ตอนที่ 12 — เสียงกระซิบจากอดีตกาล
การเดินทางตามเส้นทางที่ปรากฏบนผนังถ้ำนั้นช่างยาวนานและน่าอึดอัด แสงจากผลึกใสที่ส่องนำทางก็มีจำกัด ทำให้การมองเห็นค่อนข้างลำบาก โชคดีที่เอลาร่าสามารถใช้พลังแห่งจันทราบางส่วนเพื่อสร้างแสงสว่างที่นุ่มนวลกว่าได้
"เราจะไปที่ไหนกันแน่?" ลีออนถาม ขณะที่พวกเขาเดินผ่านอุโมงค์ที่คดเคี้ยวไปมา
"ข้าไม่แน่ใจ" เอลาร่าตอบ "แต่ข้าสัมผัสได้ว่า เส้นทางนี้กำลังนำเราไปยังสถานที่ที่สำคัญมากๆ"
"สำคัญอย่างไร?" เซราฟิน่าถาม
"ข้ารู้สึกได้ถึงพลังงานที่เข้มข้น" เอลาร่ากล่าว "พลังงานที่เก่าแก่ และทรงพลัง"
ในขณะที่พวกเขากำลังสนทนากัน เสียงกระซิบแผ่วเบาก็เริ่มดังขึ้นมาจากที่ใดที่หนึ่งในความมืด เสียงนั้นคล้ายกับเสียงลมพัด แต่กลับมีความหมายแฝงอยู่
"เจ้า...ได้ยินอะไรไหม?" ลีออนถาม พลางหยุดเดิน
"เสียงกระซิบ..." เซราฟิน่าพึมพำ "มันเหมือนกับเสียงของอดีตกาล"
เอลาร่าตั้งใจฟังเสียงกระซิบนั้น นางพบว่ามันไม่ใช่เสียงที่ไร้สาระ แต่เป็นเหมือนบทสวด หรือคำพยากรณ์โบราณที่กำลังกล่าวถึงบางสิ่งบางอย่าง
"มันพูดถึง...สมดุล" เอลาร่ากล่าว "พูดถึงการเสียสละ และพลังที่ต้องแลกมา"
"สมดุล?" ลอร์ดคาเลนทวนคำ "หมายถึงสมดุลระหว่างแสงสว่างและความมืด?"
"ใช่" เอลาร่าตอบ "และดูเหมือนว่า...คำสาปที่อาณาจักรของเรากำลังเผชิญอยู่ ก็คือการสูญเสียสมดุลนั้นไป"
เสียงกระซิบดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ชัดเจนยิ่งขึ้น มันเหมือนกับเสียงของหญิงสาวนางหนึ่งที่กำลังร่ำไห้
"นางกำลังพูดถึง...การเสียสละครั้งใหญ่" เอลาร่ากล่าว พลางรู้สึกสะเทือนใจ "นางต้องยอมเสียสละบางสิ่ง เพื่อปกป้องอาณาจักร"
"เสียสละอะไร?" ลีออนถาม
"ข้า...ข้าไม่แน่ใจ" เอลาร่ากล่าว "แต่ข้ารู้สึกว่า...มันเกี่ยวข้องกับพลังแห่งจันทรา"
ทันใดนั้นเอง เส้นทางที่พวกเขากำลังเดินอยู่ก็พลันสิ้นสุดลง เบื้องหน้าของพวกเขาคือห้องโถงขนาดใหญ่ที่สว่างไสวไปด้วยแสงสีขาวนวลอันอ่อนโยน
ใจกลางห้องโถงนั้น มีแท่นบูชาโบราณตั้งอยู่ บนแท่นบูชานั้น มีอัญมณีสีฟ้าใสขนาดใหญ่ วางประดับอยู่ มันส่องประกายระยิบระยับราวกับท้องฟ้ายามค่ำคืน
"นั่นมัน...อัญมณีแห่งจันทรา!" เอลาร่าอุทานด้วยความตื่นเต้น
"เป็นไปตามคำพยากรณ์จริงๆ" ลอร์ดคาเลนกล่าว พลางมองไปยังอัญมณีด้วยความเคารพ
"แล้ว...คำสาปที่อาณาจักรของเรากำลังเผชิญอยู่ล่ะ?" เซราฟิน่าถาม "มันจะหายไปเมื่อเรานำอัญมณีนี้กลับไปหรือไม่?"
