ตอนที่ 16 — การเผชิญหน้ากับเอกสารเก่า
ยายอินทร์นั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างบานเกล็ดที่เปิดแง้มอยู่ แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาเป็นลำ ทำให้เห็นฝุ่นละอองที่ลอยละล่องอยู่ในอากาศ ราวกับว่าโลกทั้งใบของเธอได้หยุดนิ่งอยู่กับที่นับตั้งแต่คืนที่ตาอินเปิดปากพูดเรื่องเอกสารการจำนำที่ดิน คืนนั้นช่างยาวนานเหลือเกิน เสียงหัวใจที่เต้นระรัวและภาพเหตุการณ์ที่ถาโถมเข้ามาในหัว ทำให้เธอแทบจะไม่ได้ข่มตาหลับเลยแม้แต่น้อย ทุกครั้งที่คิดถึงคำว่า “ที่ดินผืนนี้ อาจไม่ใช่ของเรา” น้ำตาที่แห้งเหือดไปแล้วก็เหมือนจะเอ่อคลอขึ้นมาอีกครั้ง
“ยาย… ทานอะไรหน่อยสิคะ” สายใจเดินเข้ามาพร้อมถาดอาหารเช้า วางลงบนโต๊ะข้างเตียง “หนูทำข้าวต้มร้อนๆ ไว้ให้ค่ะ”
ยายอินทร์หันมามองหลานสาว ใบหน้าซีดเซียว ดวงตาคล้ำบ่งบอกถึงการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ “ขอบใจนะสายใจ” เธอรับคำเสียงเบา แต่ก็ไม่ได้แตะต้องอาหารในถาดเลย
“ยายต้องทานนะคะ จะได้มีแรง” สายใจคะยั้นคะยอ “เรื่องที่ดิน… เราค่อยๆ ไปปรึกษาผู้รู้กันนะคะ”
“ปรึกษา… แล้วถ้าความจริงมันโหดร้ายเกินกว่าที่เราจะรับได้ล่ะ” ยายอินทร์พึมพำ “ถ้าที่ดินผืนนี้มันไม่ใช่ของเราจริงๆ… แล้วเราจะไปอยู่ไหนกัน”
“เรายังมีกันและกันนะคะคุณยาย” สายใจกุมมือของยายอินทร์ไว้แน่น “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น หนูจะอยู่ตรงนี้เสมอ”
ยายอินทร์มองสายใจด้วยความซาบซึ้ง เธอรู้ว่าเด็กสาวคนนี้จริงใจกับเธอมากแค่ไหน “ยายรู้… ขอบใจนะ”
ตาอินเดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทางครุ่นคิด “ยาย… ผมไปคุยกับลุงสมชายมาแล้วนะ”
ยายอินทร์เงยหน้ามอง “แล้วได้ความว่าไง”
“เขาก็บอกว่า…เอกสารมันอยู่กับญาติเขามานานแล้ว” ตาอินเล่า “ญาติเขาเป็นคนเก็บรักษาไว้ พอดีช่วงนี้ญาติเขาจะรื้อของเก่าๆ ก็เลยเจอเข้า เขาก็บอกว่า…ถ้าเรามีเอกสารที่แสดงว่าได้ไถ่ถอนครบถ้วนแล้ว ก็เอามาให้เขาดูได้เลย”
“เอกสาร… เอกสารไถ่ถอนน่ะนะ” ยายอินทร์พึมพำ “ใครจะไปมี”
“นั่นสิ” ตาอินถอนหายใจ “แต่เขาก็ไม่ได้มาบังคับอะไรนะ แค่บอกว่า…ถ้ามีก็เอามาแสดง ถ้าไม่มี… ก็อาจจะต้องว่ากันตามกฎหมาย”
“ว่ากันตามกฎหมาย… หมายความว่าเขาจะฟ้องเราใช่ไหม” ยายอินทร์ถามเสียงสั่น
“เขายังไม่ได้พูดตรงๆ แบบนั้นหรอกยาย” ตาอินพยายามทำให้ยายอินทร์ใจเย็นลง “แต่…เราก็ต้องเตรียมตัวไว้”
