ตอนที่ 9 — สูตรลับใหม่ ของหวานชวนฝัน
หลังจากเหตุการณ์ที่มะลิเผชิญหน้ากับเจ๊สมจิตและการเลียนแบบสูตรน้ำพริก เธอก็รู้สึกท้อใจอยู่บ้าง แต่กำลังใจจากป้าสมศรีและชานนท์ก็ทำให้เธอกลับมามีพลังอีกครั้ง
"ป้าคะ" มะลิเอ่ยปากถามป้าสมศรีในเช้าวันถัดมา "ที่ป้าบอกว่าจะมีอะไรพิเศษกว่าเดิมนี่ คืออะไรเหรอคะ"
ป้าสมศรีหัวเราะเบาๆ "ใจเย็นๆ สิหนู ยังคิดไม่เสร็จเลย"
"แต่ถ้ามีอะไรที่ช่วยให้ร้านของเราแตกต่างจากคนอื่นได้ มะลิอยากจะลองทำดูค่ะ" มะลิกล่าวอย่างจริงจัง "มะลิไม่อยากให้ใครมาเอาเปรียบเราได้ง่ายๆ"
"ป้าเข้าใจ" ป้าสมศรีพยักหน้า "แต่การจะทำอะไรใหม่ๆ มันต้องใช้เวลาคิด แล้วก็ต้องแน่ใจว่ามันจะเวิร์คจริงๆ"
ชานนท์เสริม "ผมว่าเราไม่ต้องรีบร้อนหรอกมะลิ เราทำน้ำพริกของเราให้ดีที่สุดต่อไปก่อน แล้วเดี๋ยวไอเดียดีๆ มันก็จะมาเอง"
ในช่วงหลายวันต่อมา มะลิก็ยังคงทำหน้าที่ของเธออย่างเต็มที่ ทั้งการขายผักสด เซ็ตยำ และน้ำพริกมะลิที่ขายดีอย่างต่อเนื่อง เธอสังเกตว่าลูกค้าที่ซื้อน้ำพริกไปมักจะกลับมาซื้อซ้ำ และหลายคนก็แนะนำบอกต่อเพื่อนๆ
"หนูมะลิ น้ำพริกกะปิของหนูนี่อร่อยจริงๆ นะ" คุณป้าคนหนึ่งชมขณะกำลังเลือกซื้อผัก "เมื่อวานเอาไปให้ลูกชายชิม เขาชอบมากเลย บอกว่าอยากให้หนูทำส่งให้ที่บ้านด้วย"
"จริงเหรอคะคุณป้า" มะลิยิ้มแก้มปริ "ถ้าคุณป้าสะดวก มะลิจะลองจัดส่งให้ได้นะคะ"
"ดีเลยๆ" คุณป้าตอบรับอย่างยินดี
การตอบรับที่ดีจากลูกค้าเป็นเหมือนน้ำทิพย์ที่หล่อเลี้ยงกำลังใจของมะลิให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง เธอเริ่มคิดว่าบางที การมีคู่แข่งที่พยายามเลียนแบบ อาจไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเสมอไป เพราะมันทำให้เธอต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ
วันหนึ่ง ขณะที่มะลิกำลังนั่งพักเหนื่อยอยู่ที่แผง ป้าสมศรีก็เดินเข้ามาหาเธอด้วยท่าทีที่ดูตื่นเต้น
"มะลิ! ป้าคิดออกแล้ว!" ป้าสมศรีเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสุข
"อะไรเหรอคะป้า" มะลิถามอย่างสนใจ
"เรามาลองทำ 'ของหวาน' กันดีกว่า" ป้าสมศรีกล่าว "ของหวานที่ทำง่ายๆ ไม่ซับซ้อน แต่รสชาติอร่อยถูกปากคนไทย"
"ของหวานเหรอคะ" มะลิทวนคำ "แล้วจะทำเป็นอะไรดีคะ"
"ป้าว่าจะลองทำ 'บัวลอย' ดู" ป้าสมศรีเสนอ "บัวลอยกะทิสดนี่แหละ เป็นที่นิยม แล้วก็ทำไม่ยากเกินไป"
"บัวลอย!" มะลิอุทานด้วยความประหลาดใจ "มะลิไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อนเลยค่ะ"
"ป้าว่ามันน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีนะ" ป้าสมศรีอธิบาย "เพราะลูกค้าหลายคน กินของคาวแล้ว ก็อยากได้ของหวานล้างปากด้วย"
"แล้วเรื่องวัตถุดิบ มะลิจะหาได้จากที่ไหนคะ" มะลิถาม
"ก็ที่แผงเรานี่แหละ" ป้าสมศรีชี้ไปที่ผักสดของมะลิ "เรามีแป้งข้าวเจ้า แป้งท้าวยายม่อม หรือถ้าอยากได้สีสัน ก็ใช้สีจากธรรมชาติก็ได้ เช่น สีเขียวจากใบเตย สีม่วงจากอัญชัน"
"น่าสนใจมากเลยค่ะ" มะลิกล่าว "แล้วกะทิกับน้ำตาลล่ะคะ"
"เดี๋ยวป้าจะช่วยหาจากแหล่งที่ไว้ใจได้ให้" ป้าสมศรีบอก "แล้วก็มีอีกอย่างนะ ที่ป้าคิดว่าน่าจะเพิ่มเข้าไปได้"
