ตอนที่ 17 — การพบปะที่ไม่คาดฝัน
ต้นลังเลอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะกดเบอร์โทรศัพท์ของวิชัย เขาไม่แน่ใจว่าวิชัยจะรับสายเขาหรือไม่ หรือจะยินดีที่จะคุยกับเขาหลังจากที่เขาปฏิเสธข้อเสนอของเขาไปเมื่อก่อนหน้านี้ “สวัสดีครับคุณวิชัย” ต้นเอ่ยเสียงตะกุกตะกักเมื่ออีกฝ่ายรับสาย “ผมต้นเองครับ เด็กส่งของที่เคยไปหาคุณวันนั้นครับ”
ปลายสายเงียบไปชั่วขณะหนึ่ง ทำให้ต้นใจเต้นระรัว “จำได้สิ” เสียงของวิชัยดังขึ้น นุ่มนวลกว่าที่ต้นเคยได้ยิน “มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่า”
“คือ... ผมอยากจะขอคำปรึกษาคุณวิชัยหน่อยครับ” ต้นรวบรวมความกล้า “เกี่ยวกับเรื่องงาน แล้วก็เรื่องดนตรีครับ”
“อืม” วิชัยตอบ “ว่ามาสิ”
ต้นเล่าเรื่องทั้งหมดให้วิชัยฟัง ตั้งแต่การได้เจอกับคุณนฤมล การได้รับข้อเสนอ ไปจนถึงความกังวลและความสับสนที่เขากำลังเผชิญอยู่ เขาเล่าถึงความฝันที่จะเป็นนักดนตรี และความกลัวที่จะต้องสูญเสียความเป็นตัวเองไป
วิชัยตั้งใจฟังเรื่องราวของต้นอย่างอดทน ไม่มีคำพูดใดๆ แทรกขึ้นมา มีเพียงเสียงลมหายใจเบาๆ จากปลายสายเป็นครั้งคราว
“ฟังดูแล้ว ข้อเสนอของคุณนฤมลค่อนข้างน่าสนใจทีเดียว” วิชัยกล่าวเมื่อต้นเล่าจบ “การมีโปรดิวเซอร์เก่งๆ มาดูแลมันช่วยเปิดโอกาสให้เราได้มากมายจริงๆ”
“ผมก็คิดแบบนั้นครับ” ต้นตอบ “แต่ผมก็ยังกังวลเรื่องเงื่อนไขต่างๆ แล้วก็กลัวว่าจะทำได้ไม่ดีพอครับ”
“ต้น” วิชัยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น “ในวงการนี้ ไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆ หรอกนะ ทุกอย่างมันต้องมีการแลกเปลี่ยนเสมอ คำถามคือ สิ่งที่เราจะเสียไป มันคุ้มค่ากับสิ่งที่เราจะได้มาหรือเปล่า”
“แล้วผมจะรู้ได้อย่างไรครับว่าอะไรคือสิ่งที่คุ้มค่า” ต้นถามอย่างตรงไปตรงมา
“นั่นแหละคือสิ่งที่ต้นต้องหาคำตอบด้วยตัวเอง” วิชัยตอบ “ไม่มีใครบอกต้นได้ดีที่สุด นอกจากตัวต้นเอง” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง “แต่พี่มีคำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ ให้”
“ครับ” ต้นตั้งใจฟัง
“ข้อแรกเลยนะ ต้น” วิชัยเริ่ม “เรื่องของสัญญาต่างๆ อย่าเพิ่งรีบร้อนเซ็น พยายามอ่านให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถ้าไม่เข้าใจตรงไหน ให้ถาม หรือหาคนที่มีความรู้มาช่วยดู”
“ครับ” ต้นพยักหน้า
“ข้อสอง” วิชัยพูดต่อ “เรื่องของความกังวลว่าทำได้ไม่ดีพอ มันเป็นเรื่องปกติของคนที่กำลังจะก้าวขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง สิ่งสำคัญคือต้นต้องเชื่อมั่นในตัวเอง และพร้อมที่จะเรียนรู้ ถ้าต้นได้โอกาสนี้ไป ก็จงใช้มันให้เต็มที่ พยายามพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ”
“ส่วนเรื่องที่ต้นกลัวว่าจะสูญเสียความเป็นตัวเองไป” วิชัยถอนหายใจ “อันนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนที่สุด” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง “ต้นต้องหาจุดสมดุลให้เจอ ว่าจะปรับตัวให้เข้ากับระบบ หรือการทำงานแบบใหม่ได้มากแค่ไหน โดยที่ไม่ทิ้งแก่นแท้ของความเป็นตัวเองไป”
