ตอนที่ 9 — ความหวังที่เบ่งบานจากผืนดิน
การเก็บตัวอย่างน้ำเสียที่ได้มาอย่างยากลำบาก เป็นเหมือนความหวังครั้งใหม่ของธารทิพย์และสายชล พวกเขาไม่รอช้าที่จะรีบนำน้ำตัวอย่างนั้นไปส่งให้กับห้องปฏิบัติการเอกชนที่ไว้ใจได้ ซึ่งตั้งอยู่ในตัวเมือง การเดินทางครั้งนี้เต็มไปด้วยความลุ้นระทึก เพราะพวกเขาต้องแน่ใจว่า น้ำตัวอย่างจะไม่ถูกสับเปลี่ยน หรือปนเปื้อนระหว่างทาง
"คุณหมอครับ เรามีน้ำตัวอย่างที่ต้องการให้ช่วยตรวจวิเคราะห์เป็นพิเศษครับ" สายชลกล่าวกับนักวิชาการประจำห้องแล็บ "เราต้องการผลที่ละเอียดและแม่นยำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ครับ"
นักวิชาการรับฟังด้วยความสนใจ และรับปากว่าจะดำเนินการอย่างเต็มที่ "ไม่ต้องห่วงครับ คุณสายชล เรามีเครื่องมือที่ทันสมัยที่สุด และกระบวนการตรวจสอบที่ได้มาตรฐานสากล ผลออกมาเป็นอย่างไร เราจะแจ้งให้คุณทราบโดยเร็วที่สุดครับ"
ในขณะเดียวกัน วันที่เจ้าหน้าที่จากกรมโรงงานอุตสาหกรรมเดินทางมาตรวจสอบที่หมู่บ้าน ก็มาถึง ชาวบ้านได้เตรียมตัวต้อนรับอย่างดี โดยมีผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้นำในการเจรจา
"สวัสดีครับท่าน" ผู้ใหญ่บ้านกล่าวต้อนรับคณะเจ้าหน้าที่ "เราชาวบ้านยินดีที่ท่านได้เดินทางมาตรวจสอบปัญหานี้ครับ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านจะให้ความเป็นธรรมกับพวกเรา"
เจ้าหน้าที่ที่มาดูมีทั้งผู้ที่ดูจริงจังและมีท่าทีเย็นชา สายชลสังเกตเห็นบางคนที่มีท่าทีคล้ายคลึงกับบุคคลที่สมชาย เพื่อนนักข่าวของเขาเคยกล่าวถึง ซึ่งอาจจะเป็นผู้ที่รับ "อิทธิพล" มาแล้ว
"ไม่ต้องห่วงครับ" เจ้าหน้าที่คนหนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือ "เราจะตรวจสอบอย่างเต็มที่ และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายครับ"
ตลอดการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างน้ำจากจุดต่างๆ ที่พวกเขาเลือก แต่ธารทิพย์และชาวบ้านก็สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง
"ดูสิคะสายชล" ธารทิพย์กระซิบ "พวกเขาเลือกเก็บตัวอย่างน้ำจากบริเวณที่น้ำดูใสกว่าปกติ"
สายชลพยักหน้าเห็นด้วย "ผมก็สังเกตเห็นเช่นกันครับ ดูเหมือนพวกเขาจะพยายามเลี่ยงจุดที่มีมลพิษมากที่สุด"
เขาแอบถ่ายภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ไว้ด้วยโทรศัพท์มือถืออย่างแนบเนียน หวังว่าภาพเหล่านี้จะเป็นหลักฐานเพิ่มเติมได้
หลังจากการตรวจสอบเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ได้ให้ข้อมูลเบื้องต้นว่า "จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าคุณภาพน้ำโดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่ยอมรับได้ อาจจะมีบางจุดที่ต้องปรับปรุงเล็กน้อย เราจะทำรายงานส่งให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดทราบต่อไปครับ"
คำพูดนี้ทำให้ชาวบ้านหลายคนเริ่มรู้สึกผิดหวังและไม่พอใจ แต่ด้วยคำแนะนำของธารทิพย์และสายชล พวกเขาก็ยังคงสงบเสงี่ยมไว้ก่อน
"ใจเย็นๆ ก่อนนะครับทุกท่าน" ธารทิพย์กล่าว "เรายังมีผลการตรวจสอบจากห้องแล็บเอกชนที่รออยู่ เราต้องอดทนรอผลนั้นก่อน"
สองวันต่อมา ผลการวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการเอกชนก็ถูกส่งมาถึงมือของสายชล เขาเปิดอ่านรายงานด้วยมือที่สั่นเทา และเมื่อได้เห็นผลลัพธ์ เขาก็แทบจะกระโดดด้วยความดีใจ
"ธารทิพย์! เราทำได้แล้ว!" สายชลตะโกนด้วยความตื่นเต้น "ผลการวิเคราะห์ยืนยันว่า น้ำเสียจากโรงงานนี้มีสารเคมีอันตรายสูงกว่ามาตรฐานถึงสิบเท่าจริง! แถมยังพบสารก่อมะเร็งชนิดหนึ่งที่เจ้าหน้าที่ของกรมไม่ได้ตรวจพบด้วย!"
