ตอนที่ 18 — บททดสอบจากอดีต
หลังจากแยกกับนฤมล ต้นก็รีบเดินทางกลับไปยังที่พัก เขาใช้เวลาช่วงบ่ายที่เหลือไปกับการทบทวนบทสนทนาที่เพิ่งเกิดขึ้น เขาเปิดอีเมลสัญญาขึ้นมาอ่านอีกครั้ง คราวนี้เขาสังเกตเห็นรายละเอียดบางอย่างที่เขาอาจจะมองข้ามไปในตอนแรก
“เงื่อนไขตรงนี้มันหมายความว่ายังไงนะ” ต้นพึมพำกับตัวเองขณะที่ไล่อ่านข้อความในสัญญา “การต้องยินยอมให้ทางบริษัทนำเพลงที่แต่งไปใช้ในเชิงพาณิชย์โดยได้รับส่วนแบ่ง... แต่ถ้าเพลงนั้นไม่ได้รับความนิยมล่ะ”
ความกังวลเริ่มกลับมาเกาะกุมจิตใจของต้นอีกครั้ง แม้ว่านฤมลจะดูมีความยืดหยุ่น แต่สัญญาที่อยู่ตรงหน้าก็ยังคงเป็นเอกสารทางกฎหมายที่เขายังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้
“บางที พี่เล็กอาจจะมีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้” ต้นคิด “หรือแม้แต่คุณวิชัย”
แต่เขาก็ตัดสินใจว่า จะยังไม่รีบปรึกษาใครในตอนนี้ เขาอยากจะลองหาข้อมูลเพิ่มเติมด้วยตัวเองก่อน
ต้นใช้เวลาช่วงเย็นไปกับการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทเอเจนซี่โฆษณาที่คุณนฤมลทำงานอยู่ เขาพบว่า บริษัทนี้เป็นบริษัทที่มีชื่อเสียง และมีผลงานที่น่าประทับใจมากมาย
“แสดงว่าคุณนฤมลต้องเป็นคนเก่งจริงๆ” ต้นคิด “ถึงได้ทำงานในบริษัทระดับนี้”
แต่เมื่อเขาเจาะลึกเข้าไปอีก เขาก็พบข้อมูลบางอย่างที่ทำให้เขาเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ
เขาพบว่า บริษัทเอเจนซี่แห่งนี้เคยมีข่าวเกี่ยวกับประเด็นที่ศิลปินบางคนรู้สึกว่าถูกเอาเปรียบในเรื่องของลิขสิทธิ์เพลง และการนำผลงานไปใช้ในเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับความเป็นธรรม
“จริงเหรอเนี่ย” ต้นรู้สึกใจหาย “หรือว่านี่จะเป็นกับดัก”
ความสงสัยเริ่มกัดกินหัวใจของเขา นฤมลอาจจะพูดความจริงทั้งหมด แต่สัญญาที่เธอเสนอมานั้น อาจจะมีช่องโหว่ที่เอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทมากกว่าตัวศิลปิน
ต้นรู้สึกสับสน เขาอยากจะเป็นนักดนตรีจริงๆ เขาอยากจะมีโอกาสได้สร้างสรรค์ผลงาน และเป็นที่รู้จัก แต่เขาก็ไม่อยากจะถูกเอาเปรียบ หรือต้องสูญเสียสิ่งที่เขารักไป
เขาตัดสินใจว่า จะขอคำปรึกษาจากพี่เล็กอีกครั้ง เขาเชื่อว่า พี่เล็กจะสามารถให้คำแนะนำที่ดีกับเขาได้
วันอังคาร ต้นรีบไปหาพี่เล็กที่ร้านเสียงทิพย์ทันทีที่เลิกงาน “พี่เล็กครับ” ต้นกล่าวด้วยน้ำเสียงที่กังวล “ผมมีเรื่องอยากจะปรึกษาพี่อีกแล้วครับ”
พี่เล็กเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร “ไง ต้น มาแต่หัววันเลยนะ มีอะไรว่ามาสิ”
ต้นเล่าเรื่องการพบปะกับนฤมล และข้อเสนอที่เขาได้รับอย่างละเอียด เขาบอกพี่เล็กถึงความประทับใจในตัวนฤมล แต่ก็บอกถึงความกังวลเกี่ยวกับสัญญา และข้อมูลที่เขาค้นพบเกี่ยวกับบริษัทเอเจนซี่แห่งนั้น
พี่เล็กฟังเรื่องราวของต้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เรื่องนี้มันซับซ้อนเหมือนกันนะ ต้น” พี่เล็กกล่าวเมื่อต้นเล่าจบ “การทำงานกับบริษัทใหญ่ๆ แบบนี้ มันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย”
“ผมควรจะทำยังไงดีครับพี่” ต้นถามอย่างสิ้นหวัง
“พี่บอกตรงๆ นะ ต้น” พี่เล็กตอบ “พี่ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องกฎหมาย หรือเรื่องสัญญาพวกนี้เท่าไหร่” “แต่ถ้าเป็นพี่ พี่จะลองหาทนายความที่เชี่ยวชาญด้านลิขสิทธิ์ หรือวงการบันเทิง มาช่วยดูสัญญาให้ก่อน” “การลงทุนเล็กน้อยเพื่อปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ อาจจะช่วยป้องกันความเสียหายใหญ่หลวงในอนาคตได้นะ”
