจบลงแค่นี้" ภาคย์หลับตาลง ภาพใบหน้าของอรุณรัศมีลอยเข้ามาในความคิด หญิงสาวผู้มอบหัวใจให้เขา และเขาก็พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องเธอ "ฉันจะยอมให้มันเกิดขึ้นไม่ได้เด็ดขาด" "ฉันเข้าใจ...แต่เธอแน่ใจนะว่าอรุณรัศมีจะเข้าใจ?" นนท์ถามอีกครั้ง ความเป็นห่วงเพื่อนฉายชัดในน้ำเสียง "ฉันไม่แน่ใจ" ภาคย์ยอมรับอย่างตรงไปตรงมา "แต่นี่คือสิ่งที่ฉันต้องทำ ฉันจะพยายามอธิบายให้เธอเข้าใจทีหลัง...ตอนนี้เราต้องเดินหน้ากันก่อน" ภาคย์กัดฟันแน่น "คืนนี้...เราจะไปที่บ้านพักตากอากาศของท่านประธานที่หัวหิน" "บ้านพักที่นั่นน่ะนะ?" นนท์อุทานด้วยความประหลาดใจ "มันไกลนะภาคย์ แล้วเราจะเข้าไปยังไง?" "เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง" ภาคย์ยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย "ฉันได้เตรียมการไว้แล้ว...มีคนที่เราสามารถไว้ใจได้" ภาคย์ไม่สามารถบอกรายละเอียดทั้งหมดให้นนท์ฟังได้ทางโทรศัพท์ เขาบอกเพียงแค่ว่าแผนการของเขาต้องการความร่วมมือจากนนท์เพียงไม่กี่อย่าง และนนท์ก็ตอบตกลงด้วยความลังเลใจ แต่ก็พร้อมจะสนับสนุนเพื่อน หลังจากวางสายจากนนท์ ภาคย์ก็ลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังแสงไฟระยิบระยับของเมือง เขาต้องทำทุกอย่างเพื่อพิสูจน์ตัวเอง เพื่อให้ได้การยอมรับจากพ่อ และเพื่อสร้างอนาคตที่เขากับอรุณรัศมีวาดฝันไว้ การตัดสินใจในครั้งนี้อาจจะนำพาเขาไปสู่เส้นทางที่อันตราย แต่สำหรับความรักแล้ว บางครั้งก็ต้องยอมเสี่ยง เช้าวันต่อมา อรุณรัศมีตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งในใจ ภาพเหตุการณ์เมื่อวานยังคงวนเวียนอยู่ในหัว คำพูดของท่านประธานธนโชติที่ดูถูกเหยียดหยามภาคย์ ยิ่งทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจ เธอรู้ดีว่าภาคย์กำลังพยายามอย่างหนักเพื่อเอาชนะใจพ่อของเขา แต่เธอก็อดเป็นห่วงไม่ได้ เธอเดินลงมายังห้องอาหารเช้า ท่านประธานธนโชติกำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ตามปกติ แต่บรรยากาศดูตึงเครียดกว่าทุกวัน อรุณรัศมีนั่งลงอย่างเงียบๆ พนักงานเสิร์ฟนำอาหารเช้ามาวางให้เธอ "พ่อคะ" อรุณรัศมีเอ่ยขึ้นเบาๆ "เมื่อวาน...พ่อพูดแรงไปหรือเปล่าคะ" ท่านประธานธนโชติวางหนังสือพิมพ์ลง หันมามองลูกสาวด้วยสีหน้าเรียบเฉย "พ่อพูดความจริง" เขาตอบเสียงเย็น "ภาคย์...เขาไม่เหมาะสมกับลูก" "แต่พ่อคะ...ภาคย์เขาตั้งใจทำงานนะคะ เขาพยายามจริงๆ" อรุณรัศมียังคงพยายามอธิบาย "เขาแค่อยากให้พ่อเห็นความตั้งใจของเขา" "ความตั้งใจ...มันไม่เพียงพอหรอกอรุณรัศมี" ท่านประธานธนโชติถอนหายใจ "พ่อต้องการคนที่พร้อมจะรับผิดชอบทุกอย่าง ไม่ใช่แค่คนที่มาสร้างความฝันลมๆ แล้งๆ แล้วจากไป" "ภาคย์ไม่ใช่คนแบบนั้นนะคะ" อรุณรัศมีน้ำเสียงสั่นเครือ "เขาจริงจังกับหนูมาก" "จริงจัง...แล้วไง?" ท่านประธานธนโชติเลิกคิ้ว "ถ้าเขาจริงจังจริง เขาคงไม่ปล่อยให้ตัวเองตกอยู่ในสภาพแบบนี้" คำพูดของพ่อเหมือนมีดที่กรีดลงบนหัวใจของอรุณรัศมี เธอรู้สึกเจ็บปวดจนพูดไม่ออก เธอรู้ดีว่าพ่อรักเธอมาก และต้องการแต่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเธอ แต่ในบางครั้ง ความรักของพ่อก็กลายเป็นแรงกดดันที่หนักอึ้งเกินกว่าที่เธอจะรับไหว "พ่อคะ...หนูขอร้องนะคะ ให้โอกาสภาคย์อีกสักครั้งเถอะค่ะ" อรุณรัศมีพยายามขอร้องทั้งน้ำตา "หนูเชื่อในตัวเขา" ท่านประธานธนโชติมองลูกสาวด้วยสายตาที่อ่อนลงเล็กน้อย แต่ก็ยังคงความเด็ดเดี่ยว "พ่อให้โอกาสเขามามากพอแล้วอรุณรัศมี" เขาพูดเสียงนุ่มลง "แต่ถ้าเขาทำให้พ่อเห็นว่าเขาคู่ควรกับลูกได้จริงๆ...