ม่านหมอกที่ปกคลุมความจริงในวังวนแห่งตระกูล

ตอนที่ 7 / 40

ตอนที่ 7 — ความจริงซ่อนเร้นภายใต้รอยยิ้ม

“เข้ามาสิคะ” คุณหญิงมณีรัตน์กล่าวเชิญ คุณจันทร์เจ้าในชุดราตรีสีน้ำเงินเข้มสง่างามก้าวเข้ามา ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นแต่แฝงไว้ด้วยความหมายบางอย่างที่ยากจะหยั่งถึง “ดิฉันขอโทษที่มาช้าค่ะ” คุณจันทร์เจ้ากล่าว “พอดีมีเรื่องให้จัดการเล็กน้อย” “ไม่เป็นไรค่ะ” ท่านอนันต์กล่าว “เรากำลังจะเริ่มมื้อเย็นกันพอดี” “คุณจันทร์เจ้าคะ” โสภิตาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ยังคงความงุนงง “เมื่อสักครู่... คุณหนูได้มอบสร้อยคอเส้นนี้ให้หนูแล้วใช่ไหมคะ?” เธอหยิบกล่องไม้เล็กๆ ที่มีสร้อยคอดอกไม้อยู่ข้างในขึ้นมา คุณจันทร์เจ้ามองสร้อยคอในมือโสภิตา ดวงตาเป็นประกายเล็กน้อย “อ้อ สร้อยเส้นนั้นหรือคะ” เธอหัวเราะเบาๆ “ดิฉันน่ะ ให้คุณหนูไปแล้วจริงๆ ค่ะ” “แต่คุณแม่เห็นว่าคุณจันทร์เจ้าจะเอามาให้ตอนเย็น” ท่านอนันต์กล่าวเสริมด้วยความสงสัย “อ้อ นั่นคงเป็นความเข้าใจผิดค่ะ” คุณจันทร์เจ้ากล่าวอย่างรวดเร็ว “ดิฉันคงจะบอกคุณหญิงมณีรัตน์ว่า จะนำของที่ระลึกมามอบให้ในมื้อเย็นนี้ แต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นสร้อยเส้นนี้ค่ะ” โสภิตาเงียบไป เธอสัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากลบางอย่าง แต่ก็ไม่สามารถหาคำพูดใดมาอธิบายความรู้สึกนั้นได้ การให้สร้อยเส้นเดิมซ้ำสองครั้ง มันไม่สมเหตุสมผลเลย “คุณหนูคะ” คุณจันทร์เจ้าหันมามองโสภิตาโดยตรง “คุณคงไม่ว่าอะไรนะคะ ถ้าดิฉันจะขอให้คุณสวมสร้อยเส้นนี้ในค่ำคืนนี้” “สวม... ในค่ำคืนนี้หรือคะ?” โสภิตาถามด้วยความประหลาดใจ “ทำไมหรือคะ?” “ก็... เพื่อเป็นสิริมงคลค่ะ” คุณจันทร์เจ้าตอบ “และเพื่อให้เป็นที่ระลึกว่าคุณกำลังจะก้าวเข้าสู่บทบาทใหม่ในชีวิต” “เข้าใจแล้วค่ะ” โสภิตาตอบรับอย่างจำใจ เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกบังคับให้แสดงละครที่เธอไม่เข้าใจบทบาท “ดีมากค่ะ” คุณจันทร์เจ้ายิ้มกว้าง “คุณเป็นเด็กที่น่ารักและเข้าใจง่ายจริงๆ” ทั้งสี่เดินไปยังห้องรับประทานอาหารที่ตกแต่งอย่างหรูหรา แสงไฟสลัวจากโคมไฟระย้าสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นแต่แฝงไว้ด้วยความตึงเครียด โสภิตานั่งลงข้างมารดา รู้สึกถึงสายตาของคุณจันทร์เจ้าที่จับจ้องมาที่เธอเป็นระยะๆ “เชิญตามสบายนะคะ” ท่านอนันต์กล่าว “เรามาเริ่มทานอาหารกันเลย” ตลอดมื้ออาหาร บทสนทนาส่วนใหญ่เป็นเรื่องธุรกิจระหว่างท่านอนันต์กับคุณธีระ ส่วนคุณจันทร์เจ้าก็คอยเสริมบทสนทนาเป็นระยะๆ ราวกับเธอมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องเหล่านี้เป็นอย่างดี โสภิตาพยายามตั้งใจฟัง แต่ความคิดของเธอกลับล่องลอยไปตามคำพูดของคุณจันทร์เจ้าที่เคยบอกเธอว่า “คุณธามเป็นคนที่มีมุมมองที่ลึกซึ้งกว่าที่คุณคิดนะคะ เขาใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่คนอื่นอาจจะมองข้ามไป” “คุณหนูโสภิตาคะ” เสียงของคุณจันทร์เจ้าดังขึ้น ทำลายภวังค์ของเธอ “คุณดูเหม่อลอยไปนะคะ มีอะไรรบกวนใจอยู่หรือเปล่า” “เปล่าค่ะ” โสภิตาตอบอย่างรวดเร็ว “แค่คิดอะไรเพลินๆ ไปหน่อยค่ะ” “คิดถึงคุณธามอยู่หรือคะ” คุณจันทร์เจ้าถามยิ้มๆ คำถามนั้นทำให้โสภิตาหน้าแดงเล็กน้อย “เปล่าค่ะ” เธอปฏิเสธเสียงเบา “คุณธามน่ะ เป็นห่วงคุณหนูมากนะคะ” คุณจันทร์เจ้ากล่าว “เขาได้ยินว่าคุณไม่ค่อยสบายเมื่อวานนี้” “หนูสบายดีแล้วค่ะ” โสภิตาตอบ “ดีแล้วค่ะ” คุณจันทร์เจ้ากล่าว “คุณธามจะดีใจมากที่ได้ยินเช่นนั้น” บทสนทนาดำเนินต่อไปอย่างราบรื่น แต่โสภิตากลับรู้สึกว่ามีบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากลอยู่เบื้องหลัง รอยยิ้มของคุณจันทร์เจ้าดูราวกับจะปิดบังความลับบางอย่างเอาไว้ และคำพูดของเธอก็เหมือนจะถูกวางแผนมาอย่างดี หลังอาหารเย็น ทุกคนย้ายไปนั่งเล่นที่ห้องนั่งเล่น โสภิตาหยิบสร้อยคอที่วางอยู่บนโต๊ะกาแฟขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง มันเป็นสร้อยที่สวยงามมาก แต่ทำไมคุณจันทร์เจ้าถึงอยากให้เธอสวมมันในคืนนี้กันแน่? “คุณหญิงมณีรัตน์คะ” คุณจันทร์เจ้ากล่าว “ดิฉันอยากจะขออนุญาตเข้าไปคุยกับคุณหนูโสภิตาเป็นการส่วนตัวสักครู่ค่ะ” “ได้เลยค่ะ” คุณหญิงมณีรัตน์ตอบ “เชิญตามสบายนะคะ” ทั้งสองเดินออกจากห้องนั่งเล่น มุ่งหน้าไปยังห้องของโสภิตา โสภิตาเริ่มรู้สึกประหม่ามากขึ้นเรื่อยๆ “คุณหนูคะ” คุณจันทร์เจ้าเริ่มบทสนทนาอีกครั้งเมื่อเข้ามาในห้อง “ดิฉันมีเรื่องสำคัญที่จะต้องบอกคุณ” โสภิตาหันไปมองคุณจันทร์เจ้าด้วยความสงสัย “เรื่องอะไรคะ?” “เรื่องเกี่ยวกับคุณ... และเรื่องเกี่ยวกับธามค่ะ” คุณจันทร์เจ้าพูด สายตาของเธอแน่วแน่ “คุณรู้ไหมคะว่าทำไมธามถึงได้สนใจคุณนัก” โสภิตาเงียบ เธอไม่รู้จะตอบอย่างไร “ธามน่ะ... เขาเคยมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนหนึ่งในอดีตค่ะ” คุณจันทร์เจ้ากล่าว “ความสัมพันธ์ครั้งนั้น ทำให้เขาเจ็บปวดมาก” โสภิตาเงียบรอฟัง คุณจันทร์เจ้ากำลังจะสื่ออะไรกันแน่? “ผู้หญิงคนนั้น... มีลักษณะคล้ายคุณมากค่ะ” คุณจันทร์เจ้ากล่าวต่อ “ทั้งรูปร่างหน้าตา และนิสัยใจคอ” คำพูดของคุณจันทร์เจ้าทำให้โสภิตารู้สึกเหมือนถูกตบหน้า “คุณ... คุณกำลังจะบอกว่าหนูเหมือนผู้หญิงคนนั้นอย่างนั้นหรือคะ?” “ดิฉันไม่ได้บอกว่าเหมือนเสียทีเดียวค่ะ” คุณจันทร์เจ้าปรับคำพูด “แต่ธามมีความผูกพันกับผู้หญิงคนนั้นมาก และเมื่อเขาเห็นคุณ... เขาเหมือนได้เห็นภาพของผู้หญิงคนนั้นอีกครั้ง” “แล้ว... มันเกี่ยวอะไรกับการหมั้นหมายของเราคะ?” โสภิตาถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “คุณธามถูกบังคับให้หมั้นกับคุณค่ะ” คุณจันทร์เจ้าเปิดเผยความจริงที่น่าตกใจ “เขาไม่ต้องการการหมั้นครั้งนี้ แต่คุณธีระบังคับเขา” “ไม่จริงค่ะ!” โสภิตาร้องออกมา “คุณธามบอกเองว่าจะพิสูจน์ตัวเอง” “การพิสูจน์ตัวเองของเขา อาจจะไม่ได้หมายความอย่างที่คุณคิดนะคะ” คุณจันทร์เจ้ากล่าว “บางที เขาอาจจะกำลังพยายามหาทางหลีกเลี่ยงการหมั้นครั้งนี้อยู่ก็ได้” โสภิตาอึ้ง เธอไม่รู้จะเชื่อคำพูดไหนดี คำพูดของคุณธามที่บอกว่าจะพิสูจน์ตัวเอง หรือคำพูดของคุณจันทร์เจ้าที่บอกว่าเขาถูกบังคับ? “ดิฉันแค่อยากให้คุณรู้ความจริงค่ะ” คุณจันทร์เจ้ากล่าว “เพื่อที่คุณจะได้เตรียมใจรับมือกับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น” “แต่... ทำไมคุณต้องมาบอกหนูตอนนี้คะ?” โสภิตาถาม “และทำไมต้องเป็นสร้อยเส้นนี้ด้วย?” คุณจันทร์เจ้าหยิบสร้อยคอเส้นเดิมที่โสภิตาถืออยู่ออกมาจากกระเป๋า “สร้อยเส้นนี้... มีความหมายพิเศษค่ะ” เธอค่อยๆ เลื่อนสร้อยเส้นที่สองออกมา “มันคือสร้อยคอที่คุณยายของธามเคยให้ไว้กับผู้หญิงคนนั้นค่ะ” โสภิตาอ้าปากค้าง เธอไม่สามารถพูดอะไรได้อีกต่อไป ความจริงที่ถูกปกปิดไว้กำลังค่อยๆ คลี่คลายออกมา ช้าๆ แต่หนักหน่วง

4,995 ตัวอักษร