ตอนที่ 4 — รอยร้าวบนใจที่เริ่มขยาย
แก้มเงยหน้าขึ้นมองน้ำหวานที่นั่งตรงข้าม ดวงตาของเพื่อนเต็มไปด้วยประกายแห่งความสุขจากการได้คะแนนดี เธอเองก็ดีใจที่ผลการเรียนไม่แย่จนเกินไปอย่างที่กลัวไว้ แต่ขณะเดียวกัน ภาพใบหน้าซีดเซียวของบิดาก็ปรากฏขึ้นในความคิด ความรู้สึกผิดที่มาฉลองอย่างสนุกสนาน ทั้งที่บิดายังคงนอนป่วยอยู่ ทำให้รอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้าจางหายไปอย่างรวดเร็ว
“นี่ แก้มเป็นอะไรไป มองหน้าเหรอ” น้ำหวานสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าของเพื่อน “ไม่สบายเหรอ”
“เปล่า… ไม่มีอะไร” แก้มพยายามฝืนยิ้ม “แค่นึกถึงพ่อเฉยๆ น่ะ”
“อ๋อ… เข้าใจเลย” น้ำหวานพยักหน้า “แต่ก็ดีแล้วที่ผลการเรียนออกมาดีขนาดนี้ พ่อแก้มต้องภูมิใจแน่ๆ”
“หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะ” แก้มพึมพำกับตัวเอง
หลังจากนั้นบทสนทนาก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง เพื่อนๆ ต่างก็ผลัดกันเล่าเรื่องราวต่างๆ นานาที่เกิดขึ้นในช่วงสอบ บางคนเล่าถึงความกดดัน บางคนเล่าถึงความโชคดีที่ข้อสอบออกตรงกับที่อ่านมา แก้มฟังเพื่อนๆ พูดอย่างตั้งใจ แต่ใจของเธอก็ยังคงล่องลอยไปอยู่ที่บ้าน
“นี่พวกเรา” น้ำหวานเอ่ยขึ้น “หลังฉลองกันเสร็จแล้ว ไปเดินเล่นที่ห้างกันหน่อยไหม? ฉันอยากได้เสื้อใหม่พอดี”
“เอาสิ! ไปกัน!” เพื่อนคนอื่นๆ ตอบรับด้วยความกระตือรือร้น
แก้มลังเลใจอีกครั้ง การไปเดินห้างหมายถึงการใช้เวลาออกไปจากบ้านนานกว่าที่เธอตั้งใจไว้ แต่ถ้าปฏิเสธเธอกลัวว่าจะดูไม่ดีในสายตาเพื่อนๆ ที่เธอเพิ่งจะกลับมาสนิทสนมด้วย
“เอ่อ… ฉันว่าฉันกลับก่อนดีกว่านะ” แก้มพูดเสียงแผ่ว “เดี๋ยวพ่อฉันจะเหงา”
“โอ้โห… แก้มยังติดพ่อขนาดนี้เลยเหรอ” น้ำหวานทำเสียงประหลาดใจ “ไปเถอะน่า ไม่นานหรอกน่า”
“ใช่ๆ ไปด้วยกันนะแก้ม” เพื่อนอีกคนเสริม
ในที่สุด แก้มก็ยอมใจอ่อน เธอไปเดินห้างกับเพื่อนๆ แต่ก็พยายามสังเกตเวลาอยู่ตลอดเวลา เธอมองนาฬิกาข้อมือแทบจะทุกห้านาที เมื่อเห็นว่าเวลาผ่านไปนานเกินกว่าที่เธอจะยอมรับได้ เธอก็รีบเอ่ยขอตัว
“พอแล้วนะทุกคน ฉันต้องรีบกลับแล้วจริงๆ” แก้มบอก “พ่อฉันคงรอแย่แล้ว”
“อ้าว… เร็วไปนะ” น้ำหวานทำหน้าเสียดาย “แต่ก็ได้ๆ ไว้คราวหน้าละกัน”
แก้มรีบขึ้นรถประจำทางกลับบ้านด้วยหัวใจที่เต้นระรัว เธอภาวนาให้บิดาของเธอไม่มีอาการอะไรที่แย่ลงระหว่างที่เธอไม่อยู่ เมื่อเธอเปิดประตูบ้านเข้าไป สิ่งแรกที่เธอเห็นคือป้าสมรที่กำลังนั่งอยู่ข้างเตียงของบิดา
“ป้าสมร!” แก้มอุทานด้วยความตกใจ “เป็นอะไรไปคะ”
“อ้าวแก้ม กลับมาแล้วเหรอ” ป้าสมรหันมามอง “ไม่มีอะไรมากหรอก พ่อแกแกว่งแขนตอนจะลุกขึ้นไปห้องน้ำแล้วพลาดหน่อยน่ะ”