พ่อก็พร้อมที่จะเปิดใจ" อรุณรัศมีรู้สึกโล่งใจขึ้นมาบ้าง อย่างน้อยพ่อก็ยังเปิดโอกาสให้ แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็อดกังวลถึงแผนการของภาคย์ไม่ได้ เธอรู้ว่าเขาไม่ใช่คนที่ยอมแพ้ง่ายๆ แต่การเผชิญหน้ากับท่านประธานธนโชติโดยตรง อาจจะทำให้สถานการณ์แย่ลงกว่าเดิม หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ อรุณรัศมีก็เดินออกไปเดินเล่นในสวน เธอต้องการเวลาอยู่กับตัวเองสักครู่ ลมเย็นๆ พัดมาปะทะใบหน้า ช่วยคลายความร้อนรุ่มในใจได้บ้าง เธอนั่งลงบนม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ หลับตาลงแล้วนึกถึงใบหน้าของภาคย์ เขากำลังทำอะไรอยู่ตอนนี้? เขาจะเข้าใจไหมว่าสิ่งที่เธอกำลังเผชิญอยู่มันยากลำบากเพียงใด ในขณะเดียวกัน ภาคย์ก็ได้เดินทางมาถึงบ้านพักตากอากาศที่หัวหินแล้ว เขามาถึงตั้งแต่เช้ามืด เขามาพร้อมกับนนท์ และคนสำคัญอีกคนหนึ่งที่เขาไว้ใจ คือ สมชาย คนขับรถเก่าแก่ของพ่อ ที่แอบช่วยเหลือเขามาตลอด "แน่ใจนะสมชาย ว่าไม่มีใครเห็น" ภาคย์ถามเสียงกระซิบ ขณะที่เขายืนอยู่หลังพุ่มไม้ มองไปยังตัวบ้านพักที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า สมชายพยักหน้า "แน่ใจครับคุณภาคย์ ไม่มีใครอยู่แถวนี้เลยครับ ผมจัดการเรียบร้อยแล้ว" "ดีมาก" ภาคย์พยักหน้า "นนท์...พร้อมนะ?" นนท์พยักหน้า "พร้อมเสมอ" แผนการของภาคย์คือการเข้าไปในบ้านพักส่วนตัวของพ่อ เพื่อนำเอกสารสำคัญบางอย่างออกมา เอกสารที่เกี่ยวข้องกับโครงการใหม่ที่เขากำลังจะยื่นเสนอ ซึ่งเขาเชื่อว่าหากพ่อได้เห็นเอกสารฉบับสมบูรณ์ พ่อจะยอมรับในความสามารถของเขา แต่เขารู้ดีว่าพ่อจะไม่ยอมให้เอกสารนั้นหลุดมือไปง่ายๆ "เราจะเข้าไปทางประตูหลัง" ภาคย์บอก "สมชายจะเปิดทางให้เรา" สมชายเดินนำไปที่ประตูหลังของบ้านพัก เมื่อไปถึง เขาก็ล้วงกุญแจออกมาไขประตูอย่างคล่องแคล่ว ประตูเปิดออกอย่างเงียบเชียบ ภาคย์และนนท์ก้าวเข้าไปในบ้านด้วยความระมัดระวัง ภายในบ้านยังคงตกแต่งอย่างหรูหรา โอ่อ่าราวกับที่ภาคย์เคยจำได้ แต่ก็มีฝุ่นเกาะบางๆ แสดงถึงการไม่ได้ใช้งานมาสักระยะ ภาคย์เดินนำนนท์ไปยังห้องทำงานของพ่อ ซึ่งอยู่ทางปีกตะวันตกของตัวบ้าน "เอกสารน่าจะอยู่ในลิ้นชักที่สามของโต๊ะทำงาน" ภาคย์บอก "ฉันเคยเห็นพ่อเก็บมันไว้ที่นั่น" นนท์เดินไปที่โต๊ะทำงานขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้อง เขาค่อยๆ เปิดลิ้นชักทีละอันอย่างเบามือ ลิ้นชักแรกว่างเปล่า ลิ้นชักที่สองก็เช่นกัน เมื่อเปิดลิ้นชักที่สาม... "เจอแล้ว!" นนท์อุทานเบาๆ เขาหยิบแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลออกมา "นี่แหละใช่ไหม?" ภาคย์รีบเดินเข้าไปดู "ใช่! นี่แหละ" เขารู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก "ขอบใจมากนนท์" ขณะที่ทั้งสองกำลังจะออกจากห้องทำงาน เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากด้านนอก ภาคย์และนนท์รีบหันไปมองด้วยความตกใจ "ใครน่ะ!" เสียงทุ้มห้าวตะโกนดังมาจากด้านนอก ภาคย์รีบผลักนนท์และเอกสารเข้าไปในตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆ "เข้าไปซ่อนก่อน!" เขากระซิบ ประตูห้องทำงานถูกเปิดออกอย่างแรง พ่อของเขาคือท่านประธานธนโชติ ยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธจัด "แก...ทำอะไรที่นี่!" เสียงของท่านประธานดังราวฟ้าผ่า ภาคย์ยืนนิ่งราวกับถูกสาป เขารู้ดีว่าแผนการของเขาได้ล้มเหลวไปเสียแล้ว

5,741 ตัวอักษร