ยอดดาบพลิกฟ้า ล้างบางเหล่ายอดฝีมือ

ตอนที่ 25 / 40

ตอนที่ 25 — อุโมงค์ใต้ดินและการเผชิญหน้า

เซี่ยงอี้ชะงักกึก หัวใจเต้นระรัว เขาไม่คาดคิดว่าจะได้พบเจอเจิ้นอี้และใครอีกคนในอุโมงค์ใต้ดินแห่งนี้ เขาไม่รู้ว่านี่เป็นโชคชะตาเล่นตลก หรือเป็นแผนการที่ถูกวางไว้อย่างแยบยล เขาค่อยๆ ขยับตัวเข้าไปหลบอยู่หลังเสาหินขนาดใหญ่ หวังว่าความมืดมิดจะเป็นเกราะกำบังที่ดีที่สุด เขาเงี่ยหูฟังเสียงสนทนาของทั้งสองคนอย่างตั้งใจ "เจ้าแน่ใจนะว่าไม่มีใครตามเจ้ามา?" เสียงหนึ่งดังขึ้น เป็นเสียงทุ้มต่ำที่เซี่ยงอี้ไม่คุ้นเคย ดูเหมือนจะเป็นเสียงของผู้ร่วมทางของเจิ้นอี้ "ข้าแน่ใจ" เจิ้นอี้ตอบ น้ำเสียงฟังดูประหม่าเล็กน้อย "ทางนี้ปลอดภัยที่สุดแล้ว ไม่มีใครรู้เรื่องทางลับนี้ นอกจากพวกเรา" "ดี" เสียงทุ้มตอบ "เพราะเรื่องนี้สำคัญมาก ต้องไม่มีใครล่วงรู้เด็ดขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 'สิ่งนั้น' ที่เรากำลังจะไปเอา" "ข้ารู้ดี" เจิ้นอี้กล่าว "ข้าเฝ้ารอวันนี้มานาน ในที่สุดเราก็จะได้ครอบครองมันเสียที อำนาจที่จะทำให้เราอยู่เหนือกว่าทุกคน" เซี่ยงอี้ขมวดคิ้ว เขารู้สึกถึงความน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ซ่านออกมาจากบทสนทนานั้น "สิ่งนั้น" ที่พวกเขาพูดถึง คงหนีไม่พ้นวัตถุโบราณที่เขาตามหา มันมีพลังมากถึงขนาดที่ทำให้คนอย่างเจิ้นอี้ที่เคยดูเหมือนขุนนางผู้มั่งคั่งและมีอำนาจอยู่แล้ว ยังปรารถนาที่จะครอบครองมันยิ่งกว่าเดิม "แล้วแผนการที่จะทำให้เซี่ยงอี้หายไปจากเส้นทางของเราล่ะ?" เสียงทุ้มถามต่อ "เจ้าจัดการเรียบร้อยแล้วใช่ไหม?" เจิ้นอี้หัวเราะเบาๆ "แน่นอน" เขาตอบ "ข้าได้จัดเตรียม 'แขกพิเศษ' ไว้รอเขาแล้วที่ห้องสมุดหลวง รับรองว่าเขาจะต้องเจอกับความพินาศอย่างแน่นอน เขาจะไม่มีวันได้ขัดขวางแผนการของเราอีกต่อไป" เซี่ยงอี้กัดฟัน เขาเกือบจะพุ่งออกไปเผชิญหน้ากับเจิ้นอี้แล้ว แต่เขารู้ว่านี่ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม หากเขาเปิดเผยตัวตอนนี้ เขาจะตกอยู่ในอันตรายอย่างแน่นอน เขายังต้องหาทางเข้าไปในห้องสมุดหลวงให้ได้ และการรู้แผนการของพวกมัน จะเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลต่อเขา "ดีมาก" เสียงทุ้มกล่าว "เมื่อเจ้าจัดการกับเซี่ยงอี้เรียบร้อยแล้ว เราก็จะเข้าไปในห้องสมุดหลวงเพื่อนำ 'สิ่งนั้น' ออกมา จากนั้นเราก็จะรีบนำมันไปยังที่ปลอดภัย