“แล้วคุณนฤมล เขาดูเป็นคนยังไงครับ” วิชัยถาม “ต้นพอจะบอกอะไรเกี่ยวกับตัวเขาได้บ้าง”
“คุณนฤมลดูเป็นคนเก่งครับ” ต้นเล่า “ดูจริงจังกับงานมาก แล้วก็ดูมีความรู้เรื่องดนตรีเยอะเลยครับ”
“อืม” วิชัยครุ่นคิด “ถ้าอย่างนั้น พี่ว่าต้นลองนัดเจอคุณนฤมลอีกครั้ง แล้วคุยกันให้เคลียร์ทุกประเด็นที่ต้นกังวล” เขาเสนอ “ถามทุกอย่างที่อยากรู้ แล้วก็สังเกตดูว่าเขามีท่าทีอย่างไร”
“แล้วถ้าผมไม่แน่ใจจริงๆ ล่ะครับ” ต้นถาม
“ถ้าไม่แน่ใจ ก็อย่าเพิ่งตัดสินใจ” วิชัยตอบ “เวลาเป็นสิ่งสำคัญนะ ต้น ไม่ต้องรีบร้อน โอกาสดีๆ อาจจะมาอีก แต่โอกาสที่จะได้เลือกด้วยตัวเอง อาจจะไม่ได้มีบ่อยๆ”
“ขอบคุณมากครับคุณวิชัย” ต้นรู้สึกขอบคุณวิชัยจริงๆ “คำแนะนำของคุณมีค่ามากจริงๆ ครับ”
“ไม่เป็นไร” วิชัยกล่าว “ถ้ามีอะไรอีก โทรมาได้ตลอดนะ”
หลังจากวางสายจากวิชัย ต้นก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาก เขารู้สึกเหมือนมีทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้นแล้ว เขาตัดสินใจว่า เขาจะลองทำตามคำแนะนำของวิชัย เขาจะติดต่อคุณนฤมลเพื่อนัดเจอกันอีกครั้ง และจะถามคำถามทุกอย่างที่อยู่ในใจ
วันรุ่งขึ้น เช้าวันอังคาร ต้นรีบจัดการธุระส่วนตัว และส่งของให้เสร็จเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาโทรศัพท์หานฤมลเพื่อขอให้นัดเจออีกครั้ง “สวัสดีครับคุณนฤมล ผมต้นเองครับ” ต้นกล่าว “ผมอยากจะขอรบกวนเวลาของคุณนฤมลอีกครั้งครับ พอจะมีคิวนัดพบเพื่อพูดคุยรายละเอียดเพิ่มเติมได้ไหมครับ”
“ได้เลยค่ะ” นฤมลตอบรับทันที “สะดวกวันไหนคะ”
“วันพรุ่งนี้ช่วงบ่ายได้ไหมครับ” ต้นเสนอ
“ได้ค่ะ” นฤมลตอบ “เจอกันที่ร้านกาแฟเดิมนะคะ”
“ครับผม” ต้นกล่าว “ขอบคุณมากครับ”
หลังจากวางสายจากนฤมล ต้นก็รู้สึกถึงความตื่นเต้นปนความกังวลเล็กน้อย เขารู้ว่านี่คืออีกก้าวสำคัญที่จะนำพาเขาไปสู่การตัดสินใจครั้งใหญ่
วันพุธ ต้นตื่นเช้ากว่าปกติ เขามีความรู้สึกตื่นเต้นเป็นพิเศษ เขาใช้เวลาเตรียมตัวอย่างดี เขาเลือกเสื้อผ้าที่ดูสุภาพเรียบร้อย และพกเอกสารเกี่ยวกับเพลงของเขาไปด้วย
เวลาบ่ายสองโมง ต้นมาถึงร้านกาแฟตามนัด คุณนฤมลอยู่ที่โต๊ะเดิม รอเขาอยู่แล้ว “สวัสดีค่ะคุณต้น” เธอยิ้ม “มาแล้วค่ะ”
“สวัสดีครับคุณนฤมล” ต้นตอบ “ขอโทษที่ให้รอนะครับ”
“ไม่เป็นไรค่ะ” นฤมลกล่าว “ดิฉันก็เพิ่งมาถึงเหมือนกันค่ะ”
ทั้งสองคนสั่งเครื่องดื่ม แล้วก็เริ่มบทสนทนา ต้นเล่าถึงความตั้งใจของเขา ที่จะมาเพื่อถามคำถามเพิ่มเติม และขอรายละเอียดต่างๆ ที่เขายังไม่เข้าใจ
“แน่นอนค่ะ” นฤมลตอบ “ดิฉันยินดีตอบทุกคำถามค่ะ”
ต้นเริ่มถามคำถามต่างๆ ที่เขาเตรียมมา เขาถามเกี่ยวกับกระบวนการทำงานของเธอในฐานะโปรดิวเซอร์ เขาถามเกี่ยวกับแผนการพัฒนาศิลปิน และสิ่งที่เธอคาดหวังจากตัวเขา “ผมอยากจะทราบรายละเอียดเกี่ยวกับสัญญาให้ชัดเจนกว่านี้ครับ” ต้นกล่าว “และผมก็อยากรู้ว่า ถ้าผมรับข้อเสนอนี้ไปแล้ว ผมจะต้องสละเวลาส่วนตัวไปมากน้อยแค่ไหนครับ”