“เตรียมตัว… เตรียมตัวที่จะเสียทุกอย่างใช่ไหม” น้ำเสียงของยายอินทร์เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
“อย่าเพิ่งคิดไปไกลเลยยาย” ตาอินนั่งลงข้างๆ “ผมจะไปหาทนายความ เราจะได้รู้ว่าจริงๆ แล้วเรื่องมันเป็นยังไง”
“แล้ว…แล้วตาอินเองล่ะ… คิดยังไง” ยายอินทร์ถามตรงๆ “ตาอินจะยอมให้เขาเอาที่ดินของเราไปง่ายๆ หรือ”
ตาอินมองยายอินทร์ ดวงตาของเขาทอประกายบางอย่างที่ยายอินทร์ไม่เคยเห็นมาก่อน “ผม…ผมไม่รู้เหมือนกันยาย” เขาตอบเสียงเบา “แต่ผมจะพยายามที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น”
“ตาอิน… เก็บเอกสารเก่าๆ ของปู่ย่าไว้ที่ไหนบ้าง” ยายอินทร์ถามขึ้นมาอย่างฉับพลัน
“ก็…มีบ้างนะยาย” ตาอินตอบ “ส่วนใหญ่อยู่ในหีบไม้เก่าๆ ตรงใต้ถุนบ้านนั่นแหละ”
“ไป…ไปเอามา” ยายอินทร์ลุกขึ้นยืน “เราจะไปดูให้เห็นกับตา ว่ามีเอกสารไถ่ถอน หรือเอกสารจำนำอะไรอยู่บ้าง”
สายใจและไอ้ท็อปที่ยืนอยู่บริเวณนั้นพอดีรีบเข้ามา “เดี๋ยวผมไปช่วยหาครับคุณยาย” ไอ้ท็อปอาสา
“หนูไปด้วยค่ะ” สายใจเสริม
ทั้งสี่คนเดินลงไปยังใต้ถุนบ้านที่ค่อนข้างมืดและอับชื้น กลิ่นอับของไม้เก่าและฝุ่นลอยคลุ้งไปทั่ว ตาอินเปิดฝาหีบไม้ใบใหญ่ที่วางอยู่มุมห้อง เสียงไม้เสียดสีกันดังเอี๊ยดอ๊าด
“นี่ไง… หีบใบนี้แหละ” ตาอินบอก
ยายอินทร์ก้มลงไปสำรวจสิ่งของที่อยู่ภายในหีบอย่างตั้งใจ มีทั้งสมุดบัญชีเก่าๆ รูปถ่ายซีดจาง เอกสารทางการเกษตรที่เต็มไปด้วยตัวเลขที่อ่านยาก และเอกสารสัญญาต่างๆ ที่เป็นลายมือหวัดๆ ของคนสมัยก่อน
“เจอแล้ว… เอกสารที่ดิน” ตาอินหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมา มันเป็นกระดาษเหลืองกรอบ มีตราประทับเก่าแก่ และลายเซ็นที่เขาไม่คุ้นเคย
“นี่มัน…สัญญาซื้อขาย” ยายอินทร์หยิบกระดาษแผ่นนั้นมาพลิกดู “แต่…มันไม่ใช่สัญญาจำนำนี่”
“ใช่ครับ… แต่มันเป็นเอกสารสำคัญ” ตาอินพูด “นี่คือเอกสารที่ปู่กับย่าได้ที่ดินผืนนี้มา”
ยายอินทร์มองเอกสารนั้นด้วยความหวังที่เริ่มเลือนลาง “แล้ว…แล้วสัญญาจำนำล่ะ”
“ผมไม่เห็นเลยครับ” ตาอินส่ายหน้า “หรือว่า…มันอาจจะอยู่ที่อื่น”
“หรือว่า…มันไม่มีอยู่จริง” ยายอินทร์พึมพำ
“อาจจะเป็นไปได้ครับ” สายใจพูดอย่างระมัดระวัง “หรือถ้ามีจริงๆ… ก็อาจจะอยู่ที่ญาติของลุงสมชายแล้ว”
“แล้วเราจะทำยังไงกันต่อ” ไอ้ท็อปถาม “ถ้าเราไม่มีหลักฐานอะไรเลย…”
“เราต้องไปหาทนายความ” ตาอินตัดสินใจเด็ดขาด “ผมจะพาไปพรุ่งนี้เลย”