เอลาร่าเดินเข้าไปใกล้แท่นบูชา นางรู้สึกได้ถึงพลังงานอันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากอัญมณีแห่งจันทรา มันไม่ใช่พลังที่อันตราย แต่เป็นพลังที่บริสุทธิ์ และเต็มเปี่ยมไปด้วยความสงบสุข
"ข้าคิดว่า...อัญมณีนี้ไม่ใช่เพียงแค่สิ่งที่จะกอบกู้เราได้" เอลาร่ากล่าว พลางยกมือสัมผัสอัญมณี "แต่มันคือ...หัวใจของอาณาจักรจันทรา"
ทันทีที่ปลายนิ้วของเอลาร่าแตะต้องอัญมณีแห่งจันทรา ภาพนิมิตก็พลันปรากฏขึ้นในห้วงความคิดของนางอีกครั้ง คราวนี้ชัดเจนกว่าเดิม
นางเห็นภาพของหญิงสาวนางหนึ่งในอดีตกาล หญิงสาวผู้นั้นมีสายเลือดแห่งจันทราเช่นเดียวกับนาง นางกำลังทำพิธีบางอย่างต่อหน้าอัญมณีแห่งจันทรา
"นางกำลัง...มอบพลังของตนเองให้กับอัญมณี" เอลาร่ากล่าว พลางรู้สึกถึงความเชื่อมโยงอันลึกซึ้งกับหญิงสาวผู้นั้น "นางกำลังสละชีวิตของตนเอง เพื่อผนึกคำสาปโบราณ"
"สละชีวิต?" ลีออนถามด้วยความตกใจ
"ใช่" เอลาร่าตอบ "คำสาปนั้นแข็งแกร่งเกินกว่าที่จะถูกทำลายได้ในทันที นางจึงต้องผนึกมันไว้ ด้วยพลังชีวิตของตนเอง"
"แล้ว...นางอยู่ที่ไหนตอนนี้?" เซราฟิน่าถาม
"นาง...ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของอัญมณีแห่งจันทราไปแล้ว" เอลาร่ากล่าว พลางหลั่งน้ำตา "และสายเลือดแห่งจันทราในตัวของนาง ก็คือพลังที่คอยหล่อเลี้ยงอัญมณีนี้"
"หมายความว่า..." ลอร์ดคาเลนกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด "หากจะปลดปล่อยอาณาจักรของเราให้พ้นจากคำสาป เราก็ต้อง...ทำเช่นเดียวกับนาง?"
เอลาร่าพยักหน้าช้าๆ นางมองไปยังอัญมณีแห่งจันทราด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเศร้า แต่ก็มีความแน่วแน่
"ข้าเข้าใจแล้ว" เอลาร่ากล่าว "พลังแห่งจันทราที่ข้ามี ไม่ใช่แค่พรสวรรค์ แต่คือภาระหน้าที่"
"เอลาร่า...ไม่!" ลีออนรีบพูด "เจ้าไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น!"
"ข้าจำเป็นต้องทำ" เอลาร่าตอบ พลางยิ้มอย่างอ่อนโยน "เพื่ออาณาจักรของข้า เพื่อผู้คนของข้า"
นางดึงอัญมณีแห่งแสงออกจากอกของนาง มันส่องประกายสีเงินเจิดจ้าตัดกับสีฟ้าของอัญมณีแห่งจันทรา
"อัญมณีแห่งแสง...คือสัญลักษณ์แห่งความหวัง" เอลาร่ากล่าว "และอัญมณีแห่งจันทรา...คือหัวใจแห่งการเสียสละ"
นางค่อยๆ วางอัญมณีแห่งแสงลงบนแท่นบูชา ใกล้ๆ กับอัญมณีแห่งจันทรา ทันทีที่อัญมณีทั้งสองสัมผัสกัน แสงสว่างอันเจิดจ้าก็พลันสว่างวาบขึ้นไปทั่วทั้งห้องโถง
เอลาร่าสูดลมหายใจเข้าลึกๆ นางก้าวเข้าไปใกล้แท่นบูชา นางรู้ว่านี่คือช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด
"ข้า...เอลาร่า...เจ้าหญิงแห่งอาณาจักรจันทรา" นางกล่าว ด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและเต็มไปด้วยความมั่นใจ "ขออุทิศพลังแห่งจันทรา และชีวิตของข้า เพื่อปลดปล่อยอาณาจักรของเราจากคำสาปโบราณ!"
ทันใดนั้น ร่างของเอลาร่าก็เริ่มส่องประกายสีเงินเจิดจ้า แสงนั้นค่อยๆ ไหลเข้าไปรวมกับอัญมณีแห่งจันทรา ภาพของหญิงสาวในอดีตกาลพลันปรากฏขึ้นอีกครั้ง นางยิ้มให้กับเอลาร่าอย่างอ่อนโยน ราวกับจะบอกว่า "เจ้าทำได้ดีแล้ว"
ลีออน เซราฟิน่า และลอร์ดคาเลน ยืนมองด้วยความเสียใจและภาคภูมิใจ ในขณะที่แสงสว่างอันเจิดจ้านั้นกำลังกลืนกินร่างของเอลาร่าไปจนหมดสิ้น
เสียงกระซิบจากอดีตกาลพลันเงียบลงไป เหลือเพียงความสงบสุขที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งห้องโถง อัญมณีแห่งจันทราส่องประกายสีฟ้าอ่อนๆ ที่อบอุ่น และเมื่อมองดูให้ดี จะเห็นแสงสีเงินระยิบระยับ วิ่งวนอยู่ภายใน มันคือพลังของเอลาร่า ที่ได้หลอมรวมเข้ากับหัวใจแห่งอาณาจักรตลอดกาล
4,512 ตัวอักษร