ตอนที่ 9 — เงื่อนงำในกระจกบานเก่า
แสงจันทร์สาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามายังห้องนอนของโสภิตา สร้างเงาตะคุ่มที่ดูราวกับจะเต้นระบำไปทั่วห้อง เธอพลิกตัวไปมาบนเตียง ไม่สามารถข่มตาหลับได้ ภาพเหตุการณ์และคำพูดของคุณจันทร์เจ้ายังคงวนเวียนอยู่ในความคิด
“ความจริงอันโหดร้าย... อุบัติเหตุที่น่าสงสัย... รอยยิ้มที่ปกปิดความจริง...” คำพูดเหล่านั้นราวกับจะกระซิบซ้ำๆ อยู่ในโสตประสาทของเธอ
ในที่สุด โสภิตาก็ตัดสินใจลุกขึ้น เธอเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง ซึ่งเต็มไปด้วยเครื่องประทินโฉมต่างๆ นานา ดวงตาของเธอเหลือบไปเห็นกระจกบานเก่าทรงวงรีที่ตั้งอยู่มุมหนึ่งของโต๊ะ มันเป็นของที่คุณยายของเธอเคยใช้สมัยสาวๆ คุณหญิงมณีรัตน์เก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี
“คุณยาย...” โสภิตาพึมพำ เธอยกมือขึ้นสัมผัสกรอบกระจกที่ทำจากโลหะสีทองสลักลายดอกไม้อย่างประณีต
เธอจำได้ว่า คุณยายเคยเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับกระจกบานนี้ให้ฟังครั้งหนึ่ง ว่ามันมีอะไรบางอย่างพิเศษซ่อนอยู่ แต่โสภิตาก็ไม่เคยใส่ใจในตอนนั้น
“คุณแม่บอกว่า คุณยายเคยเห็นอะไรบางอย่างในกระจกบานนี้...” โสภิตาคิด “หรือว่า... มันจะเกี่ยวข้องกับเรื่องที่คุณจันทร์เจ้าพูด?”
ด้วยความหวังริบหรี่ เธอจึงเริ่มสำรวจกระจกบานนั้นอย่างละเอียด เธอค่อยๆ หมุนดูรอบๆ กรอบกระจก พลิกดูด้านหลัง แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ
“หรือว่าหนูคิดไปเอง?” โสภิตาเริ่มรู้สึกท้อแท้
ทันใดนั้น สายตาของเธอก็ไปสะดุดกับรอยเล็กๆ ที่ขอบด้านล่างของกระจก มันเป็นรอยที่ดูเหมือนจะถูกสลักขึ้นมาอย่างจงใจ แต่ก็เล็กมากจนเกือบจะมองไม่เห็น
“นี่มันอะไรกัน?” โสภิตาหยิบเครื่องมือขนาดเล็กที่ใช้ในการแต่งหน้ามาเขี่ยดูที่รอยนั้น
เมื่อเธอค่อยๆ แซะดู เธอก็พบว่า บริเวณนั้นสามารถกดเข้าไปได้!
“อ๊ะ!” โสภิตาร้องอุทานด้วยความประหลาดใจ เธอค่อยๆ ใช้นิ้วกดลงไปที่รอยนั้น
คลิก!
เสียงกลไกเล็กๆ ดังขึ้น และแผ่นกระจกด้านหลังก็ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นช่องเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใน
หัวใจของโสภิตาเต้นแรง เธอค่อยๆ สอดนิ้วเข้าไปในช่องนั้น และสัมผัสได้ถึงวัตถุบางอย่างที่อยู่ข้างใน
มันเป็นกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่พับไว้หลายทบ โสภิตาค่อยๆ ดึงมันออกมา และคลี่ออกอย่างระมัดระวัง
ตัวอักษรที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ปรากฏขึ้นบนกระดาษแผ่นนั้น เป็นภาษาไทยที่อ่านยาก แต่เมื่อโสภิตาตั้งใจเพ่งมอง เธอก็พอจะจับใจความได้
“... ธาม... อย่าเชื่อ... คุณธีระ... อันตราย... สร้อยนั่น... สัญญาณ...”
ข้อความสั้นๆ เพียงเท่านี้ แต่กลับทำให้โสภิตารู้สึกหนาวสะท้านไปถึงไขสันหลัง
“อย่าเชื่อคุณธีระ... สร้อยนั่น... สัญญาณ...”
นี่มันหมายความว่าอย่างไร? คุณธีระกำลังทำอะไรอยู่? แล้วสร้อยเส้นนั้นเกี่ยวอะไรด้วย?
โสภิตาพยายามนึกย้อนไปถึงคำพูดของคุณจันทร์เจ้า “อุบัติเหตุที่น่าสงสัย...” “อย่าเชื่อ... คุณธีระ...”
เธอเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น ราวกับภาพโมเสกที่ค่อยๆ ถูกต่อเติมให้สมบูรณ์
“คุณจันทร์เจ้าคะ... คุณหมายถึงเรื่องนี้ใช่ไหมคะ?” โสภิตาพึมพำกับตัวเอง
เธอรู้สึกเหมือนกับว่า เธอกำลังก้าวเข้าไปในวังวนที่ซับซ้อนและอันตรายยิ่งกว่าที่เธอเคยจินตนาการไว้
ทันใดนั้น เธอก็นึกถึงคำพูดของคุณธามที่สวนกุหลาบ “ผมจะพิสูจน์ตัวเอง ให้คุณเห็นว่า ผมคู่ควรกับคุณ”
“แล้วถ้า... การพิสูจน์ตัวเองของเขา ไม่ได้หมายถึงการเอาชนะใจหนู...” โสภิตาคิด “แต่หมายถึงการพยายามเปิดโปงความจริงบางอย่าง?”
“หรือว่า... สร้อยเส้นนั้น คือสัญลักษณ์บางอย่างที่คุณยายของธามตั้งใจจะให้เขา เพื่อเตือนเขาถึงอันตราย?”
ความคิดต่างๆ พรั่งพรูเข้ามาในหัวของโสภิตา เธอรู้สึกเหมือนกำลังดำดิ่งลงไปในทะเลลึกแห่งความลับ และเธอไม่แน่ใจว่า จะสามารถว่ายน้ำกลับขึ้นมาได้อย่างปลอดภัยหรือไม่
เธอหยิบสร้อยเส้นที่สองที่ได้มาจากคุณจันทร์เจ้าขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง เพชรที่ประดับอยู่เป็นรูปดอกไม้ ส่องประกายภายใต้แสงจันทร์ ราวกับจะกระซิบกระซาบบอกเล่าเรื่องราวในอดีต
“หนูต้องหาคำตอบให้ได้...” โสภิตาตั้งมั่น “หนูจะต้องรู้ความจริงให้ได้ ไม่ว่ามันจะโหดร้ายเพียงใดก็ตาม”
เธอพับกระดาษแผ่นนั้นเก็บไว้อย่างดี และใส่กลับเข้าไปในช่องลับของกระจกบานเก่า จากนั้น เธอค่อยๆ เลื่อนแผ่นกระจกกลับเข้าที่เดิม ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่ภายในใจของโสภิตา การเปลี่ยนแปลงได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เธอกำลังจะเผชิญหน้ากับความจริงที่ถูกปกปิดไว้ภายใต้ม่านหมอกแห่งตระกูลอันทรงเกียรติแห่งนี้
3,434 ตัวอักษร