ตอนที่ 4 — กลับมาอีกครั้งด้วยเหตุผล
หลังจากวางสายจากทัพฟ้า อัญชันก็นั่งนิ่งอยู่ที่แคร่หน้าบ้าน มองดูแสงสุดท้ายของวันกำลังจะลับขอบฟ้า ท้องทุ่งนาที่เคยเป็นเพียงฉากหลังธรรมดาๆ ของชีวิต กลับดูมีความหมายมากขึ้นในวันนี้ การมาของชายหนุ่มจากเมืองใหญ่คนนั้น ไม่เพียงแต่ทำให้วิถีชีวิตของคนในหมู่บ้านอาจเปลี่ยนแปลงไป แต่ยังสั่นคลอนความรู้สึกภายในใจของเธอด้วย เธอไม่เคยคิดว่าจะมีใครสักคนอย่างทัพฟ้า ที่มีพร้อมทุกอย่าง จะสนใจในตัวผู้หญิงบ้านนอกธรรมดาๆ อย่างเธอ คำพูดของเขาที่ว่า "อยากเจออีก" ยังคงก้องอยู่ในหู ราวกับเพลงที่ไพเราะแต่แฝงไว้ด้วยความไม่แน่ใจ
"คิดอะไรอยู่จ๊ะ ยืนเหม่อเชียว" เสียงแม่ดังขึ้นมาขัดจังหวะความคิดของเธอ
อัญชันหันไปมองแม่ที่กำลังเดินถือตะกร้าผลไม้มาจากสวนหลังบ้าน "เปล่าค่ะแม่ แค่นั่งดูวิวเฉยๆ"
"วิวสวยๆ แบบนี้ก็ชวนให้คิดถึงเรื่องไม่เป็นเรื่องนะ" แม่ยิ้มให้ลูกสาวอย่างเข้าใจ "ว่าแต่...ไอ้หนุ่มนักธุรกิจนั่น เขามาทำอะไรที่นี่อีกเหรอ แม่เห็นรถเขาจอดอยู่หน้าบ้านตั้งแต่เมื่อบ่าย"
อัญชันหน้าแดงเล็กน้อย "เขา...เขาเพิ่งกลับไปเมื่อบ่ายค่ะแม่ แล้วก็โทรมาเมื่อสักครู่นี้เอง"
"แล้วเขาจะมาอีกทำไมอีกล่ะ" แม่ถามอย่างสงสัย "เรื่องซื้อที่ดินก็คุยกันไปแล้วไม่ใช่เหรอ"
"เขาบอกว่า...อยากจะมาคุยด้วยอีกค่ะ" อัญชันตอบเสียงเบา "เรื่อง...เรื่องงาน"
แม่มองหน้าลูกสาวอย่างพิจารณา "งานอะไรกันที่ต้องมาคุยกันบ่อยๆ แบบนี้" แววตาของแม่ฉายแววความเป็นห่วง "แม่ว่าเราอย่าไปยุ่งกับคนเมืองกรุงพวกนั้นเลยนะลูก พวกเขามีโลกของเขา เราก็มีโลกของเรา"
"แต่อัญชันว่าคุณทัพฟ้าก็ดูเป็นคนดีนะคะแม่" อัญชันพยายามแก้ต่าง "เขาดูไม่ได้มีท่าทีที่จะมาเอาเปรียบใคร"
"คนเราน่ะนะ มันมีหลายอย่างซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอก" แม่กล่าว "ดีที่สุดแล้วคือเราอย่าไปหลงคารมใครง่ายๆ โดยเฉพาะพวกที่มาจากเมืองใหญ่ที่มีแต่เรื่องผลประโยชน์"
"ค่ะแม่ อัญชันจะระวังค่ะ" อัญชันตอบรับ แต่ในใจก็อดคิดถึงรอยยิ้มอบอุ่นและแววตาจริงใจของทัพฟ้าไม่ได้ เขากำลังจะมาหาเธออีกครั้งจริงๆ หรือ?
