เงาอดีตตามหลอนในวังโบราณ

ตอนที่ 2 / 35

ตอนที่ 2 — เสียงกระซิบจากอดีต

หลังจากเหตุการณ์น่าขนลุกในห้องลับ อรวรรณและอาจารย์พงษ์สวัสดิ์ก็รีบเร่งเก็บข้าวของออกจากวังก่อนตะวันลับขอบฟ้า พวกเขาไม่ต้องการเผชิญหน้ากับความมืดที่อาจนำมาซึ่งปรากฏการณ์ประหลาดอีก “วันนี้พอแค่นี้ก่อนอรวรรณ” อาจารย์พงษ์สวัสดิ์กล่าวเสียงเครียด “พรุ่งนี้ค่อยกลับมาพร้อมอุปกรณ์เพิ่มเติม” อรวรรณพยักหน้าเห็นด้วย เธอรู้สึกถึงความเหนื่อยล้า แต่สิ่งที่เหนือกว่านั้นคือความรู้สึกไม่สบายใจที่ยังคงติดค้างอยู่ในใจ “ค่ะอาจารย์” เธอตอบ “แต่… สมุดบันทึกเล่มนั้น… เราทิ้งไว้ได้ยังไงคะ” “ไม่ต้องห่วง” อาจารย์พงษ์สวัสดิ์ยิ้มบางๆ “พรุ่งนี้เราจะกลับไปเอา” “ระหว่างทางกลับบ้าน อรวรรณพยายามทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น เธอเป็นคนไม่เชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติ แต่เสียงกระซิบเมื่อครู่มันชัดเจนเกินกว่าจะปฏิเสธได้ “มันเป็นเพียงเสียงสะท้อนของลมที่ลอดผ่านช่องลมหรือเปล่าคะอาจารย์?” เธอถามออกไป “อาจเป็นไปได้” อาจารย์พงษ์สวัสดิ์ตอบ “แต่ที่แน่ๆ คือ สถานที่แห่งนี้มีบรรยากาศที่ชวนให้คิดไปต่างๆ นานา” เช้าวันต่อมา อรวรรณและอาจารย์พงษ์สวัสดิ์เดินทางกลับมายังวังเจริญรัตน์อีกครั้ง พร้อมกับอุปกรณ์สำรวจที่ทันสมัยยิ่งขึ้น และกล้องถ่ายวิดีโอ “เราจะบันทึกทุกอย่างที่เห็น” อาจารย์พงษ์สวัสดิ์กล่าว “เผื่อมีอะไรที่เราพลาดไป” ทั้งสองตรงไปยังห้องลับอีกครั้ง บานประตูไม้สลักลายวิจิตรบรรจงยังคงแง้มเปิดอยู่ ราวกับรอคอยการกลับมาของพวกเขา กลิ่นอับชื้นยังคงคละคลุ้ง แต่คราวนี้ดูเหมือนจะจางลงไปเล็กน้อย “สมุดบันทึกอยู่ตรงนี้” อรวรรณหยิบสมุดเล่มนั้นขึ้นมา เปิดไปยังหน้าเดิมที่เธออ่านค้างไว้ “‘เงาบางอย่างกำลังเฝ้ามองข้าอยู่เสมอ… มันมาจากที่ไหนกัน? มันต้องการอะไรจากข้า?’… แล้วหน้าถัดไป…” เธอพลิกหน้ากระดาษที่เริ่มเปื่อยยุ่ย “‘ท่านอัครมหาดเล็ก… เขากำลังวางแผนบางอย่าง… ข้าได้ยินเสียงกระซิบของเขาตอนกลางคืน… เขาพูดถึงอำนาจ… การล้างแค้น… ข้ากลัว…’” “ท่านอัครมหาดเล็ก?” อาจารย์พงษ์สวัสดิ์ขมวดคิ้ว “ชื่อนี้ก็ไม่ปรากฏในบันทึกประวัติศาสตร์เช่นกัน” “มีอีกค่ะ” อรวรรณอ่านต่อไป “‘ข้าสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่ชั่วร้าย… มันไม่ใช่แค่ความกลัวของข้า… แต่มันกำลังกัดกินจิตวิญญาณของข้า… หากข้าไม่สามารถหยุดยั้งแผนการของเขาได้… ทุกคนจะต้องรับรู้ถึงความจริงที่ถูกซ่อนเร้น…’” ขณะที่อรวรรณอ่านข้อความสุดท้ายนั้น ทันใดนั้นเอง ประตูบานที่พวกเขาเพิ่งเปิดออกพลันปิดดัง ‘ปัง!’ เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้อรวรรณและอาจารย์พงษ์สวัสดิ์สะดุ้งตกใจ “อะไรกัน!” อาจารย์พงษ์สวัสดิ์อุทาน “ประตูปิดเองได้ยังไง?” อรวรรณรีบวิ่งไปที่ประตู ลองออกแรงผลัก แต่มันก็ยังคงแน่นสนิทเหมือนเดิม “เปิดไม่ได้ค่ะอาจารย์! มันติด!” ความรู้สึกอึดอัดและหวาดกลัวกลับมาอีกครั้ง อรวรรณรู้สึกว่าอากาศภายในห้องเริ่มเบาบางลง เธอเริ่มหายใจลำบาก “รู้สึก… หายใจไม่ออกเลยค่ะ” “ตั้งสติอรวรรณ” อาจารย์พงษ์สวัสดิ์พยายามปลอบ “เราต้องหาทางออก” ทันใดนั้นเอง เสียงกระซิบแผ่วเบาที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ดูเหมือนจะมาจากรอบทิศทาง “ออกไป… ที่นี่ไม่ใช่ที่ของพวกเจ้า… จงรับรู้ถึงความเจ็บปวด… ของพวกเรา…” เสียงกระซิบนั้นเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและความโศกเศร้า ราวกับเสียงสะท้อนจากอดีตอันเจ็บปวด อรวรรณสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่ปกคลุมไปทั่วร่าง “พวกเรา… หมายถึงใครคะอาจารย์?” “ฉันไม่รู้” อาจารย์พงษ์สวัสดิ์ตอบ “แต่ดูเหมือนว่า… ข่าวลือเกี่ยวกับวังแห่งนี้… จะมีมูลความจริง” ขณะที่พวกเขากำลังตื่นตระหนก ทันใดนั้นเอง ภาพตรงหน้าของอรวรรณพลันพร่ามัว เธอเห็นเงาตะคุ่มๆ ของสตรีผู้หนึ่ง สวมชุดโบราณสีเข้ม ยืนนิ่งอยู่กลางห้อง ดวงตาของเธอแดงก่ำ และมีน้ำตาไหลอาบแก้ม “ช่วยด้วย… ได้โปรด… ช่วยข้าด้วย…” เสียงร้องคร่ำครวญนั้นดังขึ้นในหัวของอรวรรณ ราวกับเป็นเสียงจากภวังค์ “คุณ…” อรวรรณเอ่ยเสียงสั่น “คุณเป็นใคร?” ภาพนั้นค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงความว่างเปล่า “เมื่อกี้… เหมือนเห็นอะไรบางอย่างค่ะอาจารย์” เธอหันไปบอกอาจารย์พงษ์สวัสดิ์ “เห็นอะไร?” อาจารย์พงษ์สวัสดิ์ถาม “เหมือน… เหมือนเห็นผู้หญิงคนหนึ่งค่ะ… กำลังขอความช่วยเหลือ” อรวรรณอธิบาย “แต่… ไม่แน่ใจว่าเป็นภาพหลอนหรือเปล่า” “ไม่เป็นไร” อาจารย์พงษ์สวัสดิ์พยายามปลอบ “เราต้องมีสติ” ทันใดนั้นเอง อาจารย์พงษ์สวัสดิ์ก็สังเกตเห็นบางอย่างบนพื้น “ดูนี่สิอรวรรณ” ท่านชี้ไปยังรอยเปื้อนสีเข้มบนพื้นไม้ “เหมือน… คล้ายเลือด” อรวรรณก้มลงมอง รอยเปื้อนนั้นดูเหมือนจะสดใหม่กว่าฝุ่นและคราบสกปรกอื่นๆ “จริงด้วยค่ะอาจารย์… มันเหมือน… คล้ายเลือดจริงๆ” “นี่มัน… เกิดอะไรขึ้นกันแน่?” อาจารย์พงษ์สวัสดิ์พึมพำ “เราต้องหาทางออกจากที่นี่โดยเร็วที่สุด” ทั้งสองช่วยกันงัดแงะบานประตูอย่างเต็มกำลัง เสียงโลหะเสียดสีกันดังโครมคราม จนกระทั่งในที่สุด บานประตูก็ةอ้าออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นทางเดินที่มืดมิด “ไปกันเถอะ” อาจารย์พงษ์สวัสดิ์ออกคำสั่ง “รีบไปให้พ้นจากที่นี่” ทั้งสองรีบวิ่งออกจากห้องนั้นอย่างไม่คิดชีวิต เสียงฝีเท้าของพวกเขากระทบพื้นไม้ดังสนั่น ราวกับกำลังถูกไล่ล่าโดยสิ่งลึกลับที่มองไม่เห็น เมื่อวิ่งออกมาถึงโถงใหญ่ อรวรรณพลันหยุดชะงัก “อาจารย์คะ… นั่นมันอะไรคะ?” เธอชี้ไปยังมุมหนึ่งของโถง อาจารย์พงษ์สวัสดิ์หันไปมองตามสายตาของอรวรรณ เห็นร่างเงาสีดำทมึนยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ร่างนั้นสูงโปร่ง แต่ดูเหมือนจะไม่มีรูปร่างที่ชัดเจน มันกำลังหมุนตัวช้าๆ ราวกับกำลังมองมาที่พวกเขา “รีบไป!” อาจารย์พงษ์สวัสดิ์ตะโกน “อย่าหันกลับไปมอง!” ทั้งสองรีบวิ่งออกจากวังเจริญรัตน์ไปอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งความหวาดกลัวและความสงสัยไว้เบื้องหลัง แต่ถึงแม้จะออกมาจากวังแล้ว อรวรรณก็ยังคงได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบาในหูของเธอ ราวกับเสียงนั้นกำลังตามติดเธอไปทุกหนทุกแห่ง

4,549 ตัวอักษร