สู่เส้นขอบฟ้า ด้วยสองเท้าที่มุ่งมั่น

ตอนที่ 13 / 35

ตอนที่ 13 — สัญญาณเตือนจากหัวเข่าที่ปวดร้าว

อรุณชัยยืนนิ่งอยู่ข้างทาง สุชาติกำลังนวดคลึงบริเวณหัวเข่าข้างซ้ายของเขาอย่างเบามือ เหงื่อยังคงไหลซึมอยู่บนใบหน้าของอรุณชัย แสงแดดช่วงบ่ายคล้อยสาดส่องลงมาทำให้รู้สึกร้อนอบอ้าวเป็นพิเศษ แต่ความกังวลในใจของอรุณชัยกลับร้อนแรงยิ่งกว่า “มันตึงมากเลยครับสุชาติ” อรุณชัยพยายามขยับขาอย่างระมัดระวัง “เหมือนมีอะไรมาบีบรัดอยู่ข้างใน” “ใจเย็นๆ นะ” สุชาติพูดปลอบ “ลองค่อยๆ เหยียดขาดูช้าๆ” อรุณชัยค่อยๆ เหยียดขาออกไปช้าๆ จนสุด สัมผัสได้ถึงแรงตึงที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบจะทนไม่ไหว เขาต้องกัดฟันแน่นเพื่อไม่ให้ส่งเสียงร้องออกมา “มัน… มันเจ็บครับ” อรุณชัยพูดเสียงสั่น “เหมือนตอนที่ผมวิ่งมาราธอนครั้งแรกเลย” “อย่าเพิ่งคิดไปถึงตอนนั้น” สุชาติบอก “ตอนนี้เราต้องดูว่ามันแค่ตึงธรรมดา หรือมันเริ่มอักเสบ” สุชาติสังเกตสีหน้าของอรุณชัย และสัมผัสได้ถึงความร้อนที่แผ่ออกมาจากบริเวณหัวเข่า “ดูเหมือนว่ามันจะมีการอักเสบเล็กน้อยนะ” สุชาติสรุป “เราอาจจะต้องหยุดพักสักครู่ใหญ่ๆ” “ไม่ได้นะครับสุชาติ” อรุณชัยรีบปฏิเสธทันที “เราเหลือระยะทางอีกเยอะ ถ้าเราหยุดพักนานเกินไป มันจะกระทบกับตารางเวลาของเรา” “อรุณชัย ฟังฉันนะ” สุชาติจับมืออรุณชัยไว้แน่น “ร่างกายของนายสำคัญที่สุด ถ้าฝืนต่อไป อาการอาจจะหนักกว่าเดิม และนั่นจะทำให้การวิ่งของนายต้องหยุดชะงักไปเลย” อรุณชัยมองหน้าสุชาติ เขาเห็นความห่วงใยในแววตาของเพื่อน “ผมรู้ครับ” อรุณชัยตอบ “แต่… ผมไม่อยากทำให้ใครต้องผิดหวัง” “ฉันเข้าใจ” สุชาติถอนหายใจ “แต่การวิ่งครั้งนี้มันไม่ใช่การวิ่งแข่งที่ใครจะตัดสินผู้ชนะในวันนี้พรุ่งนี้ มันคือการวิ่งระยะยาวเพื่อเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่า” “แต่ถ้าผมวิ่งต่อไม่ไหวล่ะครับ” เสียงของอรุณชัยเริ่มสั่นเครือ “ถ้าผมล้มเหลว ทุกอย่างที่ทำมาจะสูญเปล่าเลยหรือเปล่า” “ไม่มีอะไรสูญเปล่าหรอก” สุชาติพูดอย่างมั่นใจ “ทุกย่างก้าวที่นายวิ่งมา ทุกหยาดเหงื่อที่นายเสียไป มันมีความหมายเสมอ” “ถ้าผมวิ่งต่อแล้วอาการหนักขึ้นจริงๆ คุณจะทำยังไงครับ” อรุณชัยถามอย่างกังวล “ถ้ามันไม่ไหวจริงๆ เราก็จะหยุด” สุชาติกล่าว “แล้วเราจะหาทางแก้ไขกัน” “แล้วโรงพยาบาลล่ะครับ” อรุณชัยเงยหน้ามองท้องฟ้า “เราจะช่วยพวกเขาได้ไหม” “เราจะหาทางช่วย” สุชาติยืนยัน “ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม” อรุณชัยหลับตาลงอีกครั้ง เขาพยายามสูดหายใจลึกๆ เพื่อควบคุมความเจ็บปวดและสภาวะอารมณ์ที่สับสน “คุณหมอที่โรงพยาบาลนั้น…” อรุณชัยเริ่มพูด “คุณหมอสมหมาย ท่านเคยบอกผมว่า ท่านไม่เคยยอมแพ้ แม้ในวันที่โรงพยาบาลกำลังจะปิด ท่านยังคงรักษาคนไข้ต่อไป” “แล้วนายจะยอมแพ้หรือ” สุชาติถาม อรุณชัยลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตาของเขามีประกายแห่งความมุ่งมั่นฉายชัด “ไม่ครับ” อรุณชัยตอบเสียงดังฟังชัด “ผมจะไม่ยอมแพ้” “ดีมาก” สุชาติยิ้ม “ถ้าอย่างนั้น เรามาลองยืดกล้ามเนื้อกันอีกครั้ง คราวนี้ต้องทำอย่างระมัดระวังที่สุด” อรุณชัยพยักหน้า เขาค่อยๆ เหยียดขาออกไปอีกครั้งอย่างช้าๆ คราวนี้เขาใช้สมาธิทั้งหมดไปกับการควบคุมร่างกาย ไม่เปิดโอกาสให้ความเจ็บปวดเข้ามาครอบงำ “เอาล่ะ” สุชาติกล่าวหลังจากผ่านไปสักพัก “ลองค่อยๆ ก้าวเดินดูทีละนิด” อรุณชัยค่อยๆ ยกขาข้างขวาขึ้น แล้วก้าวไปข้างหน้าอย่างแผ่วเบา รู้สึกถึงแรงตึงที่หัวเข่า แต่ก็พอจะควบคุมได้ เขาค่อยๆ ก้าวต่อไปเรื่อยๆ สลับกับการยืดกล้ามเนื้อเป็นระยะ “เป็นไงบ้าง” สุชาติถาม “ยังพอไหวไหม” “ไหวครับ” อรุณชัยตอบ “แต่ก็ไม่สบายตัวเท่าไหร่” “งั้นก็ค่อยๆ ไปนะ” สุชาติเดินประกบเขาอยู่ข้างๆ “ถ้าเมื่อไหร่รู้สึกว่ามันแย่ลงกว่าเดิม สั่งฉันได้เลย” พวกเขากลับมาเริ่มต้นวิ่งอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นเพียงการวิ่งเหยาะๆ ช้าๆ โดยมีสุชาติเดินเคียงข้างคอยสังเกตอาการของอรุณชัยอยู่ตลอดเวลา ระยะทาง 50 กิโลเมตรในวันนี้ดูเหมือนจะยาวนานกว่าทุกวันที่ผ่านมา “ผมอยากรู้จริงๆ ว่าใครกันแน่ที่ปล่อยข่าวลือพวกนั้น” อรุณชัยเอ่ยขึ้นขณะที่วิ่ง “แล้วทำไมพวกเขาถึงต้องมาขัดขวางการวิ่งของผมด้วย” “บางทีอาจจะมีคนที่ไม่พอใจที่เรากำลังจะไปพบใครบางคน” สุชาติคาดเดา “หรืออาจจะเป็นพวกที่เสียผลประโยชน์จากการที่โรงพยาบาลยังเปิดดำเนินการอยู่” “ใครก็ตามที่ทำ ถ้าพวกเขารู้ว่าผมวิ่งมาไกลขนาดไหนแล้ว พวกเขาควรจะเข้าใจนะว่าผมมาเพื่ออะไร” อรุณชัยถอนหายใจ “ผมไม่ได้มาเพื่อขออะไรจากใคร” “คนบางคนก็มีมุมมองที่ต่างออกไป” สุชาติกล่าว “และบางครั้ง พวกเขาก็ไม่ต้องการจะเข้าใจอะไรทั้งนั้น” อรุณชัยพยายามตัดความคิดพวกนั้นออกไป เขามุ่งความสนใจไปที่จังหวะการหายใจ และการก้าวเท้าที่สม่ำเสมอที่สุดเท่าที่ร่างกายจะอนุญาต “คุณว่า… ถ้าผมขอให้คุณหมอสมหมายช่วยดูอาการหัวเข่าผมหน่อยได้ไหมครับ” อรุณชัยถาม “เผื่อท่านจะมีวิธีรักษาที่พิเศษกว่า” “ได้สิ” สุชาติตอบทันที “เราจะลองติดต่อไปดู” เมื่อใกล้จะหมดระยะทางสำหรับวันนี้ อรุณชัยรู้สึกว่าอาการปวดที่หัวเข่าเริ่มทุเลาลงเล็กน้อย อาจเป็นเพราะเขาได้หยุดพัก และค่อยๆ ยืดกล้ามเนื้อไปเรื่อยๆ “วันนี้เราถึงเป้าหมายแล้ว” สุชาติกล่าวเมื่อมองเห็นป้ายบอกระยะทาง “นายทำได้เยี่ยมมาก อรุณชัย” อรุณชัยพยักหน้า เขารู้สึกเหนื่อยล้าไปทั้งตัว แต่ก็ยังมีแรงฮึดที่จะเดินต่อไปจนถึงที่พัก “ขอบคุณนะสุชาติ” อรุณชัยพูด “ถ้าไม่มีคุณ ผมคงจะยอมแพ้ไปแล้ว” “เราจะอยู่เคียงข้างกันเสมอ” สุชาติตบไหล่เขาเบาๆ “พรุ่งนี้เราจะจัดการเรื่องหัวเข่านายให้ดีที่สุดก่อน แล้วค่อยว่ากันต่อ” อรุณชัยพยักหน้า เขาเชื่อมั่นในคำพูดของสุชาติ และเชื่อมั่นในเป้าหมายที่เขากำลังวิ่งไปให้ถึง

4,339 ตัวอักษร