ธารทิพย์รีบเข้ามาดูผลการวิเคราะห์ด้วยตาเบิกกว้าง "จริงด้วยค่ะ! เรามีหลักฐานแล้ว! เราจะยื่นรายงานนี้ให้กับสื่อมวลชน และส่งให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดทราบโดยตรง!"
ทั้งสองคนรีบติดต่อสมชาย นักข่าวคนเดิมทันที และนำผลการวิเคราะห์จากห้องแล็บเอกชนไปมอบให้เขา
"ยอดเยี่ยมมากครับคุณสายชล คุณธารทิพย์!" สมชายกล่าวชื่นชม "นี่แหละครับคือหลักฐานที่แข็งแกร่งที่สุด ที่จะทำให้เรื่องนี้ไม่สามารถถูกปกปิดได้อีกต่อไป"
ข่าวการยืนยันผลการวิเคราะห์น้ำเสียที่น่าตกใจจากห้องแล็บเอกชน ได้ถูกนำเสนอออกไปอย่างรวดเร็ว สร้างแรงกระเพื่อมที่หนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับรายงานของเจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมที่ดูเหมือนจะเข้าข้างโรงงาน
ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดที่ได้รับรายงานทั้งสองฉบับ ไม่สามารถนิ่งเฉยต่อไปได้อีก ด้วยแรงกดดันจากสาธารณชน และหลักฐานที่ชัดเจน ท่านจึงมีคำสั่งให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงขึ้นมาใหม่ โดยให้มีตัวแทนจากภาคประชาชน และนักวิชาการอิสระเข้าร่วมด้วย
ในขณะเดียวกัน ที่หมู่บ้านริมแม่น้ำ บรรยากาศก็เริ่มกลับมามีความหวังอีกครั้ง ชาวบ้านมารวมตัวกันที่ศาลากลางหมู่บ้าน เพื่อหารือถึงแนวทางการดำเนินการต่อไป
"เราได้รับความเป็นธรรมเสียที" ผู้ใหญ่บ้านกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความยินดี "แต่เราก็ยังประมาทไม่ได้ เราต้องจับตาดูการทำงานของคณะกรรมการชุดใหม่อย่างใกล้ชิด"
"และเราต้องขอบคุณธารทิพย์กับสายชลจริงๆ" ลุงบุญเสริมกล่าว "ถ้าไม่มีพวกเธอ เรื่องนี้ก็คงไม่คืบหน้าไปถึงไหน"
ธารทิพย์และสายชลยิ้มรับคำขอบคุณ พวกเขารู้สึกปลาบปลื้มที่ได้เห็นความหวังกลับคืนมาสู่ชุมชนแห่งนี้
"เราแค่ทำในสิ่งที่ถูกต้องค่ะ" ธารทิพย์กล่าว "สิ่งสำคัญที่สุดคือทุกคนร่วมมือกัน"
สายชลมองไปยังผืนน้ำที่แม้จะยังไม่ใสสะอาดเหมือนเดิม แต่ก็มีความหวังริบหรี่ว่า สักวันหนึ่ง แม่น้ำสายเลือดของชุมชนแห่งนี้ จะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เขาเชื่อมั่นว่า พลังแห่งความสามัคคี และความถูกต้อง จะสามารถเอาชนะความมืดมิดที่พยายามเข้าครอบงำได้เสมอ.
4,199 ตัวอักษร