เมียคืนเดียวของศัตรู

ตอนที่ 7 / 45

ตอนที่ 7 — ความหวังในอุ้งมือมาร

รุ่งเช้าวันใหม่มาเยือนพร้อมกับความหวังที่ยังเปราะบาง รินลดามองออกไปนอกหน้าต่างห้องนอน แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องเข้ามา แต่ก็ไม่อาจขับไล่ความกังวลที่เกาะกินหัวใจเธอไปได้ทั้งหมด การตัดสินใจที่จะเชื่อใจสุริยะนั้น เป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ในชีวิตที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เธอรู้ดีว่าการเผชิญหน้ากับครอบครัว โดยเฉพาะคุณพงศ์เทพผู้เป็นบิดา คงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ท่านเป็นคนแข็งกระด้าง ยึดมั่นในเกียรติยศและศักดิ์ศรีของตระกูลยิ่งชีพ ความขัดแย้งระหว่างตระกูลอัครเดชกับตระกูลอัคคเดชที่ดำรงมานานหลายทศวรรษ เปรียบเสมือนบาดแผลลึกที่ยากจะเยียวยา เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นขัดจังหวะความคิดอันวุ่นวายของเธอ หน้าจอปรากฏชื่อ “สุริยะ” รินลดากลั้นหายใจก่อนจะกดรับสาย “สวัสดีค่ะ” “อรุณสวัสดิ์ครับ” เสียงทุ้มคุ้นเคยดังมา “ผมโทรมาเพื่อจะบอกว่า… ผมได้คุยกับคุณพ่อของผมแล้วเมื่อคืนนี้” รินลดานั่งตัวตรงทันที “แล้ว… ท่านว่าอย่างไรบ้างคะ” “ท่าน… ท่านอึ้งไปพักหนึ่งครับ” สุริยะเล่า “ท่านไม่เคยคิดเลยว่าผมจะมีความคิดเช่นนี้ ท่านถามผมว่าทำไมถึงเปลี่ยนใจ ผมก็อธิบายให้ท่านฟังว่า… ผมไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ผมไม่อยากเห็นความสูญเสียอีกต่อไป” “แล้วท่านเชื่อคุณไหมคะ” รินลดายังคงกังวล “ผมไม่แน่ใจว่าท่านเชื่อทั้งหมดหรือเปล่าครับ” สุริยะตอบตามตรง “แต่ท่านบอกว่าจะลองพิจารณาดู ท่านขอเวลา ผมก็ให้เวลาท่าน” “แค่นี้ก็ดีแล้วค่ะ” รินลดารู้สึกโล่งใจขึ้นมาเล็กน้อย “อย่างน้อยก็มีสัญญาณที่ดี” “ครับ… และอีกเรื่องหนึ่ง” สุริยะเว้นจังหวะ “ผมอยากจะขอพบคุณพ่อของคุณ… เพื่อที่จะอธิบายเรื่องราวทั้งหมดด้วยตัวเอง” คำขอของสุริยะทำให้รินลดารู้สึกประหม่าอีกครั้ง “คุณ… คุณแน่ใจนะคะ” “ผมแน่ใจครับ” สุริยะยืนยัน “ผมอยากจะแสดงความจริงใจของผมให้ท่านเห็น ผมอยากให้ท่านได้รู้ว่า… ผมต้องการยุติเรื่องนี้จริงๆ” “ฉัน… ฉันจะลองคุยกับท่านดูนะคะ” รินลดากล่าว “แต่ฉันไม่รับปากนะคะว่าท่านจะยอมพบคุณ” “ผมเข้าใจครับ” สุริยะกล่าว “ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร… ขอบคุณมากนะครับ รินลดา” บทสนทนาสิ้นสุดลง รินลดาวางโทรศัพท์ลง มองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง ท้องฟ้าเริ่มสว่างสดใสกว่าเดิม ท่ามกลางแสงแดดที่อบอุ่น เธอก็พอจะมองเห็นเส้นทางแห่งความหวังเลือนราง แม้จะเต็มไปด้วยหนามแหลมคมก็ตาม บ่ายวันนั้น รินลดาตัดสินใจเข้าไปพบคุณพงศ์เทพที่ห้องทำงานส่วนตัว ห้องทำงานของบิดาอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นผู้ใหญ่ หนังสือโบราณวางเรียงรายอยู่บนชั้นไม้สักขนาดใหญ่ โต๊ะทำงานของท่านเต็มไปด้วยเอกสารสำคัญ รินลดายืนอยู่หน้าประตูห้อง รวบรวมความกล้าก่อนจะเคาะเบาๆ “เข้ามาได้” เสียงทุ้มของบิดาดังออกมา รินลดาผลักประตูเข้าไป “คุณพ่อคะ” คุณพงศ์เทพเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร ใบหน้าของท่านดูเหนื่อยล้า แต่ก็ยังคงแฝงไว้ด้วยความน่าเกรงขาม “มีอะไรหรือรินดา” “รินดามีเรื่องอยากจะรบกวนคุณพ่อค่ะ” รินดาเดินเข้าไปใกล้ “เป็นเรื่องที่… ค่อนข้างละเอียดอ่อน” คุณพงศ์เทพวางปากกาลง “ว่ามาสิ” “คือ… เอ่อ… สุริยะ… เขาอยากจะขอเข้าพบคุณพ่อค่ะ” รินดาเอ่ยชื่อนั้นออกมาด้วยความประหม่า ทันทีที่ได้ยินชื่อนั้น แววตาของคุณพงศ์เทพก็เปลี่ยนไป สีหน้าเคร่งขรึมลงอย่างเห็นได้ชัด “สุริยะ… ลูกชายประธานบริษัทอัคคเดช… ใช่ไหม” รินลดาก้มหน้าลง “ค่ะ” “แล้วเขามาขอพบพ่อเพื่ออะไร” คุณพงศ์เทพถามเสียงเย็น “เพื่อจะมายั่วโมโหพ่ออีกหรือไง” “ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะคุณพ่อ” รินดารีบแก้ต่าง “เขาบอกว่า… เขาอยากจะอธิบายเรื่องราวทั้งหมดด้วยตัวเอง เขาอยากจะแสดงความจริงใจของเขาว่า… เขาต้องการยุติความขัดแย้งระหว่างสองตระกูลจริงๆ” คุณพงศ์เทพถอนหายใจยาว “รินดา… พ่อรู้ว่าลูกอาจจะมีความรู้สึกบางอย่างให้กับเด็กคนนั้น แต่ลูกต้องเข้าใจนะ พ่อกับตระกูลอัคคเดช… เรามีเรื่องบาดหมางกันมานาน พ่อเสียอะไรไปเท่าไหร่ในสงครามครั้งนี้ ลูกจำไม่ได้หรือไง” “รินดาจำได้ค่ะ” รินดาตอบเสียงสั่น “แต่… บางที… เราอาจจะมีโอกาสที่จะจบเรื่องนี้ได้จริงๆ ค่ะคุณพ่อ สุริยะ… เขาไม่ได้เหมือนพ่อของเขาค่ะ เขา… เขาอยากจะเปลี่ยนแปลง” “เปลี่ยนเปลงอย่างนั้นหรือ” คุณพงศ์เทพหัวเราะเยาะ “เด็กหนุ่มอย่างเขา จะไปรู้อะไรเกี่ยวกับความแค้นและความเจ็บปวดที่ฝังรากลึกมานานหลายปี” “แต่ถ้าเราไม่ลองให้โอกาสเขา… เราจะไม่มีวันรู้เลยนะคะคุณพ่อ” รินดากลั้นน้ำตา “รินดา… รินดาขอร้องคุณพ่อได้ไหมคะ ให้ลองรับฟังเขาดูสักครั้ง” คุณพงศ์เทพมองใบหน้าลูกสาวที่เต็มไปด้วยความหวังและความอ้อนวอน