คนที่ฉันไม่ควรจำ

ตอนที่ 2 / 34

ตอนที่ 2 — รอยร้าวในวันวาน

ฉันนั่งนิ่งอยู่ตรงที่เดิม ใบหน้าของภัทรที่ตอนนี้เข้ามานั่งอยู่ตรงหน้าฉัน เป็นภาพที่คมชัดจนฉันรู้สึกเหมือนกำลังฝันไป เขาพูดว่าเขาไม่เคยลืมฉันได้เลย “คุณ…พูดจริงเหรอคะ” ฉันถามเสียงแผ่วเบา พยายามจับความรู้สึกที่แท้จริงจากแววตาของเขา “ผมพูดจริง” เขาตอบอย่างหนักแน่น “คุณคิดว่าผมจะโกหกเรื่องแบบนี้กับคุณได้ลงคอเหรอ” ฉันมองเข้าไปในดวงตาของเขา พยายามค้นหาความจริงในนั้น มันมีทั้งความรู้สึกที่คุ้นเคยและความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ “แต่…คุณทำแบบนั้นกับฉัน” น้ำเสียงของฉันสั่นเครือ “คุณทิ้งฉันไป…โดยไม่มีคำอธิบาย” “ผมรู้” เขาถอนหายใจยาว “ผมรู้ว่าผมทำผิด ผมผิดจริงๆ” “ผิด…แค่นั้นเองเหรอคะ” ฉันถามเสียงสูงขึ้น “คุณรู้ไหมว่าวันนั้นฉันเสียใจแค่ไหน” “ผมรู้” เขาตอบ “ผมเห็นมันในแววตาของคุณ ผมเห็นมันในทุกๆ อย่างที่คุณเป็น” “แล้วทำไม…คุณถึงยังทำแบบนั้น” น้ำตาเริ่มเอ่อคลอที่ขอบตา “มันมีเหตุผลของมัน แพรวา” เขาพูดเสียงเบาลง “เหตุผลที่ผมไม่สามารถบอกคุณได้ในตอนนั้น” “เหตุผลอะไรคะ” ฉันถามอย่างตัดพ้อ “เหตุผลที่มันสำคัญกว่าความรู้สึกของฉันใช่ไหม” “ไม่” เขาปฏิเสธทันควัน “ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าความรู้สึกของคุณในตอนนั้นหรอก” “แต่คุณก็ยังเลือกที่จะทิ้งไป” “ผมถูกบังคับ” เขาพูดคำนั้นออกมาอย่างยากลำบาก “ผมถูกบังคับให้ต้องทำแบบนั้น” “บังคับ…จากใคร” ฉันถามอย่างสงสัย เขาเงียบไปครู่หนึ่ง นัยน์ตาของเขามองเหม่อออกไปนอกหน้าต่าง ราวกับกำลังมองเห็นภาพในอดีต “ครอบครัวของผม” เขาตอบในที่สุด “พวกท่านไม่เห็นด้วยกับความสัมพันธ์ของเรา” “ไม่เห็นด้วย…เพราะอะไร” ฉันถาม รู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรบางอย่างมาจุกอยู่ที่คอ “เพราะ…คุณไม่ใช่คนที่เขาอยากให้ผมเลือก” เขาพูดอย่างอึดอัด “เพราะฐานะทางสังคมของเรามันต่างกันเกินไป” “แต่…เราเคยคุยกันเรื่องนี้แล้วนะ” ฉันพยายามนึกย้อนกลับไป “คุณเคยบอกว่าคุณจะสู้เพื่อเรา” “ผมเคยพูดอย่างนั้นจริงๆ” เขาก้มหน้าลงมองมือตัวเอง “แต่ผมสู้ไม่ได้ ผมอ่อนแอเกินไป” “อ่อนแอ…หรือว่าเลือกที่จะยอมแพ้” ฉันถามอย่างประชดประชัน “ทั้งสองอย่าง” เขาตอบอย่างตรงไปตรงมา “ผมเลือกที่จะยอมแพ้…เพราะไม่อยากให้คุณต้องลำบากไปด้วย” “ลำบาก…กับอะไรคะ” “กับแรงกดดันจากครอบครัวผม” เขาเงยหน้าขึ้นมองฉัน “กับปัญหาที่ผมไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเอง” “แล้ว…ทำไมคุณไม่มาบอกฉันตรงๆ” ฉันถาม พลางปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม “ผมกลัว” เขาสารภาพ “ผมกลัวว่าถ้าผมบอกความจริง คุณจะยิ่งเจ็บปวดกว่าเดิม ผมเลยเลือกที่จะไปแบบเงียบๆ” “เงียบๆ…จนฉันแทบจะบ้าตาย” ฉันพูดประโยคนั้นออกมาอย่างไม่อาย “คุณรู้ไหมว่าหลังจากคุณไป ฉันเป็นยังไง” “ผมเดาได้” เขาตอบเสียงสั่น “ผมเดาได้ว่าคุณต้องเจ็บปวดมาก แต่ผมก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าไปปลอบโยนคุณ” “แล้วตอนนี้…คุณมีสิทธิ์แล้วเหรอคะ” ฉันถามอย่างไม่เชื่อมั่น “ผมไม่รู้” เขาตอบอย่างจริงใจ “แต่ผมอยากจะลองดู” บรรยากาศรอบตัวเราเต็มไปด้วยความเงียบงัน มีเพียงเสียงพูดคุยของผู้คนและเสียงเพลงเบาๆ ที่ดังมาจากลำโพง “คุณ…ยังรักฉันอยู่ไหมคะ” ฉันถามคำถามที่คาใจมาตลอด เขาเงียบไปนาน จนฉันคิดว่าเขาจะไม่ตอบ “รัก” เขาตอบในที่สุด “ผมยังรักคุณเสมอ” คำตอบนั้นทำให้ฉันรู้สึกเหมือนโลกหมุนกลับอีกครั้ง ความเจ็บปวดที่เคยมีค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งดีใจ เสียใจ และสับสน “แล้ว…ทำไมคุณถึงมาหาฉันในวันนี้” ฉันถาม “ผม…บังเอิญผ่านมา” เขาตอบ “แต่พอเห็นคุณ ผมก็อดใจไม่ไหวที่จะต้องเข้ามาคุย” “บังเอิญ…หรือว่าคุณตั้งใจมา” ฉันถามอย่างจับผิด เขาหัวเราะเบาๆ “คุณนี่ก็ยังคงเป็นคุณเสมอเลยนะ ไม่เคยเชื่อใจใครง่ายๆ” “ก็…คุณทำให้ฉันไม่เชื่อใจ” ฉันตอบ “ผมรู้” เขายอมรับ “และผมก็พร้อมที่จะพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง” “พิสูจน์…ยังไงคะ” “ให้เวลาผม” เขาขอ “ให้โอกาสผมได้อธิบายทุกอย่าง และให้โอกาสเราได้เริ่มต้นใหม่” ฉันมองไปที่เขา ใบหน้าของเขาดูจริงจัง และแววตาของเขาก็เต็มไปด้วยความหวัง “ฉัน…ไม่รู้” ฉันตอบอย่างอึ้งๆ “ฉันต้องใช้เวลาคิด” “ได้” เขาพยักหน้า “ผมเข้าใจ” เขาหยิบกระดาษโน้ตและปากกาจากกระเป๋า แล้วเขียนอะไรบางอย่างลงไป “นี่เบอร์โทรของผมนะ” เขาบอก “ถ้าคุณคิดว่าพร้อมเมื่อไหร่ ก็โทรหาผมได้เลย” เขาพับกระดาษโน้ตยื่นมาให้ฉัน ฉันรับมาอย่างงงๆ “ขอบคุณนะคะ” ฉันบอก “ผมต้องไปแล้ว” เขาพูด “แล้วเจอกันใหม่นะ แพรวา” เขาผุดลุกขึ้นยืน แล้วเดินออกจากร้านไป ทิ้งฉันให้นั่งนิ่งอยู่กับความรู้สึกที่ตีกันไปมา กลิ่นกาแฟในแก้วของฉันหมดลงแล้ว แต่กลิ่นอายของภัทรยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ ฉันมองกระดาษโน้ตในมือ ตัวอักษรที่เขาเขียนยังดูสดใหม่ และมันก็เป็นเหมือนเครื่องเตือนใจว่าเรื่องราวของเรา อาจจะยังไม่จบสิ้นอย่างที่ฉันคิด คนที่ฉันควรจะลืมไปให้หมดสิ้น กลับกลายเป็นคนที่ยังคงอยู่ในใจเสมอ

3,736 ตัวอักษร