ก่อนที่ใครจะรู้ตัว" "เราจะไปที่ไหนกัน?" เจิ้นอี้ถาม "ที่ที่เราจะสามารถใช้พลังของ 'สิ่งนั้น' ได้อย่างเต็มที่" เสียงทุ้มตอบ "ที่ที่ไม่สามารถมีใครตามเราไปได้" ทั้งสองคนเดินต่อไปในอุโมงค์ เซี่ยงอี้ค่อยๆ แง้มมองจากที่กำบัง เขาสังเกตเห็นว่าชายร่างสูงใหญ่อีกคนหนึ่งนั้นมีรูปร่างกำยำ สวมชุดสีดำสนิทที่กลืนไปกับความมืด เขามีท่าทางแข็งกร้าว และในมือของเขาก็ถือดาบเล่มใหญ่ที่ดูน่าเกรงขาม เซี่ยงอี้คาดเดาว่านี่คือ "แขกพิเศษ" ที่เจิ้นอี้ได้จัดเตรียมไว้ให้เขา "ข้าต้องรีบไปบอกจูหลิง" เซี่ยงอี้คิด เขาไม่สามารถปล่อยให้จูหลิงตกอยู่ในอันตรายได้ เขาตัดสินใจที่จะไม่เดินตามพวกมันไป แต่จะรีบออกจากอุโมงค์แห่งนี้แล้วตรงไปยังห้องสมุดหลวงทันที เขารอจนกระทั่งเสียงฝีเท้าของทั้งสองคนค่อยๆ จางหายไปในความมืดมิดของอุโมงค์ จึงค่อยๆ เดินออกมาจากที่กำบัง เขารีบวิ่งกลับไปยังทางเข้าอุโมงค์ที่เขาเข้ามาเมื่อครู่ อากาศยามค่ำคืนยังคงเย็นเฉียบ แต่ในใจของเซี่ยงอี้กลับเต็มไปด้วยความร้อนรุ่ม เขาเร่งฝีเท้าให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ มุ่งหน้าไปยังจุดหมายที่เขาตั้งใจไว้ เมื่อเขากลับออกมาจากตรอกที่ซ่อนปากอุโมงค์ เขาพบว่าบรรยากาศรอบข้างเงียบสงัดกว่าเดิมมาก ผู้คนในนครแห่งมายาดูเหมือนจะหลับใหลกันหมดแล้ว มีเพียงแสงจันทร์สีนวลที่สาดส่องลงมา ทำให้เห็นเงาตะคุ่มของอาคารบ้านเรือนต่างๆ เซี่ยงอี้สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขาต้องมีสติ เขามีข้อมูลสำคัญอยู่ในมือ และเขาจะต้องใช้มันให้เป็นประโยชน์ "จูหลิง" เขาพึมพำชื่อของสหายคนสำคัญ "ข้าต้องปกป้องเจ้า" เขาไม่รอช้า รีบตรงไปยังที่พักของจูหลิงทันที การได้เห็นใบหน้าของเธอ และได้บอกเล่าเรื่องราวที่เขาเพิ่งค้นพบ จะทำให้เขารู้สึกสบายใจขึ้น และสามารถวางแผนขั้นต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเซี่ยงอี้มาถึงหน้าบ้านของจูหลิง เขาก็เห็นว่ามีแสงไฟสว่างไสวออกมาจากภายใน เขาแปลกใจเล็กน้อย ปกติแล้วจูหลิงมักจะพักผ่อนตั้งแต่หัวค่ำ "จูหลิง" เขาเคาะประตูเบาๆ "เป็นข้าเอง เซี่ยงอี้" เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากด้านใน และไม่นานประตูก็ถูกเปิดออก เผยให้เห็นร่างของจูหลิงที่ยืนอยู่ตรงหน้า ใบหน้าของเธอซีดเผือด ดวงตาฉายแววตื่นตระหนก "เซี่ยงอี้! เกิดอะไรขึ้น? เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร?" จูหลิงถาม เสียงสั่นเครือ "ข้ามีเรื่องสำคัญจะบอกเจ้า" เซี่ยงอี้รีบกล่าว "แต่ดูเหมือนว่าเจ้าเองก็กำลังมีปัญหาอยู่เหมือนกัน" จูหลิงมองเซี่ยงอี้ด้วยความกังวล "เข้าไปข้างในก่อนเถอะ" เธอพูดพลางดึงแขนของเซี่ยงอี้เข้าไปในบ้าน เมื่อเซี่ยงอี้ก้าวเข้ามาในบ้าน เขาก็เห็นร่างของชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ ชายชราผู้นี้คืออาจารย์ซือหลง ผู้อาวุโสแห่งสำนักลับ "อาจารย์ซือหลง?" เซี่ยงอี้อุทานด้วยความประหลาดใจ "ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?" "ข้าก็มาเพื่อจะบอกเจ้าเหมือนกัน" อาจารย์ซือหลงกล่าว น้ำเสียงแหบพร่า "ข้าสัมผัสได้ถึงพลังอันชั่วร้ายที่กำลังคุกคามนครแห่งนี้ และข้าก็รู้ว่าเจ้ากำลังจะเข้าไปพัวพันกับมัน" "พวกเขากำลังจะเข้าไปในห้องสมุดหลวงเพื่อชิง 'สิ่งนั้น'" เซี่ยงอี้รีบเล่าสิ่งที่เขาได้ยินมา "เจิ้นอี้กับชายอีกคนหนึ่ง พวกเขากำลังวางแผนจะใช้พลังของมัน และพวกเขายังจะกำจัดข้าด้วย" อาจารย์ซือหลงพยักหน้าช้าๆ "ข้าทราบเรื่องนี้ดี" เขากล่าว "พลังที่เจ้าพูดถึง คือ 'จิตวิญญาณแห่งมังกร' วัตถุโบราณที่ถูกผนึกไว้ในห้องสมุดหลวงมานานแสนนาน หากมันตกไปอยู่ในมือของคนชั่วร้าย นครแห่งนี้จะพบกับหายนะ" "จิตวิญญาณแห่งมังกร?" เซี่ยงอี้ทวนคำ "แล้วเราจะหยุดยั้งพวกเขาได้อย่างไร?" "เราต้องรีบเข้าไปในห้องสมุดหลวงก่อนที่พวกเขาจะทำสำเร็จ" อาจารย์ซือหลงกล่าว "แต่ทางเข้าหลักน่าจะถูกปิดตายแล้ว" "ข้าพบทางเข้าลับ" เซี่ยงอี้กล่าว "เป็นอุโมงค์ใต้ดิน ข้าเกือบจะได้ยินสิ่งที่เจิ้นอี้พูดถึงแผนการทั้งหมดของเขา" "ดีมาก" อาจารย์ซือหลงกล่าว "นี่เป็นโอกาสเดียวของเรา เจ้าจงรีบไปที่ห้องสมุดหลวงทันที พร้อมกับจูหลิง ข้าจะคอยถ่วงเวลาพวกมันจากข้างนอกเท่าที่ข้าจะทำได้" "แต่ท่าน..." เซี่ยงอี้ยังมีความกังวล "อย่ากังวลเรื่องข้า" อาจารย์ซือหลงกล่าว "หน้าที่ของเจ้าคือการปกป้อง 'จิตวิญญาณแห่งมังกร' จงไปเถอะ!" เซี่ยงอี้พยักหน้าอย่างเด็ดเดี่ยว เขาหันไปมองจูหลิง "พร้อมนะ?" จูหลิงพยักหน้าอย่างหนักแน่น ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "พร้อมเสมอ" ทั้งสองคนไม่รอช้า รีบออกจากบ้านของจูหลิง มุ่งหน้าไปยังห้องสมุดหลวงด้วยความเร็วสูงสุด ทิ้งให้อาจารย์ซือหลงเผชิญหน้ากับอันตรายที่มองไม่เห็นเพียงลำพัง

5,262 ตัวอักษร