“แล้ว… แล้วพ่อเป็นอะไรมากไหมคะ” แก้มรีบวิ่งเข้าไปดูบิดาที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง
“ก็มีรอยช้ำนิดหน่อยน่ะ” ป้าสมรตอบ “แต่พ่อแกก็ไม่ยอมให้พาไปหาหมออีกแล้ว บอกว่าเจ็บแค่นิดเดียว”
แก้มมองใบหน้าของบิดาที่ดูซีดกว่าปกติ ดวงตาของท่านปิดสนิท ริมฝีปากแห้งผาก เธอรู้สึกผิดที่ทิ้งท่านไว้เพียงลำพัง ทั้งที่รู้ว่าท่านช่วยเหลือตัวเองได้ลำบาก
“พ่อคะ… แก้มกลับมาแล้วนะคะ” แก้มกระซิบเสียงเบา “พ่อเป็นอะไรมากไหมคะ”
บิดาเพียงแค่ขยับเปลือกตาเล็กน้อย เหมือนรับรู้ว่าลูกสาวกลับมาแล้ว แต่ก็ไม่สามารถตอบอะไรได้
“ไม่ต้องคิดมากนะแก้ม” ป้าสมรบอก “พ่อแกก็เป็นแบบนี้แหละ ดื้อจะตาย”
“หนู… หนูไปฉลองกับเพื่อนมาน่ะค่ะป้า” แก้มสารภาพ “หนูควรจะรีบกลับมาดูแลพ่อให้มากกว่านี้”
“ไม่เป็นไรหรอกลูก” ป้าสมรปลอบ “แก้มก็ต้องมีชีวิตของแกบ้างนะ ป้าเข้าใจ”
แก้มพยักหน้ารับ แต่ในใจก็ยังคงรู้สึกขุ่นมัว เธอรู้ดีว่าการดูแลบิดาที่ป่วยหนักนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เธอต้องเสียสละหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตวัยรุ่นของเธอไป การสอบได้คะแนนดีอาจจะทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง แต่ความสุขนั้นก็อยู่ได้ไม่นาน เมื่อเทียบกับภาระหน้าที่ที่เธอต้องแบกรับ
วันเวลาผ่านไปอีกครั้ง แก้มกลับไปสู่กิจวัตรเดิม คือ การดูแลบิดา และการไปโรงเรียน เธอพยายามใช้เวลาว่างจากการเรียนให้มากที่สุดในการอยู่กับบิดา แต่บางครั้ง เมื่อเธอเห็นเพื่อนๆ ของเธอใช้ชีวิตอย่างอิสระ ไปเที่ยว ไปดูหนัง กินขนมอร่อยๆ เธอก็อดเปรียบเทียบไม่ได้
“แก้ม” เสียงป้าสมรดังขึ้นขณะที่แก้มกำลังป้อนข้าวบิดา “เมื่อวานมีคนมาหาแก้มที่บ้านน่ะ”
“ใครคะป้า” แก้มถาม
“ก็… ผอ. โรงเรียนน่ะ” ป้าสมรตอบ “เขาบอกว่า… แก้มได้ทุนการศึกษา”
แก้มถึงกับอึ้ง “ทุน… ทุนอะไรคะ”
“เขาไม่ได้บอกรายละเอียดมากนักน่ะ” ป้าสมรบอก “แต่เขาบอกว่า เป็นทุนของมูลนิธิอะไรสักอย่างที่สนับสนุนเด็กเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ถ้าแก้มสนใจให้ไปติดต่อที่ห้องธุรการ”
“จริงเหรอคะ!” แก้มตาโตด้วยความดีใจ “หนู… หนูจะได้เรียนต่อโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าเทอมแล้วใช่ไหมคะ”
“ก็น่าจะอย่างนั้นนะ” ป้าสมรยิ้ม “เป็นข่าวดีนี่นา”
แก้มดีใจจนแทบจะกระโดดโลดเต้น แต่เมื่อนึกถึงบิดาที่ยังป่วยอยู่ ความดีใจนั้นก็เจือจางลงไปบ้าง เธออยากจะบอกข่าวดีนี้ให้บิดาฟัง แต่ก็กลัวว่าท่านจะกังวลเรื่องที่เธอจะต้องไปเรียนไกลบ้าน
“ขอบคุณค่ะป้า” แก้มกล่าว “หนูจะไปติดต่อเรื่องทุนพรุ่งนี้เลย”
