เด็กส่งของกับความฝันอันยิ่งใหญ่ในเมืองหลวง

ตอนที่ 20 / 35

ตอนที่ 20 — การเผชิญหน้ากับความจริง

หลังจากออกจากร้านเสียงทิพย์ ต้นก็ตรงกลับไปที่ห้องพักของเขาด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความหวังและความกังวลที่ปะปนกันไป เขาตัดสินใจที่จะทำตามคำแนะนำของพี่เล็ก เขารู้สึกขอบคุณพี่เล็กมาก ที่เปิดเผยเรื่องราวในอดีตของตัวเอง และให้คำแนะนำที่มีค่าที่สุดแก่เขา เมื่อถึงห้อง ต้นก็ไม่รอช้า เขารีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดเบอร์โทรศัพท์ของคุณวิชัยที่พี่เล็กให้มา เสียงรอสายดังขึ้นเรื่อยๆ จนเขาเริ่มใจเสีย “เขาจะรับไหมนะ” ต้นพึมพำกับตัวเอง “สวัสดีครับ” เสียงทุ้มสุภาพดังขึ้นจากปลายสาย “สวัสดีครับคุณวิชัย” ต้นกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ยังคงมีความตื่นเต้น “ผมต้นครับ เอ่อ... พี่เล็กแนะนำมาครับ” “อ๋อ ต้น” คุณวิชัยตอบด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่น “พี่เล็กเล่าให้ฟังคร่าวๆ แล้ว ว่าต้นมีเรื่องอยากจะปรึกษา” “ครับคุณวิชัย” ต้นรวบรวมความกล้า “คือผม... ผมได้รับข้อเสนอจากบริษัทเอเจนซี่แห่งหนึ่งครับ แล้วผมก็ได้รับสัญญามา แต่ผมไม่ค่อยเข้าใจรายละเอียดบางอย่าง แล้วก็ยังมีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ครับ” “เข้าใจแล้ว” คุณวิชัยตอบ “ต้นสะดวกมาพบพี่ที่ออฟฟิศไหม หรือว่าอยากจะคุยกันทางโทรศัพท์ก่อน” “ถ้าไม่เป็นการรบกวนเกินไป ผมอยากจะขอเข้าไปพบคุณวิชัยที่ออฟฟิศเลยครับ” ต้นกล่าว “ผมมีเอกสารสัญญาที่อยากจะให้คุณวิชัยช่วยดูครับ” “ได้เลย” คุณวิชัยตอบ “งั้นต้นสะดวกวันไหน เวลาไหน” หลังจากตกลงเรื่องเวลากันเรียบร้อย ต้นก็รู้สึกโล่งใจ เขาแทบจะรอคอยไม่ไหวที่จะได้พบคุณวิชัย และหวังว่าเขาจะสามารถให้คำตอบที่ชัดเจนเกี่ยวกับสัญญาฉบับนี้ได้ ในวันนัด ต้นเดินทางไปยังออฟฟิสของคุณวิชัย ซึ่งตั้งอยู่ในย่านธุรกิจใจกลางเมือง เป็นอาคารสำนักงานที่ดูทันสมัยและโอ่อ่า ต้นรู้สึกประหม่าเล็กน้อยเมื่อเดินเข้าไปในห้องทำงานของคุณวิชัย ซึ่งตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่ดูภูมิฐาน คุณวิชัยเป็นชายวัยกลางคน รูปร่างสูงโปร่ง มีใบหน้ายิ้มแย้ม ดวงตาเป็นประกายแสดงถึงความเฉลียวฉลาด เขาต้อนรับต้นอย่างเป็นกันเอง “เชิญนั่งก่อนสิ ต้น” คุณวิชัยผายมือเชิญ “มีอะไรให้พี่ช่วย ก็บอกได้เต็มที่นะ” ต้นวางกระเป๋าเอกสารลงบนโต๊ะ แล้วหยิบอีเมลสัญญาออกมาวางต่อหน้าคุณวิชัย “คือ... สัญญาฉบับนี้ครับคุณวิชัย ผมได้รับมาจากคุณนฤมล เขาเป็นตัวแทนจากบริษัทเอเจนซี่โฆษณาครับ” คุณวิชัยรับสัญญามาอ่านอย่างละเอียด เขาไล่อ่านข้อความต่างๆ อย่างรวดเร็ว สลับกับการขมวดคิ้วในบางครั้ง ต้นนั่งรออย่างใจจดใจจ่อ หลังจากผ่านไปราวสิบนาที คุณวิชัยก็เงยหน้าขึ้น “อืม... เข้าใจเลยว่าทำไมต้นถึงกังวล” “เป็นยังไงบ้างครับคุณวิชัย” ต้นถามอย่างร้อนรน “สัญญาฉบับนี้... โดยรวมแล้วก็เป็นสัญญามาตรฐานของบริษัทเอเจนซี่ทั่วไปนะ” คุณวิชัยเริ่มอธิบาย “แต่มีบางประเด็นที่ต้นควรรู้” คุณวิชัยชี้ไปที่ส่วนต่างๆ ของสัญญา อธิบายถึงคำศัพท์ทางกฎหมายที่ซับซ้อนให้ต้นเข้าใจง่ายขึ้น เขาอธิบายถึงเรื่องลิขสิทธิ์ เพลงที่ต้นแต่ง บริษัทมีสิทธิ์ในการนำไปใช้เชิงพาณิชย์ได้ และต้นจะได้รับส่วนแบ่งรายได้ตามที่ระบุไว้ในสัญญา “ตรงนี้ครับ” คุณวิชัยชี้ไปที่ข้อความ “ระบุว่า ถ้าเพลงของต้นได้รับความนิยม ทางบริษัทจะแบ่งรายได้ให้ต้น 