ตอนที่ 6 — แผลใจที่ถูกกรีดซ้ำ
วันเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าสำหรับพิมพ์ชนก ชีวิตในคอนโดหรูใจกลางเมืองกลายเป็นกิจวัตรอันน่าเบื่อหน่าย เธอใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการอ่านหนังสือ หรือไม่ก็เหม่อมองวิวทิวทัศน์เบื้องล่าง
ภาคย์ปรากฏตัวในชีวิตของเธอเป็นครั้งคราว เพียงเพื่อจะพาเธอไปร่วมงานสังคมต่างๆ ที่เขาต้องไป หรือไม่ก็เพื่อตรวจตราว่าเธอทำผิดกฎข้อไหนบ้าง
"วันนี้… คุณต้องไปร่วมงานเลี้ยงของบริษัทผม" ภาคย์แจ้งข่าวกับเธอในเช้าวันหนึ่งขณะที่เขากำลังจะออกไปทำงาน
พิมพ์ชนกถอนหายใจเบาๆ "ค่ะ"
"เตรียมตัวให้พร้อม… ผมจะให้คนขับรถมารับคุณตอนหกโมงเย็น" ภาคย์กล่าว
พิมพ์ชนกพยักหน้ารับ เธอเดินไปยังตู้เสื้อผ้าใบใหญ่ที่ภาคย์จัดเตรียมไว้ให้ เพื่อให้เธอเลือกชุดไปร่วมงาน
"ชุดไหนดีคะ" เธอถามตัวเองพลางหยิบชุดเดรสสีดำยาวกรอมข้อเท้าขึ้นมา
"ชุดนี้สวยดีนะ" เสียงของอรชรดังขึ้นมาจากด้านหลัง พิมพ์ชนกหันไปมอง ก็พบว่าอรชรเข้ามาในห้องตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
"คุณแม่!" พิมพ์ชนกอุทานด้วยความประหลาดใจ
"จ้ะ… มาเยี่ยมลูกสะใภ้คนสวย" อรชรยิ้มกว้าง "เป็นไงบ้าง… อยู่บ้านหลังนี้"
"ก็… เหมือนเดิมค่ะ" พิมพ์ชนกตอบอย่างอึดอัด
"คุณภาคย์เขาดูเข้มงวดนะ" อรชรพูดพลางเดินสำรวจรอบๆ ห้อง "แต่ก็ดีแล้ว… จะได้ไม่วุ่นวาย"
"คุณแม่… มาหาหนู… มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ" พิมพ์ชนกถามตรงๆ
อรชรเดินเข้ามานั่งลงบนเตียง "พ่อของเธอน่ะ… อาการดีขึ้นมากแล้วนะ"
พิมพ์ชนกตาโตขึ้นด้วยความดีใจ "จริงเหรอคะ!"
"ใช่จ้ะ" อรชรพยักหน้า "คุณภาคย์เขาทุ่มเทช่วยเราจริงๆ"
"ขอบคุณนะคะคุณอรชร" พิมพ์ชนกกล่าวอย่างซาบซึ้ง
"แต่…" อรชรเว้นจังหวะ "ฉันก็เป็นห่วงเธอนะพิมพ์ชนก การแต่งงานแบบนี้… มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย"
"หนูรู้ค่ะ" พิมพ์ชนกตอบเสียงเศร้า "หนู… เริ่มไม่แน่ใจแล้วค่ะว่าสิ่งที่หนูทำ… มันถูกต้องแล้วจริงๆ"
"เรื่องนี้… มันเป็นทางเลือกเดียวของเราแล้วล่ะจ้ะ" อรชรกล่าวปลอบ "อดทนหน่อยนะ… เดี๋ยวทุกอย่างก็จะผ่านไป"
อรชรอยู่เป็นเพื่อนพิมพ์ชนกจนถึงช่วงเย็น ก่อนจะขอตัวกลับไป พิมพ์ชนกจึงต้องเตรียมตัวไปร่วมงานเลี้ยงตามลำพัง
เมื่อรถลิมูซีนสีดำสนิทมาถึงหน้าคอนโด พิมพ์ชนกก็ก้าวขึ้นรถด้วยหัวใจที่เต้นแรง
งานเลี้ยงจัดขึ้นที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่ง บรรยากาศเต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา ภาคย์ยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มนักธุรกิจชายฉกรรจ์ เขาดูโดดเด่นและทรงอิทธิพล
