ตอนที่ 10 — สัญลักษณ์แห่งความทรงจำ
แต่... ไม่มีใครอยู่ตรงนั้นเลย แม้แต่เงาของใครก็มองไม่เห็น ราวกับว่าสิ่งที่วายุเห็นก่อนหน้านี้เป็นเพียงภาพลวงตาที่เกิดจากสายลมและหิมะ เขาจำต้องเก็บเครื่องรางไม้แกะสลักนั้นไว้ในอกเสื้ออย่างระมัดระวัง มันอาจเป็นเบาะแสสำคัญที่จะไขปริศนาทั้งหมด
"เราต้องกลับไปที่โรงเตี๊ยมหงส์ดำ" วายุตัดสินใจ เขาไม่สามารถรอช้าได้อีกต่อไป การมาถึงของเขาที่เมืองอุดรแห่งนี้ อาจจะไม่ได้มีเพียงเขาคนเดียวที่กำลังตามหาบางสิ่งบางอย่าง หรือบางที... อาจจะมีคนกำลังตามล่าเขาอยู่เงียบๆ
ขณะที่เขากำลังจะก้าวเท้าออกจากตรอกเล็กๆ นั้น เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นจากด้านหลังก็ทำให้เขาต้องหยุดชะงัก เขากระชับด้ามดาบที่คาดเอว ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับเสียงนั้น
"ใครอยู่ตรงนั้น?" วายุตะโกนถาม เสียงของเขาดังกังวานในความเงียบของยามค่ำคืน
เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นจากความมืด มันเป็นชายชราคนหนึ่ง รูปร่างผอมบาง ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอย ดวงตาฉายแววเหนื่อยล้า แต่ก็แฝงไว้ด้วยความฉลาดเฉลียว
"ท่าน..." ชายชรากล่าวเสียงแหบพร่า "ท่านกำลังตามหาสิ่งใดในเมืองอันเยือกเย็นแห่งนี้?"
วายุจ้องมองชายชราด้วยความสงสัย เขาไม่เคยเห็นชายผู้นี้มาก่อน แต่กลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด ราวกับว่าเคยพบเจอเขาที่ไหนสักแห่งในความฝัน
"ข้ากำลังตามหาความจริง" วายุตอบอย่างตรงไปตรงมา "ความจริงเกี่ยวกับอดีตของข้า"
"ความจริง..." ชายชราพยักหน้าช้าๆ "บางครั้งความจริงก็เป็นสิ่งที่เราต้องจ่ายด้วยราคาที่สูงลิ่ว"
"ท่านรู้เรื่องเกี่ยวกับข้า?" วายุถาม
"ข้าเพียงแต่สังเกตการณ์" ชายชราตอบ "ข้าเห็นท่านเข้ามาในเมืองนี้ เห็นท่านเดินไปตามที่ต่างๆ เหมือนกำลังตามหาใครบางคน หรือบางสิ่งบางอย่าง"
"ท่านเห็นเครื่องรางนี่หรือไม่?" วายุล้วงเข้าไปในอกเสื้อและหยิบเครื่องรางไม้ออกมา "มันตกอยู่ใกล้กับโรงเตี๊ยมสายลมเหนือ"
เมื่อชายชราเห็นเครื่องรางในมือของวายุ ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย "นี่มัน... สัญลักษณ์ของตระกูล 'จันทรา' นี่นา"
"ตระกูลจันทรา?" วายุทวนคำ "ท่านรู้จักมันได้อย่างไร?"
"ข้าเคยได้ยินชื่อเสียงของตระกูลนี้มานานแล้ว" ชายชรากล่าว "พวกเขาเป็นช่างฝีมือที่เก่งกาจที่สุดในแดนเหนือ สร้างสรรค์ผลงานอันวิจิตรงดงามมากมาย โดยเฉพาะเครื่องรางและเครื่องประดับที่สลักเสลาอย่างประณีต"
"แล้ว... มันเกี่ยวอะไรกับข้า?" วายุถามอย่างกระวนกระวาย
"เจ้าไม่รู้จริงๆ หรือ?" ชายชราเงยหน้ามองวายุ ราวกับจะประเมินบางสิ่งบางอย่าง "ลายสัญลักษณ์บนเครื่องรางนี่... มันไม่ใช่แค่สัญลักษณ์ทั่วไป แต่เป็นเหมือนเครื่องหมายของสายเลือด"
"เครื่องหมายของสายเลือด?" วายุรู้สึกสับสนยิ่งกว่าเดิม "หมายความว่าอย่างไร?"
