ตอนที่ 29 — ความจริงจากปากคำของลุงผจญ
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านม่านเข้ามาในห้องนอนของน้ำหนึ่ง ปลุกให้เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้น ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าของภาคย์ที่นั่งหลับอย่างอ่อนแรงอยู่ข้างเตียง ร่างกายของเขาเอนพิงกับหัวเตียง แขนข้างหนึ่งยังคงกุมมือของเธอไว้อย่างแผ่วเบา
น้ำหนึ่งค่อยๆ ดึงมือของตนเองออกมาอย่างนุ่มนวล ไม่ต้องการปลุกเขาให้ตื่น เธอพลิกตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียง ความรู้สึกเมื่อคืนยังคงค้างคาอยู่ในใจ แต่ความเจ็บปวดรวดร้าวได้เจือจางลงไปบ้างแล้ว การได้ปรับความเข้าใจกับภาคย์ การได้รับคำยืนยันว่าเขาก็รักเธอเช่นกัน มันเหมือนน้ำทิพย์ที่หล่อเลี้ยงหัวใจที่แห้งผากของเธอ
เธอหันไปมองภาคย์อีกครั้ง ใบหน้าของเขาที่แม้จะอยู่ในยามหลับใหลก็ยังคงดูหล่อเหลา แต่แฝงไปด้วยความเหนื่อยล้าและเป็นกังวล ริมฝีปากของเขาเม้มแน่นเป็นบางครั้ง ราวกับกำลังเผชิญกับฝันร้าย
"ภาคย์..." น้ำหนึ่งเอ่ยเรียกเสียงเบา
ภาคย์สะดุ้งเล็กน้อย ลืมตาขึ้นมาอย่างงัวเงีย ดวงตาของเขากวาดมองรอบๆ ก่อนจะมาหยุดที่น้ำหนึ่ง
"อรุณสวัสดิ์" ภาคย์กล่าวเสียงแหบพร่า
"อรุณสวัสดิ์ค่ะ" น้ำหนึ่งตอบพร้อมรอยยิ้มบางๆ
"คุณ... คุณรู้สึกดีขึ้นไหม" ภาคย์ถามด้วยความเป็นห่วง
"ดีขึ้นค่ะ" น้ำหนึ่งตอบ "ขอบคุณนะที่อยู่ตรงนี้"
"ผมบอกแล้วไงว่าผมจะอยู่ตรงนี้" ภาคย์ยิ้มให้เธอ "ผมจะไม่ไปไหน"
ทั้งสองนั่งมองหน้ากันเงียบๆ ความเข้าใจที่เพิ่มขึ้นเมื่อคืนทำให้บรรยากาศระหว่างพวกเขาสบายขึ้น แต่ก็ยังคงมีความอึดอัดบางอย่างที่ค้างอยู่
"เมื่อคืน... เรายังไม่ได้คุยกันเรื่องลุงผจญเลย" ภาคย์กล่าวขึ้น
น้ำหนึ่งถอนหายใจเบาๆ "ค่ะ"
"คุณพร้อมที่จะเล่าหรือยัง" ภาคย์ถามอย่างนุ่มนวล
น้ำหนึ่งพยักหน้าช้าๆ "พร้อมแล้วค่ะ"
ภาคย์จับมือของน้ำหนึ่งไว้แน่น "ผมจะฟังทุกอย่าง"
น้ำหนึ่งเริ่มเล่า เรื่องราวทั้งหมดที่เธอรู้ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างเธอกับลุงผจญ การที่เขาเก็บเธอมาเลี้ยงดู การที่เขาต้องเผชิญกับความกดดันจากสังคมและครอบครัว การที่เขาต้องปิดบังความรู้สึกที่แท้จริงเอาไว้
"ลุงผจญ... เขาไม่ได้ต้องการให้ผมรักเขาในแบบที่ผู้หญิงรักผู้ชาย" น้ำหนึ่งเล่าเสียงสั่น "เขาต้องการแค่ให้ผมอยู่ข้างๆ เขา เป็นเหมือนลูกสาว เป็นเหมือนครอบครัว"
"แต่... แต่ความรู้สึกของผมมันเกินกว่านั้น" น้ำหนึ่งเงยหน้ามองภาคย์ "ผมไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ผมรู้สึกรักเขาจริงๆ"
ภาคย์ตั้งใจฟังทุกคำพูดของน้ำหนึ่ง เขาพยายามทำความเข้าใจความรู้สึกของเธอ และเข้าใจถึงสถานการณ์ที่เธอต้องเผชิญ
"ตอนที่ผมยังเด็ก" น้ำหนึ่งเล่าต่อ "ผมไม่เข้าใจอะไรมากนัก ผมแค่รู้ว่าลุงผจญดูแลผมดีมาก เขาให้ทุกอย่างกับผม"
"แต่พอผมโตขึ้น..." น้ำหนึ่งหยุดไปครู่หนึ่ง เหมือนกำลังรวบรวมความกล้า "ผมเริ่มรู้สึกถึงความผูกพันที่มันมากกว่าความเป็นพ่อลูก"
"ผมอึดอัดมาก ภาคย์" น้ำหนึ่งกล่าว "ผมกลัวว่าลุงผจญจะรังเกียจผม กลัวว่าเขาจะโกรธผม"
