ตอนที่ 2 — สัมผัสแรกแห่งพลัง
“เตรียมตัว… ให้พร้อม?” รินดาทวนคำพูดของอาจารย์มังกร ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความรู้สึกผสมปนเประหว่างความหวาดกลัวและความตื่นเต้น “รินดาควรจะต้องเตรียมตัวอย่างไรคะ”
อาจารย์มังกรเดินกลับมานั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม สีหน้าของเขาดูครุ่นคิด “ขั้นแรก คือ การทำความเข้าใจในพลังที่อยู่ในตัวคุณหนู” เขาผายมือไปยังยันต์โบราณบนโต๊ะ “ยันต์เหล่านี้คือภาษาของพลัง การทำความเข้าใจในความหมายของแต่ละลายเส้น แต่ละสัญลักษณ์ จะช่วยให้คุณหนูสามารถควบคุมพลังของตนเองได้ดียิ่งขึ้น”
“แต่รินดา… รินดาอ่านมันไม่ออกค่ะ” รินดาถอนหายใจ “ท่านปู่เคยพยายามสอน แต่… มันซับซ้อนเกินไปจริงๆ”
“ยันต์โบราณไม่ใช่สิ่งที่อ่านได้ด้วยสมองเพียงอย่างเดียว” อาจารย์มังกรอธิบาย “มันคือสิ่งที่ต้องรับรู้ด้วยหัวใจ ด้วยสัญชาตญาณ และด้วยสายเลือดที่สืบทอดกันมา” เขาก้มลงมองที่ข้อมือของรินดา “คุณหนูเคยรู้สึกถึงความร้อนวาบ หรือความเย็นเยียบที่ปรากฏขึ้นตามร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณข้อมือด้านในนี้หรือไม่”
รินดาขมวดคิ้ว พลางยกข้อมือข้างซ้ายขึ้นมาดู เธอเคยสังเกตเห็นรอยปื้นแดงจางๆ ที่ปรากฏขึ้นเป็นครั้งคราวบริเวณข้อมือ แต่ก็คิดว่าเป็นเพราะอาการแพ้หรือการเสียดสี “ก็… บางครั้งก็รู้สึกค่ะ แต่คิดว่าเป็นเพราะ… การนั่งทำงานนานๆ”
“นั่นคือสัญญาณ” อาจารย์มังกรกล่าว “เมื่อใดก็ตามที่คุณหนูรู้สึกถึงปฏิกิริยาทางกายภาพเช่นนั้น นั่นหมายความว่า พลังกำลังเคลื่อนไหวอยู่ภายในตัวคุณหนู” เขาหยิบตำราเล่มหนึ่งขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ เป็นตำราเล่มหนาที่ปกถูกเย็บปะติดปะต่อด้วยด้ายสีเข้ม “ตำราเล่มนี้เป็นบันทึกของบรรพบุรุษผู้สืบทอดพลังก่อนหน้าคุณหนู จะมีคำอธิบายเกี่ยวกับยันต์โบราณ และวิธีการใช้พลังในรูปแบบต่างๆ”
“รินดาต้องอ่านมันทั้งหมดเลยหรือคะ” รินดาถามอย่างหวั่นใจ
“ไม่จำเป็นต้องอ่านทั้งหมด” อาจารย์มังกรยิ้ม “อาจารย์จะคัดเลือกบทที่สำคัญที่สุด และสอนคุณหนูด้วยตนเอง” เขามองไปที่ประตูห้อง “และที่สำคัญที่สุด… คุณหนูต้องฝึกการรับรู้ถึง ‘สิ่ง’ ที่อยู่รอบตัว”
“หมายถึง… วิญญาณร้ายพวกนั้นน่ะหรือคะ”
“ใช่” อาจารย์มังกรพยักหน้า “พวกมันคือสิ่งที่กำลังจะเข้ามา พวกมันจะส่งพลังงานเข้ามาเสมอ หากคุณหนูสามารถรับรู้ถึงพลังงานเหล่านั้นได้ ก็จะสามารถป้องกันตนเอง และสามารถใช้ยันต์เพื่อขับไล่มันได้”
ทันใดนั้นเอง! อุณหภูมิในห้องก็ลดลงอย่างฮวบฮาบ รินดารู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว เสียงกระซิบที่เคยได้ยินก็ดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มันดังกว่าเดิม ชัดเจนกว่าเดิม และแฝงไว้ด้วยเสียงหัวเราะเย็นยะเยือกที่น่าขนลุก
“มัน… มันอยู่ที่ไหนคะท่านอาจารย์” รินดาถามเสียงสั่น เธอกอดตัวเองแน่น พยายามควบคุมความกลัวที่ถาโถมเข้ามา
อาจารย์มังกรลุกขึ้นยืน ดวงตาของเขากวาดมองไปรอบๆ ห้อง ราวกับกำลังค้นหาที่มาของเสียง “มันกำลังเข้ามา… พลังงานของมันกำลังแผ่ขยายเข้ามาในห้องนี้”
“แล้วเราจะมองเห็นมันไหมคะ”
“หากคุณหนูเปิดใจรับรู้… ก็อาจจะมองเห็น” อาจารย์มังกรกล่าว “แต่มันไม่ใช่สิ่งที่ควรจะมองเห็นด้วยตาเปล่า”
ทันใดนั้นเอง! แสงไฟในห้องก็เริ่มกะพริบอย่างรุนแรง ร่างของรินดาเริ่มสั่นเทาด้วยความกลัว สิ่งของบนชั้นวางเริ่มสั่นไหวราวกับมีใครบางคนกำลังเขย่ามันอย่างแรง “ท่านอาจารย์คะ!”
