เมียคืนเดียวของศัตรู

ตอนที่ 9 / 45

ตอนที่ 9 — รอยร้าวที่เริ่มประสาน

การเจรจาที่สโมสรกอล์ฟริมทะเลจบลงด้วยข้อตกลงที่เปราะบาง แต่ก็เป็นข้อตกลงที่เต็มไปด้วยความหวัง คุณพงศ์เทพตัดสินใจที่จะให้โอกาสสุริยะพิสูจน์ตัวเอง แม้จะยังคงมีท่าทีระแวงอยู่บ้าง แต่การที่ได้ยินคำอธิบายและเห็นความมุ่งมั่นของสุริยะ รวมถึงการยืนยันของรินดา ก็ทำให้ท่านใจอ่อนลง รินดากลับถึงบ้านด้วยความรู้สึกโล่งใจ เธอรีบตรงไปหาบิดาเพื่อขอบคุณ “คุณพ่อคะ… ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ” รินดากล่าวขณะโผเข้ากอดบิดา คุณพงศ์เทพกอดตอบลูกสาวแน่น “พ่อก็หวังว่าลูกจะไม่เสียใจกับการตัดสินใจครั้งนี้” “รินดาไม่เสียใจค่ะ” รินดายืนยัน “รินดาเชื่อใจสุริยะ” “ก็ดีแล้ว” คุณพงศ์เทพกล่าว “แต่ลูกก็ต้องคอยจับตาดูเขาให้ดีด้วยนะ พ่อไม่อยากให้ลูกต้องผิดหวัง” “รินดาจะระวังค่ะ” รินดารับคำ วันรุ่งขึ้น สุริยะได้เริ่มลงมือทำตามแผนที่วางไว้ เขาได้เรียกประชุมทีมบริหารระดับสูงของบริษัทอัคคเดช เพื่อแจ้งเรื่องการเปลี่ยนแปลงทิศทางธุรกิจบางส่วน “ผมต้องการให้เราถอนตัวออกจากโครงการที่กำลังจะเข้าประมูลในพื้นที่ของตระกูลอัครเดช” สุริยะประกาศอย่างหนักแน่น “และให้เราหันไปให้ความสนใจกับตลาดอื่นที่มีศักยภาพมากกว่า” บรรดาผู้บริหารต่างมองหน้ากันด้วยความงุนงง “คุณสุริยะครับ… โครงการนั้นเราได้เตรียมการมานานแล้วนะครับ” หนึ่งในผู้บริหารกล่าว “ผมทราบครับ” สุริยะตอบ “แต่ผมเชื่อว่า… การถอนตัวครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์ในระยะยาวมากกว่า” “แต่… ถ้าเราไม่ทำตามแผนเดิม… มันจะส่งผลกระทบต่อรายได้ของเรานะครับ” อีกคนเสริม “ผมเข้าใจครับ” สุริยะกล่าว “แต่ผมได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว และผมเชื่อว่าเรามีทางเลือกอื่นที่จะชดเชยรายได้ส่วนนี้ได้” เขาอธิบายถึงแผนการในการขยายธุรกิจไปยังประเทศอื่น และการร่วมมือกับบริษัทที่ยังไม่มีความขัดแย้งกับตระกูลอัครเดช ทำให้ผู้บริหารค่อยๆ เข้าใจถึงเหตุผลเบื้องหลัง “ผมรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงนี้อาจจะทำให้ทุกท่านรู้สึกไม่สบายใจ” สุริยะกล่าว “แต่ผมอยากให้ทุกท่านเชื่อใจผม… ผมจะรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่ตามมาเอง” การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสร้างความสั่นสะเทือนในวงการธุรกิจพอสมควร หลายฝ่ายต่างสงสัยในเหตุผลของการตัดสินใจที่ดูเหมือนจะสวนทางกับผลประโยชน์ระยะสั้นของบริษัทอัคคเดช ขณะเดียวกัน รินลดาก็ได้พูดคุยกับสุริยะผ่านทางโทรศัพท์อย่างสม่ำเสมอ “เป็นอย่างไรบ้างคะ” รินดาถามด้วยความเป็นห่วง “ก็… มีบ้างที่ต้องใช้ความพยายามในการอธิบาย” สุริยะเล่า “แต่โดยรวมแล้ว… ทุกอย่างก็เป็นไปตามแผนครับ” “แล้วคุณพ่อของรินดา… ท่านมีปฏิกิริยาอย่างไรบ้างคะ” “ผมได้ส่งรายงานความคืบหน้าบางส่วนให้ท่านทราบแล้วครับ” สุริยะกล่าว “ท่านก็… ดูเหมือนจะพอใจอยู่บ้าง แต่ก็ยังคงระแวงอยู่” “รินดาเข้าใจค่ะ” รินดาถอนหายใจ “แต่ก็ดีใจนะคะที่คุณพ่อเริ่มมองเห็นความตั้งใจของคุณ” “ผมจะพยายามทำให้ท่านเห็นความตั้งใจของผมให้มากขึ้นครับ” สุริยะกล่าว “ผมอยากจะสร้างความเชื่อใจกับทั้งท่านและคุณ… อย่างแท้จริง” “รินดาเชื่อค่ะ” รินดากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น หลายสัปดาห์ผ่านไป สุริยะได้ดำเนินตามแผนการที่วางไว้อย่างเคร่งครัด เขาได้ยกเลิกสัญญาบางส่วนที่อาจจะส่งผลกระทบต่อตระกูลอัครเดช และเริ่มเจรจาความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจใหม่ๆ วันหนึ่ง คุณพงศ์เทพได้เรียกสุริยะเข้าพบที่บริษัทของตนเอง “เข้ามาสิ” เสียงของคุณพงศ์เทพดังขึ้นเมื่อสุริยะเคาะประตู “นั่งก่อน” สุริยะเดินเข้าไปในห้องทำงานที่คุ้นเคย แต่ครั้งนี้บรรยากาศดูผ่อนคลายกว่าครั้งก่อนๆ “พ่อของแก… เขาบอกว่าแกได้ถอนตัวจากโครงการประมูลที่แสนสิริ” คุณพงศ์เทพกล่าว “ใช่ครับคุณพงศ์เทพ” สุริยะตอบ “ผมคิดว่าการแข่งขันในโครงการนั้น อาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งที่ไม่จำเป็น” “พ่อของแก… เขาแปลกใจมาก” คุณพงศ์เทพกล่าว “เขาไม่เคยคิดว่าแกจะทำแบบนั้น” “ผมอยากจะแสดงให้เห็นว่า… ผมไม่ได้ต้องการจะสร้างปัญหาเพิ่ม” สุริยะกล่าว “ผมอยากจะยุติมัน” คุณพงศ์เทพมองสุริยะนิ่ง “พ่อของแก… เขาฝากคำพูดมาให้แก” สุริยะเลิกคิ้ว “ว่ามาครับ” “เขาบอกว่า… ถ้าแกยังคงดำเนินตามเส้นทางนี้ต่อไป… เขาก็พร้อมที่จะ… ลองเปิดใจ” คุณพงศ์เทพกล่าว คำพูดนั้นทำให้สุริยะรู้สึกตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก เขาไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งเขาจะได้ยินคำพูดแบบนี้จากปากของคุณพงศ์เทพ “ขอบคุณครับคุณพงศ์เทพ” สุริยะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย “ผมจะพยายามอย่างเต็มที่” “พ่อของแก… เขาก็อยากจะให้ลูกสาวของเขา… รินลดา… มีความสุข” คุณพงศ์เทพกล่าว “และถ้าการที่แกทำให้รินดามีความสุข… และทำให้ตระกูลของเราสงบสุขได้… พ่อก็… พ่อก็คงต้องยอมรับ” นี่เป็นครั้งแรกที่คุณพงศ์เทพยอมรับถึงความเป็นไปได้ในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ภาพร้ายต่างๆ ที่เคยปกคลุมตระกูลอัครเดชและตระกูลอัคคเดช เริ่มคลี่คลายลงอย่างช้าๆ รินดาเองก็เช่นกัน เธอมองเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวบิดา แม้ท่านจะยังคงไม่แสดงออกมากนัก แต่แววตาที่ฉายความหวังและความผ่อนคลายก็บ่งบอกได้ชัดเจน “คุณพ่อคะ” รินดาเอ่ยขึ้นในมื้อเย็นวันหนึ่ง “รินดาดีใจนะคะที่ทุกอย่างกำลังจะดีขึ้น” คุณพงศ์เทพพยักหน้า “พ่อก็หวังเช่นนั้น” “รินดาเชื่อว่า… ความพยายามของคุณสุริยะ… จะนำมาซึ่งสิ่งดีๆ ค่ะ” “พ่อก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น” คุณพงศ์เทพกล่าว “พ่อจะรอดู… ว่าเด็กคนนั้นจะทำได้จริงแค่ไหน” การเริ่มต้นประสานรอยร้าวระหว่างสองตระกูลได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว แม้จะยังคงมีความไม่แน่นอนและความท้าทายรออยู่ข้างหน้า แต่ด้วยความตั้งใจจริงของสุริยะ ความเข้าใจของรินดา และการเปิดใจของครอบครัวอัครเดช… ความหวังที่จะเห็นอนาคตที่สงบสุขก็เริ่มส่องประกายขึ้นอย่างแท้จริง

4,419 ตัวอักษร