เช้าวันรุ่งขึ้น อากาศแจ่มใส ท้องฟ้าเป็นสีฟ้าสดใสไร้เมฆหมอก อัญชันช่วยพ่อแม่เก็บผักในสวนหลังบ้านตามปกติ แต่หัวใจของเธอกลับไม่อยู่กับเนื้อกับตัว คิดถึงการมาเยือนของทัพฟ้าที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
"วันนี้ไม่สบายหรือไงจ๊ะ ยิ้มหน้าบานเชียว" พ่อแซวขึ้น ขณะที่เธอกำลังเด็ดใบกะเพราใส่ตะกร้า
"เปล่าค่ะพ่อ แค่...วันนี้อากาศดี" อัญชันตอบกลบเกลื่อน
"อากาศดีก็จริงอยู่ แต่หน้าตาเอ็งมันฟ้องว่ากำลังคิดถึงใครบางคนอยู่" พ่อหัวเราะเสียงดัง "หรือว่าไอ้หนุ่มนักธุรกิจนั่น ทำให้เราเพ้อถึงขนาดนี้แล้ว"
"พ่อก็!" อัญชันตีแขนพ่อเบาๆ "ไม่มีอะไรสักหน่อย"
"ถ้าไม่มีอะไร แล้วทำไมเวลาพูดถึงเขา หน้าแดงก่ำเชียว" พ่อยังคงแซวไม่เลิก
"พอแล้วค่ะพ่อ" อัญชันรีบเปลี่ยนเรื่อง "ผักแค่นี้เอง จะเสร็จเมื่อไหร่คะ"
แต่แล้ว รถยนต์คันหรูสีดำสนิทก็แล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน ท่ามกลางความตกใจระคนตื่นเต้นของอัญชัน และความสงสัยของพ่อแม่
"นั่นไง...มาแล้วจริงๆ ด้วย" พ่อพึมพำ
ทัพฟ้าก้าวลงจากรถ ใบหน้าหล่อเหลาดูสดใสภายใต้แสงแดดยามเช้า เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา กางเกงสแล็คสีเข้ม ดูดีกว่าครั้งก่อนที่มาพร้อมชุดสูทเสียอีก แต่ก็ยังคงดูเป็นคนเมืองที่แตกต่างจากผู้คนแถวนี้อย่างชัดเจน
"สวัสดีครับคุณลุง คุณป้า" ทัพฟ้ายกมือไหว้พ่อกับแม่ของอัญชันอย่างนอบน้อม "ผมทัพฟ้าครับ"
"สวัสดีจ้ะ" พ่อกับแม่ตอบรับด้วยน้ำเสียงที่ยังมีความระแวงปนอยู่
"ผมขออนุญาตคุยกับอัญชันสักครู่ได้ไหมครับ" ทัพฟ้าเอ่ยถาม
"เชิญเลยจ้ะ" พ่อกับแม่มองหน้ากันแล้วตอบตกลง
อัญชันรู้สึกใจเต้นแรง เธอเดินนำทัพฟ้าไปยังบริเวณลานบ้านที่ร่มรื่นใต้ต้นมะม่วงต้นใหญ่
"คุณทัพฟ้ามาอีกแล้ว" อัญชันเอ่ยขึ้นอย่างประหม่า
"ครับ ผมตั้งใจมาหาคุณโดยเฉพาะ" ทัพฟ้าตอบ ยิ้มบางๆ "ผมมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณเป็นการส่วนตัว"
"เรื่องอะไรคะ" อัญชันถาม พลางกวาดตามองไปรอบๆ กลัวว่าใครจะผ่านมาเห็น
"ผมมาเพื่อจะบอกคุณว่า...ผมตัดสินใจแล้ว" ทัพฟ้ากล่าว
"ตัดสินใจเรื่องอะไรคะ" อัญชันถามด้วยความสงสัย
"เรื่องการสร้างรีสอร์ทที่นี่" ทัพฟ้ามองตาอัญชันตรงๆ "ผมตัดสินใจแล้วว่าจะเดินหน้าโปรเจ็กต์นี้ต่อ"
อัญชันใจหายวาบ "แล้ว...แล้วคุณพ่อคุณแม่ของฉันล่ะคะ"
"ผมได้คุยกับท่านแล้วครับ" ทัพฟ้าตอบ "ท่านยังคงกังวล แต่ผมก็พยายามอธิบายให้ท่านเข้าใจถึงแนวทางของผม"
"แล้วท่าน...ตกลงหรือคะ"
"ท่านไม่ได้ตกลงอย่างเต็มใจนัก แต่ท่านก็รับฟังในสิ่งที่ผมเสนอ" ทัพฟ้าถอนหายใจ "แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ...ผมอยากให้คุณเข้าใจผม"
"ฉัน...ฉันไม่แน่ใจว่าฉันจะเข้าใจคุณได้จริงๆ หรือเปล่า" อัญชันเอ่ยเสียงแผ่ว
"ผมรู้ว่ามันอาจจะดูยาก" ทัพฟ้ากล่าว "สำหรับคุณที่อยู่ที่นี่มาตลอดชีวิต วิถีชีวิตแบบนี้คือทุกสิ่ง แต่ผมอยากให้คุณลองมองเห็นภาพอนาคตที่ผมวาดไว้"
