ม่านหมอกที่ปกคลุมความจริงในวังวนแห่งตระกูล

ตอนที่ 10 / 40

ตอนที่ 10 — ความจริงจากกระดาษพับ

ข้อความสั้นๆ บนกระดาษแผ่นเล็กๆ นั้น ช่างเต็มไปด้วยปริศนาและคำเตือนที่ทำให้หัวใจของโสภิตาเต้นระรัวยิ่งกว่าเดิม "ธาม... อย่าเชื่อ... คุณธีระ... อันตราย... สร้อยนั่น... สัญญาณ..." แต่ละคำที่อ่านได้ ราวกับเป็นกุญแจที่ไขไปสู่ความลับอันดำมืดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มอันงดงามของคนรอบข้าง "สัญญาณ? สัญญาณอะไรกัน?" โสภิตาพึมพำกับตัวเอง ดวงตาของเธอจับจ้องอยู่ที่ตัวอักษรเหล่านั้น ราวกับจะหาคำตอบที่ชัดเจนกว่านี้ "แล้วสร้อยเส้นนั้น... มันเป็นสัญญาณเตือนอะไร?" เธอหยิบสร้อยเส้นนั้นขึ้นมาดูอีกครั้ง มันเป็นสร้อยทองคำขาวเส้นเล็กๆ ที่มีจี้เป็นรูปหยดน้ำที่เจียระไนอย่างประณีต ภายใต้แสงไฟในห้อง มันยังคงเปล่งประกายงดงามเหมือนเดิม แต่ตอนนี้ ในสายตาของโสภิตา มันกลับดูอันตรายอย่างประหลาด "คุณยาย... ท่านรู้เรื่องนี้มาก่อนจริงๆ หรือคะ?" โสภิตาต่อว่าตัวเองที่เคยไม่ใส่ใจในคำบอกเล่าของคุณยาย แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็อดรู้สึกขอบคุณคุณยายไม่ได้ ที่ได้ทิ้งร่องรอยแห่งความจริงนี้ไว้ให้เธอ เธอพับกระดาษแผ่นนั้นกลับเข้าไปในช่องลับอย่างระมัดระวัง ก่อนจะค่อยๆ ปิดแผ่นกระจกให้เข้าที่ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น โสภิตากลับมานั่งที่โต๊ะเครื่องแป้งอีกครั้ง ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้บุผ้ากำมะหยี่สีแดงเข้ม เธอยังคงนิ่งเงียบ ปล่อยให้ความคิดของเธอไหลวนไปตามกระแสของข้อมูลใหม่ที่เพิ่งได้รับ "คุณธีระ... อันตราย..." คำพูดนี้วนเวียนอยู่ในหัวของเธอ คุณธีระคือบิดาของธาม ผู้มีอำนาจสูงสุดในตระกูลธนากุล ท่านเป็นที่รู้จักในเรื่องความเฉียบขาดและเด็ดเดี่ยวในการบริหารธุรกิจ ท่านไม่เคยแสดงความรู้สึกส่วนตัวออกมามากนัก แต่ภาพลักษณ์ภายนอกนั้นบ่งบอกถึงผู้มีบารมีและน่าเกรงขามเสมอ โสภิตาไม่เคยคิดว่าคุณธีระจะเป็นอันตรายต่อเธอ แต่คำพูดในกระดาษแผ่นนั้น บีบให้เธอต้องคิดใหม่ "แล้วธาม... เขาไม่เชื่อใครเลยจริงๆ หรือ?" โสภิตาครุ่นคิดถึงคำพูดที่ว่า "ธาม... อย่าเชื่อ..." นั่นหมายความว่า ธามอาจจะถูกหลอก หรือถูกชักจูงไปในทางที่ผิด? หรือว่ามันหมายถึงว่า ธามกำลังทำอะไรบางอย่างอยู่โดยที่เธอไม่รู้? "แต่คุณจันทร์เจ้าก็บอกว่า ธามกำลังพยายามพิสูจน์ตัวเอง..." โสภิตาพยายามปะติดปะต่อเรื่องราว "หรือว่า... การพิสูจน์ตัวเองของเขา มันมีเบื้องหลังที่ซับซ้อนกว่าที่คิด?" เธอเงยหน้ามองนาฬิกาบนหัวเตียง เวลาล่วงเลยไปจนเกือบจะตีสองแล้ว แต่ในขณะนี้ โสภิตากลับรู้สึกตื่นตัวมากกว่าเดิม ความเหนื่อยล้าที่เคยมีก่อนหน้านี้ ได้ถูกแทนที่ด้วยความกระตือรือร้นที่จะค้นหาความจริง "หนูต้องทำอะไรสักอย่าง" เธอตัดสินใจเด็ดเดี่ยว "หนูไม่สามารถปล่อยให้ตัวเองถูกจับแต่งงานกับใครสักคน โดยที่ไม่รู้ความจริงทั้งหมด" ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของเธอ "ถ้าสร้อยนั่นเป็นสัญญาณ... สัญญาณที่ใช้สื่อสารอะไรบางอย่าง... แล้วใครคือคนที่ส่งสัญญาณนี้?" แน่นอนว่าต้องเป็นคนที่รู้เรื่องราวเกี่ยวกับธามและคุณธีระ และต้องมีความปรารถนาดีต่อธาม หรือไม่ก็ต่อตัวเธอ "คุณจันทร์เจ้า..." โสภิตานึกถึงคำพูดและแววตาของคุณจันทร์เจ้าอีกครั้ง คุณแม่ของธามดูเหมือนจะรู้เรื่องราวมากมาย และดูเหมือนจะอยากให้เธอรับรู้เช่นกัน "หรือว่า... คุณแม่ของธาม จะเป็นคนเดียวที่รู้ความจริงทั้งหมด?" แต่ถ้าคุณจันทร์เจ้าต้องการจะบอกเธอ ทำไมท่านถึงไม่บอกตรงๆ? หรือว่า ท่านไม่สามารถบอกได้? หรือว่า การให้สร้อยเส้นนั้นกับเธอ มันเป็นวิธีเดียวที่ท่านจะทำได้? โสภิตาลุกขึ้นยืน เธอเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปข้างนอก ท้องฟ้ายังคงมืดมิด มีเพียงแสงดาวริบหรี่ที่พอจะมองเห็นได้ "หนูต้องคุยกับธาม" เธอตัดสินใจ "หนูต้องถามเขาตรงๆ เกี่ยวกับเรื่องสร้อยเส้นนี้ และเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น" เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปิดรายชื่อติดต่อ และเลื่อนหาชื่อของธาม หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นเมื่อนิ้วของเธอกำลังจะกดปุ่มโทรออก แต่แล้วเธอก็ชะงัก "ตอนนี้... มันดึกเกินไปแล้ว" เธอคิด "เขาอาจจะกำลังพักผ่อนอยู่ หรืออาจจะกำลังยุ่งอยู่กับเรื่องอื่น" "แล้วถ้าเขาไม่ยอมบอกความจริงกับหนูล่ะ?" ความคิดนี้ทำให้เธอรู้สึกกังวล "ถ้าเขาปฏิเสธ หรือทำให้หนูดูเหมือนคนบ้า?" โสภิตาวางโทรศัพท์ลง เธอเดินกลับไปที่โต๊ะเครื่องแป้งอีกครั้ง สายตาของเธอเหลือบไปเห็นรูปถ่ายใบหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะ มันเป็นรูปของคุณหญิงมณีรัตน์ ผู้เป็นยายของเธอ ยายของเธอยิ้มอย่างใจดีในรูป ใบหน้าของท่านอบอุ่นและอ่อนโยน "ยายคะ... ตอนนี้หนูสับสนไปหมดเลย" โสภิตาพูดกับรูปถ่าย "หนูไม่รู้ว่าควรจะเชื่อใครดี หรือควรจะทำอย่างไรต่อไป" เธอหลับตาลง พยายามนึกถึงคำสอนของคุณยาย ที่มักจะบอกเธอเสมอว่า "เวลาที่ชีวิตมีปัญหา จงใช้สติและความกล้าหาญนำทาง และจงอย่าลืมมองหาความจริงที่ซ่อนอยู่" "ความจริงที่ซ่อนอยู่..." โสภิตาพึมพำ เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้น และมองไปที่กระจกบานเก่าอีกครั้ง "กระจกบานนี้... มันคือสิ่งเดียวที่เชื่อมหนูกับความจริงที่คุณยายทิ้งไว้ให้" เธอคิด "หนูต้องใช้มันให้เป็นประโยชน์" โสภิตาตัดสินใจว่า เธอจะรอจนกว่าจะถึงเช้า เธอจะลองไปคุยกับธามอีกครั้ง แต่คราวนี้ เธอจะเตรียมพร้อมมากกว่าเดิม เธอจะนำคำพูดที่คุณยายทิ้งไว้ให้เป็นแรงบันดาลใจ และเธอจะพยายามหาทางทำให้ธามเปิดใจ "ฉันต้องรู้ความจริง" เธอกระซิบกับตัวเอง "ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป" แสงแดดอ่อนๆ เริ่มลอดผ่านม่านเข้ามาในห้อง โสภิตาหลับตาลงช้าๆ เธอรู้สึกเหนื่อยล้า แต่ก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เธอจะหาทางออกให้กับสถานการณ์นี้ให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม

4,319 ตัวอักษร