“แล้ว…แล้วลุงสมชาย เขาจะยอมรอเราไปถึงพรุ่งนี้ไหม” ยายอินทร์ถามด้วยน้ำเสียงที่ยังคงมีความกังวล
“ผมจะคุยกับเขาเองยาย” ตาอินตอบ “ผมจะบอกเขาว่าเรากำลังรวบรวมหลักฐาน”
ขณะที่ทั้งสี่คนกำลังขะมักเขม้นกับการค้นหาเอกสารต่างๆ อยู่ในหีบไม้ ตาอินก็สังเกตเห็นซองจดหมายเก่าๆ ซองหนึ่งที่ซุกซ่อนอยู่ใต้เอกสารอื่น มันดูเก่ากว่าเอกสารอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด และถูกปิดผนึกไว้อย่างแน่นหนา
“ซองนี้มันแปลกๆ นะ” ตาอินหยิบซองนั้นขึ้นมา “มันไม่ใช่เอกสารของปู่ย่า”
ยายอินทร์มองซองจดหมายนั้นด้วยความสงสัย “นั่นมัน… ซองอะไร”
“ผมไม่รู้ครับ” ตาอินพลิกซองไปมา “แต่…มันดูเก่ามาก”
เขาค่อยๆ แกะซองนั้นออกอย่างระมัดระวัง ข้างในมีกระดาษอีกแผ่นพับอยู่ เป็นลายมือที่ดูคุ้นเคย แต่ก็มีอายุผ่านกาลเวลาไปมาก
“นี่มัน…ลายมือของยาย” ยายอินทร์พูดเสียงสั่น พลางหยิบกระดาษแผ่นนั้นมาดู
ทุกคนเงียบกริบ รอคอยคำอธิบายจากยายอินทร์
“นี่มัน…จดหมายที่ยายเคยเขียนให้ปู่” ยายอินทร์อธิบายทั้งน้ำตา “แต่…ยายไม่เคยได้ส่งให้ท่านเลย”
“แล้วในจดหมายเขียนว่าอะไรครับยาย” ตาอินถามอย่างกระตือรือร้น
“ยาย… เขียนถึงเรื่องความกังวลเกี่ยวกับที่ดินผืนนี้” ยายอินทร์เริ่มอ่านข้อความในจดหมาย “ยายกลัวว่า…ปู่จะเอาที่ดินไปจำนำแล้วไม่สามารถไถ่ถอนออกมาได้… เพราะตอนนั้น…เราก็ติดขัดเรื่องเงินอยู่”
หัวใจของทุกคนเต้นระรัวยิ่งกว่าเดิม ความหวังที่ริบหรี่ไปเมื่อครู่กลับมาสว่างไสวขึ้นอีกครั้ง แต่ก็เจือไปด้วยความไม่แน่นอน
“ยาย… แล้วสรุปว่า… ปู่ได้จำนำที่ดินไปจริงหรือไม่” ตาอินถามอย่างร้อนรน
“จดหมายฉบับนี้… ไม่ได้บอกไว้” ยายอินทร์ตอบ “แต่…ยายเขียนด้วยความกังวลจริงๆ”
“อย่างน้อย…เราก็พอจะรู้แล้วว่า…คุณปู่คุณย่าเคยมีความกังวลเรื่องนี้” สายใจเสริม “มันอาจจะเป็นหลักฐานบางอย่างได้”
“แต่…มันก็ยังไม่ยืนยันอะไรเลย” ตาอินถอนหายใจ “เรายังต้องไปหาทนายความอยู่ดี”
ยายอินทร์กอดจดหมายในมือไว้แน่น ราวกับว่ามันคือสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิต เธอหลับตาลง สูดหายใจลึกๆ และพยายามรวบรวมสติที่แตกกระเจิงของตนเอง
“เอาล่ะ… วันนี้เราพอแค่นี้ก่อน” ยายอินทร์บอก “พรุ่งนี้… เราไปหาทนายความกัน”
เธอเงยหน้ามองตาอินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวังอีกครั้ง “ตาอิน… ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น… เราต้องสู้”
ตาอินพยักหน้าอย่างหนักแน่น “ครับยาย… เราจะสู้”
5,441 ตัวอักษร