"อนาคตแบบไหนคะ"
"อนาคตที่ชนบทแห่งนี้ยังคงความสวยงามและวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้ แต่ก็มีการพัฒนาควบคู่กันไป" ทัพฟ้าอธิบาย "ผมอยากให้รีสอร์ทของผมเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของคนในชุมชน ไม่ใช่การเข้ามาทำลาย"
"คุณจะทำได้อย่างไรคะ" อัญชันถามด้วยความกังขา
"ผมจะให้ความสำคัญกับการจ้างงานคนในท้องถิ่นเป็นอันดับแรก" ทัพฟ้ากล่าว "ผมจะฝึกอบรมพวกเขาให้มีทักษะที่จำเป็น ผมจะสนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่ในการผลิตวัตถุดิบสำหรับร้านอาหารของรีสอร์ท ผมจะส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของชุมชน"
"แต่...คนในเมืองเขาก็ชอบความสะดวกสบายนะคะ" อัญชันแย้ง "พวกเขาจะชอบวิถีชีวิตแบบบ้านๆ ของเราจริงๆ หรือ"
"นั่นคือสิ่งที่ผมจะทำให้พวกเขาได้สัมผัส" ทัพฟ้าตอบ "ผมจะทำให้พวกเขาเห็นคุณค่าของความเรียบง่าย ความเป็นธรรมชาติ และวัฒนธรรมที่งดงาม ผมเชื่อว่าผู้คนในเมืองหลวงกำลังโหยหาประสบการณ์แบบนี้"
อัญชันมองทัพฟ้าอย่างพิจารณา คำพูดของเขาฟังดูจริงจังและมีเหตุผล แต่ความกังวลในใจของเธอก็ยังคงมีอยู่ "ฉัน...ยังกังวลค่ะ"
"ผมเข้าใจ" ทัพฟ้าพยักหน้า "และผมก็อยากจะขอโอกาสจากคุณ"
"โอกาสอะไรคะ"
"โอกาสให้คุณได้พิสูจน์ว่าผมพูดจริง" ทัพฟ้ากล่าว "ผมอยากให้คุณเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยผมสื่อสารกับคนในชุมชน ให้พวกเขาเชื่อมั่นในสิ่งที่ผมกำลังจะทำ"
อัญชันตกใจ "ฉันเหรอคะ! ฉันจะไปทำได้อย่างไร ฉันก็เป็นแค่ชาวบ้านธรรมดาๆ คนหนึ่ง"
"คุณคือคนในพื้นที่ คุณคือคนที่คนในชุมชนเชื่อใจ" ทัพฟ้ากล่าว "ผมต้องการความช่วยเหลือจากคุณ อัญชัน"
คำขอร้องของทัพฟ้าทำเอาอัญชันใจสั่น เธอไม่เคยคิดว่าผู้ชายคนนี้จะมองเห็นคุณค่าในตัวเธอมากขนาดนี้ "ฉัน...ฉันไม่รู้ว่าจะช่วยคุณได้มากแค่ไหนนะคะ"
"แค่คุณรับฟังผม และช่วยบอกต่อในสิ่งที่คุณเห็นว่าดี ผมก็พอใจแล้ว" ทัพฟ้าตอบ "ผมอยากให้คุณเห็นว่า ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อแสวงหาผลประโยชน์เพียงฝ่ายเดียว"
"แล้ว...แล้วคุณจะเริ่มดำเนินการเมื่อไหร่คะ" อัญชันถาม
"ผมจะเริ่มกระบวนการขออนุญาตต่างๆ ในเร็วๆ นี้" ทัพฟ้าตอบ "และผมก็หวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากทุกคน"
"ฉัน...จะพยายามค่ะ" อัญชันตอบรับคำขอของเขาด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน
"ขอบคุณครับ" ทัพฟ้ากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึก "ผมดีใจจริงๆ ที่ได้เจอคุณ"
อัญชันมองใบหน้าของทัพฟ้า แสงแดดยามเช้าสาดส่องกระทบ ดวงตาของเขาดูอบอุ่นและจริงใจ แต่เธอก็ยังอดไม่ได้ที่จะคิดถึงอคติและสายตาของผู้คนในสังคมที่อาจจะมองมาที่ความสัมพันธ์ของคนทั้งสองต่างกัน
5,842 ตัวอักษร