"อะไรคะป้า" มะลิถามด้วยความอยากรู้
"ก็พวก 'หน้า' ของบัวลอยน่ะ" ป้าสมศรีอธิบาย "เช่น ข้าวโพดหวาน ลำไย หรือเผือกกวน ก็จะทำให้น่ากินมากขึ้น"
มะลิเริ่มเห็นภาพตาม ป้าสมศรีอธิบายถึงวิธีการทำแป้งบัวลอยให้นุ่มหนึบ การต้มในน้ำเดือด การเตรียมน้ำกะทิที่หอมหวาน และการปรุงรสให้อร่อยลงตัว
"ป้าว่าเราลองทำเป็น 'ชุดบัวลอยสำเร็จรูป' ดูไหม" ป้าสมศรีเสนอ "คือจัดเตรียมส่วนผสมทุกอย่างไว้ให้ลูกค้า เวลาจะกินก็แค่นำไปต้ม แล้วก็ราดน้ำกะทิ"
"เป็นความคิดที่ดีมากเลยค่ะป้า!" มะลิเห็นด้วยทันที "แบบนี้ลูกค้าก็สะดวก ไม่ต้องเตรียมของเองเยอะ"
"ใช่แล้ว" ป้าสมศรีพยักหน้า "แล้วเราก็อาจจะมี 'บัวลอยน้ำพริก' เป็นเมนูพิเศษของเราก็ได้นะ"
"บัวลอยน้ำพริก?" มะลิทำหน้าสงสัย
"ก็คือ บัวลอยที่มีส่วนผสมของน้ำพริกเผา หรือพริกเล็กน้อยเข้าไปในแป้งน่ะ" ป้าสมศรีอธิบาย "ลองนึกภาพดูนะ บัวลอยรสเผ็ดนิดๆ หวานเค็มหน่อยๆ ราดด้วยน้ำกะทิหอมๆ มันจะแปลกใหม่และน่าสนใจมาก"
มะลิถึงกับอึ้งกับความคิดสร้างสรรค์ของป้าสมศรี "ไม่เคยมีใครคิดแบบนี้มาก่อนแน่ๆ เลยค่ะป้า"
"ป้าว่ามันจะทำให้เราแตกต่างจากคนอื่น" ป้าสมศรีกล่าว "แล้วก็เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าของเราด้วย"
ในวันนั้น มะลิกับป้าสมศรีก็เริ่มลงมือทำ "ชุดบัวลอยสำเร็จรูป" เป็นครั้งแรก มะลิใช้แป้งข้าวเจ้าผสมกับสีจากใบเตยที่เธอคั้นสดๆ ทำให้ได้แป้งบัวลอยสีเขียวอ่อนๆ ที่น่ารัก ส่วนป้าสมศรีก็เตรียมส่วนผสมของน้ำกะทิที่หวานหอม และขูดเผือกมาทำเป็นเผือกกวนเพิ่มเข้าไป
"ลองชิมดูนะมะลิ" ป้าสมศรีตักบัวลอยที่เพิ่งต้มเสร็จพร้อมน้ำกะทิใส่ถ้วยเล็กๆ ให้มะลิ "นี่คือรสชาติที่เราจะขาย"
มะลิลองชิมอย่างตั้งใจ รสชาติของบัวลอยนุ่มหนึบ เผือกกวนก็หอมหวาน น้ำกะทิก็กลมกล่อม ไม่หวานจัดจนเกินไป "อร่อยมากเลยค่ะป้า! มันเข้ากันได้ดีจริงๆ"
"ดีแล้ว" ป้าสมศรียิ้ม "ทีนี้เราก็มาลองทำ 'บัวลอยน้ำพริกเผา' กัน"
ทั้งสองช่วยกันผสมแป้งกับน้ำพริกเผาในสัดส่วนที่พอเหมาะ แล้วนำไปต้ม เมื่อต้มเสร็จ มะลิก็ลองชิมรสชาติ
"อืม... มันมีความเผ็ดนิดๆ จริงด้วยค่ะ" มะลิกล่าว "แต่ก็ไม่มากเกินไป ยังมีความหวานของน้ำตาลปี๊บอยู่ แล้วก็กลิ่นหอมของน้ำพริกเผา"
"ใช่" ป้าสมศรีพยักหน้า "เราจะทำให้มันเป็นรสชาติที่คนกินน้ำพริกชอบ แล้วก็สามารถกินได้โดยไม่รู้สึกแปลกจนเกินไป"
มะลิรู้สึกตื่นเต้นกับผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ เธอเห็นถึงศักยภาพในการเติบโตของธุรกิจของเธอ ที่ไม่ได้มีแค่ผักสด น้ำพริก แต่ยังมีของหวานที่แปลกใหม่และน่าสนใจอีกด้วย
"ขอบคุณป้ามากๆ เลยนะคะ" มะลิกล่าวด้วยความซาบซึ้ง "ถ้าไม่มีป้า มะลิก็คงคิดอะไรแบบนี้ไม่ออกแน่ๆ"
"ถือเป็นน้ำใจของคนในตลาดนะหนู" ป้าสมศรีกล่าว "เราต้องช่วยกัน"
มะลิตั้งใจแน่วแน่ว่า เธอจะทำให้ "บัวลอยมะลิ" กลายเป็นอีกหนึ่งเมนูเด็ดที่สร้างชื่อให้กับร้านของเธอ และเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาธุรกิจของเธอให้เติบโตยิ่งขึ้นไป
4,539 ตัวอักษร