“ดีแล้วลูก” ป้าสมรบอก “ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีของแก้มนะ”
วันต่อมา แก้มรีบไปติดต่อที่ห้องธุรการทันทีหลังจากเลิกเรียน เธอได้ทราบรายละเอียดของทุนการศึกษา เป็นทุนที่จะมอบให้กับนักเรียนที่มีผลการเรียนดีและมีความประพฤติดี เพื่อสนับสนุนการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น ทุนนี้ครอบคลุมค่าเทอม ค่าอุปกรณ์การเรียน และมีค่าใช้จ่ายส่วนตัวเล็กน้อยด้วย
“คือ… หนูต้องขอสอบถามนิดนึงค่ะ” แก้มถามเจ้าหน้าที่ธุรการ “ถ้าหนูได้รับทุนนี้ หนูจะต้องไปเรียนที่อื่นใช่ไหมคะ”
“ใช่จ้ะ” เจ้าหน้าที่ตอบ “ทุนนี้ส่วนใหญ่จะมอบให้กับนักเรียนที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น ซึ่งอาจจะต้องย้ายโรงเรียน หรือไปศึกษาต่อในสถาบันที่ไกลออกไป”
แก้มหน้าเสีย “คือ… ที่บ้านหนูมีคนป่วยน่ะค่ะ หนูต้องดูแลเขา”
“อ๋อ… เข้าใจเลยจ้ะ” เจ้าหน้าที่พยักหน้า “แต่ทุนนี้มีเงื่อนไขว่า ผู้รับทุนจะต้องไปศึกษาต่อตามที่กำหนดไว้นะ ถ้าไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ก็อาจจะถูกตัดสิทธิ์ได้”
คำพูดของเจ้าหน้าที่ทำให้แก้มยิ่งหนักใจ เธอรู้ดีว่านี่เป็นโอกาสครั้งใหญ่ในชีวิต โอกาสที่จะทำให้เธอได้เรียนในสิ่งที่เธอฝันมาตลอด แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็ไม่สามารถทิ้งบิดาที่ยังต้องการการดูแลของเธอไปได้
“ขอบคุณมากค่ะ” แก้มกล่าว เสียงสั่นเครือ เธอเดินออกจากห้องธุรการด้วยความรู้สึกที่สับสนและหนักอึ้ง
ตลอดทางกลับบ้าน แก้มคิดทบทวนถึงทางเลือกต่างๆ เธอมองไปยังท้องฟ้าที่เริ่มมืดครึ้ม ราวกับจะสะท้อนถึงความไม่แน่นอนในอนาคตของเธอ
“แก้ม” เสียงบิดาดังขึ้นมาเบาๆ จากบนเตียง “เป็นอะไรไป… หน้าตาดูไม่ค่อยสบายใจเลย”
แก้มรีบเดินเข้าไปหาบิดา “เปล่าค่ะพ่อ” เธอพยายามฝืนยิ้ม “แค่เหนื่อยๆ น่ะค่ะ”
“เหนื่อยก็พักผ่อนนะลูก” บิดากล่าว “พ่อเป็นห่วงนะ”
แก้มมองใบหน้าของบิดาที่เต็มไปด้วยความรักและความห่วงใย หัวใจของเธอรู้สึกเจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูก เธออยากจะบอกความจริงกับบิดา แต่ก็กลัวว่าท่านจะกังวลจนอาการหนักกว่าเดิม
“หนูรักพ่อนะคะ” แก้มพูด พลางกุมมือบิดาไว้แน่น
“พ่อก็รักแก้มที่สุดเหมือนกัน” บิดากล่าวตอบ “แก้มเป็นลูกที่ดีที่สุดของพ่อเลย”
คำพูดของบิดาทำให้แก้มรู้สึกอบอุ่นหัวใจ แต่ก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก เธอควรจะทำอย่างไรดี? ยอมทิ้งความฝันของตัวเองเพื่ออยู่ดูแลบิดา หรือเลือกที่จะคว้าโอกาสนี้ไว้ แม้จะต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดของหัวใจ
5,747 ตัวอักษร