"หมายความว่า... ผู้ที่ครอบครองเครื่องรางนี้ หรือผู้ที่สลักมันขึ้นมา... อาจจะเป็นญาติสายเลือดของเจ้า" ชายชราอธิบาย "ตระกูลจันทรา... มีความเชื่อมโยงกับอดีตอันมืดมิดของเจ้า"
วายุยืนนิ่งไป เขารู้สึกเหมือนมีบางอย่างกำลังกระชับเข้ามาในอก ความหวังและความกลัวปะปนกันไปหมด เขาไม่เคยรู้เรื่องราวเกี่ยวกับตระกูลจันทรามาก่อนเลย
"แต่... ครอบครัวของข้า..." วายุเริ่มพูด แต่ก็กลืนคำพูดกลับเข้าไป "พวกเขา... ถูกสังหารทั้งหมด"
"ข้าเข้าใจ" ชายชราพยักหน้า "แต่บางครั้ง... ความตายก็ไม่ได้หมายถึงจุดจบของทุกสิ่ง บางครั้ง... มันอาจจะเป็นเพียงการเริ่มต้นใหม่"
"ท่านกำลังจะบอกว่า... แม่ของข้า... อาจจะยังไม่ตาย?" วายุถามด้วยเสียงสั่นเครือ
"ข้าไม่สามารถยืนยันได้" ชายชราตอบ "แต่สัญลักษณ์นี้... มันคือเบาะแสที่สำคัญที่สุดที่เจ้ามี มันเชื่อมโยงกับอดีตของเจ้าโดยตรง"
"แล้ว 'กองทหารเงา' ล่ะ?" วายุถาม "มันเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยหรือไม่?"
"กองทหารเงา..." ชายชราถอนหายใจ "เป็นองค์กรที่อันตรายที่สุดในแดนเหนือ พวกมันทำงานอยู่เบื้องหลัง คอยชักใยทุกสิ่งทุกอย่างในเมืองนี้ ความแค้นของเจ้า... อาจจะเกี่ยวพันกับพวกมันอย่างลึกซึ้ง"
"ข้าต้องรู้ความจริง" วายุกล่าวอย่างแน่วแน่ "ข้าต้องหาทางพิสูจน์ว่าแม่ของข้ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ และใครคือผู้อยู่เบื้องหลังการสังหารครอบครัวของข้า"
"เส้นทางของเจ้าไม่ง่ายเลย" ชายชราเตือน "ศัตรูของเจ้าแข็งแกร่ง และพวกมันมีอำนาจมหาศาล"
"ข้าทราบดี" วายุตอบ "แต่ข้าก็ไม่เคยคิดจะยอมแพ้"
"ดี" ชายชรากล่าว "ถ้าอย่างนั้น... จงไปที่ 'ตำหนักจันทรา' ที่อยู่ทางตะวันออกของเมือง"
"ตำหนักจันทรา?" วายุทวนคำ
"ใช่" ชายชราพยักหน้า "ที่นั่น... อาจจะเป็นที่ที่เจ้าจะพบคำตอบที่เจ้าตามหา"
"แล้วท่านล่ะ?" วายุถาม "ท่านเป็นใคร?"
"ข้าเป็นเพียงคนเฝ้ามอง" ชายชราตอบ "ข้าเฝ้ามองดูความเปลี่ยนแปลงของยุทธจักรมานาน ข้าเห็นความยุติธรรมถูกบิดเบือน เห็นความดีงามถูกเหยียบย่ำ"
"แล้วท่าน... ต้องการให้ข้าทำอะไร?" วายุถาม
"ข้าต้องการให้เจ้า... นำความยุติธรรมกลับคืนมา" ชายชรากล่าว "นำความจริงที่ถูกซ่อนเร้นออกมาสู่แสงสว่าง"
ชายชราโค้งคำนับวายุเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ เดินลับหายไปในความมืด ทิ้งให้วายุยืนอยู่เพียงลำพัง ท่ามกลางสายลมและหิมะที่โปรยปราย
วายุยังคงยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง เขารู้สึกถึงภาระอันหนักอึ้งที่แบกรับอยู่บนบ่า แต่ในขณะเดียวกัน... เขาก็รู้สึกถึงความหวังที่เริ่มผลิบานขึ้นในหัวใจ
"ตำหนักจันทรา..." วายุพึมพำกับตัวเอง "ข้าจะไปที่นั่น"
เขาเก็บเครื่องรางไม้แกะสลักนั้นเข้าอกเสื้ออีกครั้ง ก่อนจะหันหลังเดินออกจากตรอก มุ่งหน้าไปยังทิศตะวันออกของเมืองอุดร
ท่ามกลางความหนาวเหน็บของยามค่ำคืน วายุสัมผัสได้ถึงสายตาที่กำลังจับจ้องเขาอยู่ แต่คราวนี้... เขากลับไม่รู้สึกหวาดกลัวอีกต่อไป
4,361 ตัวอักษร