"สวัสดีครับ คุณพิมพ์ชนก" ภาคย์หันมาเห็นเธอ และเดินตรงเข้ามาหา "ผมรอคุณอยู่นะ"
พิมพ์ชนกสบตาเขาอย่างลังเล "สวัสดีค่ะ"
"จำกฎของเราได้นะ" ภาคย์กระซิบข้างหูเธอ "ห้ามพูดอะไรมาก… และห้ามไปยุ่งกับใคร"
พิมพ์ชนกพยักหน้ารับ เธอรู้สึกเหมือนถูกจับตาดูอยู่ตลอดเวลา
ตลอดทั้งงาน ภาคย์คอยอยู่เคียงข้างพิมพ์ชนกราวกับเป็นเงา เขาไม่ค่อยพูดจา แต่ก็คอยหันมามองเธอเป็นระยะๆ ราวกับจะคอยเตือน หรือบางทีอาจจะเป็นการจับผิด
ขณะที่พวกเขากำลังเดินผ่านกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง สายตาของพิมพ์ชนกก็ไปปะทะเข้ากับใบหน้าคุ้นเคย… ปราณชัย เพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยของเธอ ที่เคยแอบชอบเธอ
"พิมพ์ชนก!" ปราณชัยเดินเข้ามาหาเธอด้วยท่าทีดีใจ "ไม่เจอกันนานเลยนะ สบายดีไหม"
พิมพ์ชนกยิ้มแห้งๆ "สบายดีค่ะ คุณปราณชัย"
"นี่… คุณเป็นอะไรกับคุณภาคย์ครับ" ปราณชัยถาม พลางมองภาคย์ด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความไม่พอใจ
ก่อนที่พิมพ์ชนกจะได้ตอบ ภาคย์ก็ก้าวเข้ามาขวางหน้าเธอไว้ "ผมคือสามีของเธอ" ภาคย์กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา "และนี่คือภรรยาของผม… คุณพิมพ์ชนก"
ปราณชัยอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะปรับสีหน้า "อ๋อ… ยินดีด้วยนะครับ"
"ขอบคุณ" ภาคย์ตอบสั้นๆ "แต่ตอนนี้… เรามีธุระต้องไปแล้ว"
เขาจับมือพิมพ์ชนกไว้แน่น และพาเธอเดินจากไป ทิ้งให้ปราณชัยยืนมองตามหลังด้วยความผิดหวัง
"คุณ… ทำเกินไปหรือเปล่าคะ" พิมพ์ชนกเอ่ยขึ้นเมื่อพวกเขาเดินออกมาจากกลุ่มคนแล้ว
"ผมแค่… ทำตามหน้าที่ของผม" ภาคย์ตอบ "คุณก็รู้… ว่าผมไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับของคุณ"
"แต่… เขาเป็นแค่เพื่อนค่ะ" พิมพ์ชนกแย้ง
"สำหรับผม… ไม่มีคำว่าแค่เพื่อน" ภาคย์กล่าว "คุณคือของผม… และผมจะหวงแหนมัน"
คำพูดนั้น… ทำให้พิมพ์ชนกรู้สึกหนาวเยือกไปถึงขั้วหัวใจ เธอไม่แน่ใจว่านี่คือความหึงหวง หรือเป็นเพียงการแสดงความเป็นเจ้าของอย่างบ้าคลั่ง
เมื่อกลับถึงคอนโด พิมพ์ชนกก็รีบเข้าไปในห้องของเธอทันที เธอรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจ
"ต่อไป… คุณต้องระมัดระวังตัวให้มากกว่านี้" เสียงของภาคย์ดังมาจากประตูห้องของเขา "ผมไม่อยากให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก"
พิมพ์ชนกหลับตาลง เธอพยายามกลั้นน้ำตา แต่ก็ทำไม่ได้ "หนู… หนูไม่ไหวแล้วค่ะ" เธอพึมพำกับตัวเอง "ทำไม… ชีวิตหนูต้องมาเป็นแบบนี้ด้วย"
เสียงประตูห้องของภาคย์ปิดลง ทิ้งไว้เพียงเสียงสะอื้นไห้ของพิมพ์ชนกที่ดังระงมไปทั่วห้องอันเงียบเหงา
3,692 ตัวอักษร