ความขัดแย้งฉายชัดในดวงตาของท่าน ท่านไม่เคยเชื่อใจตระกูลอัคคเดชแม้แต่น้อย แต่การที่ลูกสาวคนเดียวมาอ้อนวอนเช่นนี้ ก็ทำให้ท่านลำบากใจ “พ่อ… พ่อขอคิดดูก่อนนะ” คุณพงศ์เทพกล่าวในที่สุด “ตอนนี้พ่อยังไม่พร้อมที่จะเจอหน้าใครจากตระกูลนั้น” “แต่คุณพ่อคะ…” รินดาอยากจะอ้อนวอนต่อ แต่ก็รับรู้ได้ถึงกำแพงที่บิดาก่อขึ้น “พ่อบอกว่าพ่อจะคิด” คุณพงศ์เทพย้ำเสียงหนักแน่น “ลูกกลับไปก่อนเถอะ” รินดารู้สึกผิดหวัง แต่ก็ยังคงมีความหวังริบหรี่ เธอโค้งคำนับบิดา แล้วเดินออกจากห้องทำงานไปอย่างช้าๆ ขณะเดียวกัน ที่บริษัทอัคคเดช สุริยะกำลังเผชิญหน้ากับประธานบริษัทอัคคเดช ผู้เป็นบิดา ในห้องทำงานที่โอ่อ่ากว้างขวาง บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด “พ่ออยากฟังเหตุผลของแกอีกครั้ง” ชายวัยกลางคนในชุดสูทราคาแพงกล่าว เสียงของเขาราบเรียบ แต่ซ่อนเร้นความไม่พอใจไว้ “ทำไมแกถึงอยากจะหยุดแผนการที่พ่อทุ่มเทมาตลอดชีวิต” “ผมได้บอกพ่อไปแล้วครับ” สุริยะตอบเสียงหนักแน่น “ผมไม่อยากให้เรื่องนี้ดำเนินต่อไป ผมไม่อยากเห็นครอบครัวของรินลดาต้องล่มสลาย” “ครอบครัวของรินลดา… พ่อของเธอมันเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งทั้งหมด” บิดาของสุริยะกล่าว “พ่อต้องทำให้เขาชดใช้” “แต่ผมไม่เห็นด้วยครับ” สุริยะยืนกราน “ผมเชื่อว่าเราสามารถหาทางออกอื่นได้ โดยที่ไม่ต้องทำลายทุกอย่าง” “ทางออกอื่นอย่างนั้นหรือ” บิดาของสุริยะเลิกคิ้ว “แล้วแกจะทำยังไงล่ะ” “ผมจะขอเจรจาครับ” สุริยะกล่าว “ผมจะขอโอกาสในการพูดคุยกับคุณพงศ์เทพโดยตรง” “แกเพ้อเจ้อไปใหญ่แล้ว” บิดาของสุริยะส่ายหน้า “เขาไม่มีวันยอมเจรจาอะไรกับคนอย่างเรา” “ผมจะลองดูครับ” สุริยะไม่ยอมแพ้ “ผมอยากให้พ่อเข้าใจ ผมไม่ได้ต้องการจะทำร้ายใครอีกแล้ว” “ถ้าแกยังยืนกรานเช่นนี้…” บิดาของสุริยะหยุดชะงัก “พ่อก็จะเคารพการตัดสินใจของแก… แต่แกต้องรับผิดชอบทุกอย่างที่ตามมาด้วยตัวเอง” “ผมรับทราบครับ” สุริยะกล่าว “ผมพร้อมที่จะรับผิดชอบ” การเผชิญหน้ากับบิดาได้สิ้นสุดลง สุริยะเดินออกจากห้องทำงานด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป เขารู้ว่าเส้นทางข้างหน้ายังคงเต็มไปด้วยอุปสรรคที่ท้าทาย แต่การได้รับไฟเขียวจากบิดา แม้จะเต็มไปด้วยความไม่เต็มใจ ก็ถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้เขามีกำลังใจที่จะเดินหน้าต่อไป

5,307 ตัวอักษร