20% ส่วนอีก 80% เป็นของบริษัท” “20% เองเหรอครับ” ต้นอุทานด้วยความผิดหวัง “ใช่” คุณวิชัยพยักหน้า “ซึ่งถือว่าค่อนข้างน้อย ถ้าเทียบกับมาตรฐานของศิลปินที่มีชื่อเสียงแล้ว แต่สำหรับศิลปินหน้าใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น มันก็อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีก็ได้” “แล้วถ้าเพลงไม่ได้รับความนิยมล่ะครับ” ต้นถามถึงประเด็นที่เขากังวล “ถ้าเพลงไม่ได้รับความนิยม...” คุณวิชัยมองต้น “ตามสัญญา บริษัทก็ยังคงเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เพลงนั้นอยู่ และสามารถนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ โดยที่ต้นอาจจะไม่ได้รับส่วนแบ่ง หรือได้รับน้อยมาก” ต้นรู้สึกเหมือนถูกตบหน้า เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่ามันจะเป็นแบบนี้ “แต่ประเด็นที่สำคัญกว่านั้น ต้น” คุณวิชัยพูดต่อ “คือข้อนี้” เขาชี้ไปที่ข้อความอีกส่วนหนึ่ง “การที่ต้นต้องยินยอมให้บริษัทนำเพลงที่แต่งไปใช้ในเชิงพาณิชย์โดยไม่ต้องขออนุญาตซ้ำอีกในอนาคต” “หมายความว่ายังไงครับ” ต้นถาม “หมายความว่า ถ้าบริษัทต้องการนำเพลงของต้นไปใช้ประกอบโฆษณา หรือใช้ในสื่อใดๆ ก็ตาม เขาทำได้เลย โดยที่ไม่ต้องกลับมาถามต้นอีก” คุณวิชัยอธิบาย “แล้วต้นก็ไม่มีสิทธิ์ไปเรียกร้องอะไรเพิ่มเติม” ต้นถึงกับหน้าซีด เขาคิดถึงข่าวที่เขาเคยอ่านเจอเกี่ยวกับบริษัทนี้ เขาไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องจริง “แต่... คุณนฤมลบอกผมว่า เขาจะดูแลเรื่องนี้อย่างดี แล้วก็... เขาดูจริงใจมากนะครับ” ต้นพยายามจะหาข้อแก้ตัว “ต้น” คุณวิชัยถอนหายใจ “นฤมลอาจจะไม่ได้โกหก ต้นอาจจะรู้สึกได้ถึงความจริงใจของเขาจริงๆ แต่สัญญาคือสัญญา” เขาชี้ไปที่ลายเซ็นที่อยู่ท้ายเอกสาร “ลายเซ็นตรงนี้ มันผูกมัดต้นในทางกฎหมายนะ” “ถ้าต้นไม่เข้าใจข้อไหน หรือไม่เห็นด้วยกับข้อไหน ต้นมีสิทธิ์ที่จะเจรจาต่อรอง หรือไม่เซ็นมันก็ได้” คุณวิชัยกล่าว “การเป็นนักดนตรี ไม่ได้หมายความว่าต้นต้องยอมแลกทุกอย่างเพื่อโอกาสนะ” “ผม... ผมควรจะทำยังไงดีครับ” ต้นถามด้วยเสียงสั่นเครือ “อย่างแรกเลยนะ ต้น” คุณวิชัยกล่าว “พี่แนะนำให้ต้นลองกลับไปคุยกับคุณนฤมลอีกครั้ง” “คุยอีกครั้งเหรอครับ” “ใช่” คุณวิชัยพยักหน้า “ลองถามถึงข้อที่ต้นไม่เข้าใจให้ชัดเจนที่สุด ถามถึงเรื่องส่วนแบ่งรายได้ที่น้อยไป ถามถึงการที่บริษัทจะมีสิทธิ์ใช้เพลงของต้นได้ตลอดไปโดยไม่ต้องขออนุญาต” “ถ้าเขาอธิบายได้ดี และยอมปรับแก้ข้อสัญญาบางอย่างให้เป็นธรรมกับต้นมากขึ้น นั่นก็เป็นสัญญาณที่ดี” คุณวิชัยกล่าว “แต่ถ้าเขาดูอึดอัด หรือยืนกรานตามสัญญาเดิม ต้นก็ต้องคิดให้หนัก” “แล้วถ้าเขาไม่ยอมแก้สัญญาเลยล่ะครับ” ต้นถาม “ถ้าเป็นแบบนั้น” คุณวิชัยมองต้นอย่างจริงจัง “พี่แนะนำว่า ต้นควรจะปฏิเสธข้อเสนอนี้ไปก่อน” “ปฏิเสธ...เหรอครับ” ต้นรู้สึกใจหาย “ใช่” คุณวิชัยยืนยัน “มันอาจจะดูเหมือนเสียโอกาสครั้งใหญ่ แต่มันดีกว่าการที่ต้นจะต้องมานั่งเสียใจในภายหลังนะ ต้นยังเด็ก ยังมีโอกาสอีกมากมายในการสร้างสรรค์ผลงาน และหาทางเดินของตัวเอง” “ต้นจำคำพูดพี่เล็กได้ไหม” คุณวิชัยถาม “ทุกอย่างมันต้องมีการแลกเปลี่ยนเสมอ คำถามคือ สิ่งที่เราจะเสียไป มันคุ้มค่ากับสิ่งที่เราจะได้มาหรือเปล่า” ต้นนั่งนิ่ง เขากำลังประมวลผลทุกอย่างที่ได้ยิน สัญญาฉบับนี้ดูเหมือนจะกลายเป็นข้อสอบที่ยากที่สุดในชีวิตของเขา

4,982 ตัวอักษร