“ตั้งสติไว้ คุณหนู รินดา!” อาจารย์มังกรตะโกน “หลับตาลง! อย่ามองสิ่งที่กำลังจะปรากฏ! จงใช้ ‘สัมผัส’ ของคุณหนู!”
รินดาหลับตาลงตามที่อาจารย์มังกรบอก เธอพยายามระงับเสียงกรีดร้องที่จ่อจะหลุดออกมาจากลำคอ สูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามนึกถึงคำพูดของอาจารย์ “รับรู้ด้วยหัวใจ… ด้วยสัญชาตญาณ…”
เธอพยายามนึกถึงยันต์โบราณที่อยู่บนโต๊ะ นึกถึงลายเส้นที่ซับซ้อน นึกถึงพลังงานที่เธอเคยสัมผัสได้รางๆ ร่างกายของเธอเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน โดยเฉพาะบริเวณข้อมือข้างซ้ายที่เคยมีรอยปื้นแดงจางๆ ราวกับมีไฟลุกไหม้อยู่ข้างใน
“นี่คือ… พลังของรินดา?” เธอพึมพำกับตัวเอง
ทันใดนั้นเอง! ร่างของเธอถูกผลักกระเด็นไปด้านหลังอย่างแรง จนชนเข้ากับกองตำรา รินดารู้สึกเหมือนถูกกระแทกอย่างจัง แต่เมื่อเธอลืมตาขึ้น สิ่งที่อยู่ตรงหน้าทำให้เธอแทบหยุดหายใจ
เบื้องหน้าเธอ… มีกลุ่มควันสีดำทะมึนก่อตัวขึ้นกลางอากาศ ลอยวนไปมาเหมือนกลุ่มหมอกพิษ รูปร่างของมันบิดเบี้ยวผิดรูป จนยากจะบอกได้ว่าเป็นรูปร่างอะไร แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ ดวงตาสีแดงฉานหลายคู่กำลังจ้องมองมาที่เธอจากภายในกลุ่มควันเหล่านั้น
“นี่มัน…” รินดาแทบพูดไม่ออก
“นั่นคือ ‘เงา’ ของพวกมัน” อาจารย์มังกรกล่าวเสียงเยือกเย็น “พลังของมันเริ่มแข็งแกร่งขึ้นแล้ว”
กลุ่มควันสีดำเริ่มเคลื่อนตัวเข้ามาหาเธออย่างช้าๆ เสียงหัวเราะเย็นยะเยือกดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับกำลังเยาะเย้ยความหวาดกลัวของเธอ รินดารู้สึกได้ถึงพลังงานอันชั่วร้ายที่แผ่กระจายออกมาจากร่างนั้น มันบีบคั้นให้เธอหายใจไม่ออก
“คุณหนู!” อาจารย์มังกรตะโกน “ตั้งสมาธิ! ใช้พลังของคุณหนู! ปลุกยันต์ในสายเลือด!”
รินดาพยายามรวบรวมสติ เธอนึกถึงลายยันต์บนโต๊ะที่ดูเหมือนจะสอดคล้องกับรอยสักในความฝัน เธอหลับตาลงอีกครั้ง พร้อมกับยกข้อมือข้างซ้ายขึ้นมาอย่างช้าๆ
“ยันต์แห่งการปกป้อง… จงปรากฏ!” เธอตะโกนสุดเสียง
ทันใดนั้นเอง! รอยปื้นแดงจางๆ บนข้อมือของเธอก็เริ่มเข้มขึ้นจนกลายเป็นสีแดงสด ราวกับมีเปลวไฟลุกไหม้ขึ้นมาจริง ลวดลายอ่อนช้อยเริ่มปรากฏขึ้นบนผิวหนังของเธอ เป็นลายเส้นคล้ายกับยันต์โบราณที่เธอเคยเห็น แต่ดูเรียบง่ายกว่า มันแผ่รัศมีสีแดงเรื่อออกมาอย่างเจิดจ้า
กลุ่มควันสีดำชะงักกึกไปชั่วขณะ ราวกับถูกพลังงานปริศนาบางอย่างผลักดันให้หยุดชะงัก ดวงตาสีแดงฉานหลายคู่ภายในกลุ่มควันเริ่มฉายแววแห่งความประหลาดใจ
“สำเร็จแล้ว!” อาจารย์มังกรกล่าวอย่างโล่งอก “นั่นคือ ‘ยันต์คุ้มกัน’ ที่เกิดขึ้นจากสายเลือดของคุณหนู”
กลุ่มควันสีดำเริ่มสั่นระริก ก่อนจะค่อยๆ สลายหายไปในอากาศอย่างช้าๆ ทิ้งไว้เพียงความเย็นเยียบที่จางลง และเสียงหัวเราะที่ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาทของรินดา
รินดาหอบหายใจอย่างหนัก ร่างกายของเธออ่อนเปลี้ยแทบทรุดลงไปกองกับพื้น แต่ในใจกลับรู้สึกถึงความภาคภูมิใจอย่างบอกไม่ถูก “รินดา… ทำได้จริงๆ”
“แน่นอน” อาจารย์มังกรเดินเข้ามาหาเธอ พร้อมกับรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความชื่นชม “นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น คุณหนู รินดา” เขากล่าว “การต่อสู้ที่แท้จริง… เพิ่งจะเริ่มขึ้น.”
4,970 ตัวอักษร