"ผมพยายามที่จะเก็บความรู้สึกนี้เอาไว้" น้ำหนึ่งเล่า "แต่ผมทำไม่ได้"
"จนกระทั่งวันหนึ่ง..." น้ำหนึ่งเล่าถึงวันที่เธอสารภาพความรู้สึกกับลุงผจญ "เขาตกใจมาก แต่เขาก็ไม่เคยพูดอะไรที่ไม่ดีกับผมเลย"
"เขาแค่บอกว่า... เขาเข้าใจ" น้ำหนึ่งเล่า "และเขาบอกว่า... เขาอยากให้ผมมีความสุข"
"เขาเลย... เขาเลยจัดการเรื่องนี้" น้ำหนึ่งกล่าว "เขาอยากให้ผมมีชีวิตที่ดี เป็นอิสระจากเรื่องราวทั้งหมด"
ภาคย์เงียบไปครู่หนึ่ง เขาประมวลผลทุกอย่างที่น้ำหนึ่งเล่า เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมลุงผจญถึงพยายามกีดกันเขาออกจากชีวิตของน้ำหนึ่ง เขาเข้าใจถึงความพยายามของลุงผจญที่จะปกป้องน้ำหนึ่ง
"แล้ว... ท่านหญิงมณฑารัตน์ล่ะ" ภาคย์ถาม "ท่านหญิงรู้เรื่องนี้ใช่ไหม"
"ไม่ค่ะ" น้ำหนึ่งส่ายหน้า "ลุงผจญไม่เคยบอกท่านหญิง"
"เขา... เขาบอกว่าเขาไม่อยากให้ท่านหญิงต้องลำบากใจ" น้ำหนึ่งกล่าว "ท่านหญิงเป็นคนที่มีเกียรติมาก"
"แล้วเรื่องพินัยกรรม..." ภาคย์ถาม "ลุงผจญทิ้งทุกอย่างไว้ให้ผม..."
"ใช่ค่ะ" น้ำหนึ่งตอบ "เขาอยากให้ผม... ได้รับการดูแลจากคุณ"
"เขาไว้ใจคุณมากนะ น้ำหนึ่ง" ภาคย์กล่าว "เขาเชื่อว่าคุณจะดูแลผมได้"
"ผม... ผมไม่รู้ว่าจะขอบคุณท่านลุงผจญยังไง" ภาคย์กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "เขาจากไปโดยที่ผมไม่ทันได้พูดอะไรเลย"
"ผมเองก็เสียใจค่ะ" น้ำหนึ่งกล่าว "ลุงผจญเป็นคนที่ผมรักมากที่สุดคนหนึ่ง"
"ถ้าผมรู้เรื่องนี้เร็วกว่านี้..." ภาคย์กล่าว "ผมคงไม่ทำอะไรให้คุณต้องเสียใจ"
"ไม่เป็นไรค่ะ" น้ำหนึ่งจับมือภาคย์ไว้ "เรามาถึงจุดนี้ได้ก็เพราะเราผ่านเรื่องราวต่างๆ มาด้วยกัน"
"ผม... ผมอยากจะขอโทษคุณ" ภาคย์กล่าว "สำหรับทุกอย่างที่ผมเคยทำ"
"ผมเข้าใจค่ะ" น้ำหนึ่งยิ้มให้เขา "คุณเองก็มีเรื่องที่ต้องแบกรับเหมือนกัน"
"เรา... เราควรไปคุยกับท่านหญิงมณฑารัตน์นะ" ภาคย์กล่าว "เราควรจะบอกความจริงทั้งหมดกับท่าน"
"แต่... ท่านหญิงจะรับได้ไหม" น้ำหนึ่งถามอย่างกังวล
"ผมไม่แน่ใจ" ภาคย์ตอบ "แต่เราต้องลอง"
"ผมจะอยู่ข้างๆ คุณ" ภาคย์ให้คำมั่น
น้ำหนึ่งพยักหน้า "ค่ะ"
ทั้งสองลุกขึ้นจากเตียง ภาคย์จูบหน้าผากของน้ำหนึ่งเบาๆ "เราไปกันเถอะ"
เมื่อทั้งสองเดินออกจากห้องนอนของน้ำหนึ่ง ก็พบกับคุณป้าสมศรีที่กำลังจะเข้ามาทำความสะอาด
"คุณภาคย์ คุณน้ำหนึ่ง ตื่นกันแล้วเหรอคะ" คุณป้าสมศรีทักทายอย่างร่าเริง
"ครับคุณป้า" ภาคย์ตอบ
"วันนี้คุณน้ำหนึ่งจะไปหาท่านหญิงนะคะ" น้ำหนึ่งบอกคุณป้าสมศรี
"จริงเหรอคะ ดีเลยค่ะ" คุณป้าสมศรียิ้ม "ท่านหญิงจะได้ดีใจ"
ภาคย์กับน้ำหนึ่งมองหน้ากัน พวกเขารู้ดีว่าการเผชิญหน้ากับท่านหญิงมณฑารัตน์ จะเป็นการทดสอบครั้งสำคัญ แต่พวกเขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมันไปด้วยกัน
"เราไปกันเถอะ" ภาคย์กล่าว
"ค่ะ" น้ำหนึ่งตอบรับ
ทั้งสองเดินออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงความหวังและความมุ่งมั่นที่จะเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้าย
4,520 ตัวอักษร