“ทนายความเหรอครับ” ต้นทวนคำ “ผมไม่มีเงินมากพอที่จะจ้างทนายหรอกครับพี่”
“พี่เข้าใจ” พี่เล็กกล่าว “แต่ลองดูนะ ต้น บางทีอาจจะมีองค์กร หรือหน่วยงานที่ให้คำปรึกษาฟรีก็ได้” “หรือถ้าไม่ไหวจริงๆ” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง “ต้นลองปรึกษาคุณวิชัยดูอีกครั้งก็ได้” “เขาเป็นคนที่อยู่ในวงการมานาน น่าจะมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้มากกว่าพี่”
“ผมก็คิดเหมือนกันครับพี่” ต้นกล่าว “แต่ผมก็ยังเกรงใจคุณวิชัยอยู่”
“ไม่ต้องเกรงใจหรอกต้น” พี่เล็กยิ้ม “เขาคงยินดีที่จะช่วยเรา” “บางที การที่เราต้องเผชิญหน้ากับปัญหาแบบนี้ มันอาจจะเป็นบททดสอบที่ทำให้ต้นแข็งแกร่งขึ้นก็ได้นะ”
“ขอบคุณมากครับพี่” ต้นรู้สึกดีขึ้นมาก “ผมจะลองไปปรึกษาคุณวิชัยดูครับ”
ต้นเดินทางกลับที่พักด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง แต่ก็มีความหวัง เขารู้ว่าเขาต้องเผชิญหน้ากับความจริง และต้องตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต
เขาเปิดโทรศัพท์ขึ้นมา และตัดสินใจกดเบอร์ของวิชัยอีกครั้ง
“สวัสดีครับคุณวิชัย” ต้นกล่าว “ผมต้นเองครับ”
“อ้อ ต้น” เสียงของวิชัยดังขึ้น “มีอะไรอีกหรือเปล่า”
“ครับ” ต้นตอบ “ผมอยากจะขอคำปรึกษาคุณวิชัยอีกครั้งครับ พอจะรบกวนเวลาได้ไหมครับ”
“ได้สิ” วิชัยตอบ “ว่ามาเลย”
ต้นเล่าเรื่องการพบกับนฤมลอีกครั้ง พร้อมกับความกังวลเรื่องสัญญา และข้อมูลที่เขาค้นพบเกี่ยวกับบริษัทเอเจนซี่แห่งนั้น
วิชัยเงียบไปครู่หนึ่ง “พี่เข้าใจนะ ต้น” เขาถอนหายใจ “ในวงการนี้ มันมีทั้งคนดีและคนที่ไม่ดีปะปนกันไป” “เรื่องของสัญญา มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากจริงๆ”
“แล้วผมควรจะทำยังไงดีครับคุณวิชัย” ต้นถาม
“พี่ว่านะ ต้น” วิชัยกล่าว “ก่อนที่จะตัดสินใจอะไร ให้ลองคุยกับคุณนฤมลอีกครั้ง” “ถามเขาถึงประเด็นที่ต้นกังวลเกี่ยวกับสัญญาให้ชัดเจน” “แล้วก็ลองสังเกตท่าทีของเขาดู” “ถ้าเขามีท่าทีที่จะหลีกเลี่ยง หรือตอบไม่ตรงคำถาม” “ก็อาจจะต้องระวังไว้หน่อย”
“แล้วถ้าผมไม่แน่ใจจริงๆ ล่ะครับ” ต้นถาม
“พี่แนะนำว่า ให้ต้นลองหาข้อมูลเกี่ยวกับทนายความที่เชี่ยวชาญด้านนี้ดูก่อน” วิชัยกล่าว “บางที อาจจะมีที่ให้คำปรึกษาฟรี หรือค่าบริการที่ไม่แพงมาก” “ถ้าต้นพอจะมีเงินเก็บอยู่บ้าง พี่ว่ามันเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากนะ”
“ผมก็คิดแบบนั้นครับคุณวิชัย” ต้นตอบ “แต่ผมยังไม่แน่ใจว่าจะมีเงินพอหรือเปล่า”
“ถ้าต้นต้องการความช่วยเหลือเรื่องนี้” วิชัยเสนอ “พี่พอจะรู้จักใครบางคนในวงการทนายความอยู่เหมือนกัน” “ถ้าต้นสะดวก พี่อาจจะช่วยแนะนำให้”
ต้นรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก “จริงเหรอครับคุณวิชัย” “ขอบคุณมากเลยครับ”
“ไม่เป็นไร” วิชัยกล่าว “พี่เข้าใจว่านี่เป็นเรื่องสำคัญ” “แต่ต้นต้องจำไว้ว่า การตัดสินใจสุดท้าย เป็นของต้นเองนะ”
หลังจากวางสายจากวิชัย ต้นก็รู้สึกโล่งใจอย่างมาก เขามีทางออกแล้ว เขาจะลองทำตามคำแนะนำของวิชัย และจะหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง
การตัดสินใจครั้งนี้ จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า ความฝันของเขาจะสามารถเป็นจริงได้หรือไม่
4,795 ตัวอักษร