นฤมลมธิบายทุกอย่างอย่างใจเย็นและชัดเจน เธอตอบคำถามทุกข้อของต้นด้วยความละเอียด รอบคอบ “คุณต้นคะ” เธอกล่าว “ดิฉันเข้าใจความกังวลของคุณค่ะ” “ดิฉันไม่ได้ต้องการจะบังคับให้คุณต้องทิ้งชีวิตเดิม หรือทิ้งสิ่งที่รักไป” “แต่ดิฉันเชื่อว่า ด้วยความสามารถที่คุณมี ถ้าได้รับการสนับสนุนที่ถูกต้อง คุณจะสามารถพัฒนาตัวเองไปได้ไกลกว่านี้มาก”
เธอหยิบเอกสารสัญญาขึ้นมา “ในส่วนของสัญญา” เธอกล่าว “จะมีรายละเอียดเกี่ยวกับสัดส่วนรายได้ การเผยแพร่ผลงาน และระยะเวลาของสัญญา” “ส่วนเรื่องเวลา” เธอกล่าวต่อ “ดิฉันไม่ได้ต้องการให้คุณมาทำงานกับเราเต็มเวลาในทันที” “เราสามารถเริ่มต้นจากการทำงานในวันหยุด หรือหลังเลิกงานที่คุณมีเวลาว่างก่อนก็ได้” “เมื่อคุณรู้สึกว่าพร้อม และผลงานเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง เราค่อยมาคุยกันถึงเรื่องการปรับเปลี่ยนตารางเวลาอีกครั้ง”
คำตอบของนฤมลทำให้ต้นรู้สึกประหลาดใจ เธอมีความยืดหยุ่นมากกว่าที่เขาคิดไว้มาก “ผม... ผมไม่คิดว่าจะเป็นแบบนั้นครับ” ต้นเอ่ย “ผมคิดว่าคุณอาจจะอยากให้ผมมาทำงานเต็มเวลาทันที”
นฤมลมมองต้นด้วยสายตาอ่อนโยน “คุณต้นคะ” เธอพูด “ดิฉันเป็นโปรดิวเซอร์ค่ะ หน้าที่ของดิฉันคือการมองหาศักยภาพ และช่วยดึงศักยภาพนั้นออกมาให้ได้มากที่สุด” “ดิฉันเห็นว่าคุณมีพรสวรรค์” “แต่ดิฉันก็เห็นว่าคุณยังมีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ” “การจะประสบความสำเร็จในเส้นทางสายดนตรี มันต้องใช้เวลา และต้องค่อยเป็นค่อยไป” “การกดดันมากเกินไป อาจจะทำให้ศิลปินเสียกำลังใจได้”
“แล้วถ้าผมทำเพลงของคุณได้ไม่ดีล่ะครับ” ต้นถาม “หรือถ้าผมไม่สามารถแต่งเพลงที่ตลาดต้องการได้”
“นั่นคือเหตุผลที่ดิฉันจะอยู่ตรงนี้ค่ะ” นฤมลตอบ “ดิฉันจะช่วยคุณในการปรับปรุง แก้ไข และแนะนำแนวทาง” “การทำงานกับเรา ไม่ใช่การบังคับให้คุณเป็นในสิ่งที่คุณไม่ใช่” “แต่คือการช่วยให้คุณเป็นในสิ่งที่คุณอยากจะเป็น ในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดของคุณ”
บทสนทนาดำเนินต่อไปอีกพักใหญ่ ต้นถามคำถามมากมาย นฤมลก็ตอบทุกคำถามอย่างอดทนและจริงใจ ยิ่งคุยกันมากเท่าไหร่ ต้นก็ยิ่งรู้สึกว่า นฤมลเป็นคนที่มีความตั้งใจจริง และมีวิสัยทัศน์ที่ดี
เมื่อใกล้จะถึงเวลาที่ต้นต้องไปทำงานต่อ เขาจึงเอ่ยปาก “ผมต้องขอตัวก่อนนะครับคุณนฤมล” “ผมจะขอเวลาอีกสักหน่อยในการพิจารณาข้อเสนอครับ”
“ได้ค่ะ” นฤมลพยักหน้า “คุณไม่ต้องรีบร้อนนะคะ” “ถ้าคุณมีคำถามอะไรอีก หรือต้องการเอกสารเพิ่มเติม บอกดิฉันได้เสมอค่ะ”
ต้นรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก การได้พูดคุยกับนฤมลอย่างเปิดอก ทำให้ความกังวลของเขาลดลงไปมาก เขารู้สึกว่า ตัวเลือกที่เขากำลังจะตัดสินใจนั้น อาจจะไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เขาคิดไว้
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังคงไม่แน่ใจเสียทีเดียว เขายังคงต้องคิดทบทวนอีกครั้ง
6,517 ตัวอักษร