ตอนที่ 18 — การเปิดโปงและการต่อสู้เพื่อความจริง
เสียงกระทบกันของโลหะดังมาจากทางหน้าต่างห้องทำงานของธีรภัทร เขาผงะไปเล็กน้อย ก่อนจะคว้าปืนพกที่ซ่อนไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงานอย่างรวดเร็ว
"ลิลลี่! อยู่ในห้องนะ!" ธีรภัทรตะโกนเสียงดัง เขาไม่แน่ใจว่ามีใครเข้ามาในบ้านแล้วหรือยัง
เสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามา ธีรภัทรตั้งท่าเตรียมพร้อมเผชิญหน้ากับผู้บุกรุก ลิลลี่วิ่งออกมาจากห้องนอนด้วยใบหน้าซีดเผือด เธอกอดแขนธีรภัทรแน่น
"คุณภัทรคะ" เสียงของเธอสั่นเครือ
"ใจเย็นๆ นะครับ" ธีรภัทรพยายามปลอบ "ผมจะปกป้องเธอเอง"
ทันใดนั้น ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรง ชายร่างสูง สวมชุดสีดำทั้งตัว และสวมหน้ากากปิดบังใบหน้า ยืนประจันหน้าอยู่กับธีรภัทร
"แกมันก็แค่ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น!" เสียงทุ้มห้าวของผู้บุกรุกดังขึ้น "แกไม่สมควรได้รับทุกอย่างที่พ่อแกทิ้งไว้ให้!"
ธีรภัทรมองหน้าผู้บุกรุกด้วยความโกรธ "แกเป็นใคร! เข้ามาในบ้านฉันทำไม!"
"แกไม่จำเป็นต้องรู้!" ชายสวมหน้ากากกล่าว "แต่ขอบอกไว้เลยว่า... แกจะไม่ได้ครองมันไปง่ายๆ!"
ชายสวมหน้ากากพุ่งเข้าใส่ธีรภัทรอย่างรวดเร็ว ธีรภัทรยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อเตือน และพยายามหลบหลีกการโจมตีอย่างชำนาญ พวกเขาต่อสู้กันกลางห้องทำงานข้าวของกระจัดกระจาย
"แกกำลังทำอะไรผิดพลาด!" ธีรภัทรตะโกนขณะที่กำลังปัดป้องหมัดของคู่ต่อสู้ "เรื่องของพ่อฉัน... มันจบไปนานแล้ว!"
"จบไปแล้วงั้นเหรอ!" ชายสวมหน้ากากหัวเราะเยาะ "พ่อแกมันก็แค่ไอ้ขี้ขลาด! เขาขโมยทุกอย่างไปจากครอบครัวฉัน!"
"ขโมยอะไร!" ธีรภัทรสวนกลับ "แกกำลังพูดถึงอะไร!"
ในจังหวะที่ชายสวมหน้ากากเสียสมาธิ ธีรภัทรใช้จังหวะนี้ผลักเขาออกไปอย่างแรง จนล้มลงไปกองกับพื้น
"แกมันก็แค่คนพาล! ไม่รู้จักความจริง!" ธีรภัทรตะคอก
ทันใดนั้น เสียงไซเรนตำรวจก็ดังขึ้นจากภายนอกบ้าน ดูเหมือนว่าการยิงปืนขึ้นฟ้าของธีรภัทรจะไปถึงหูเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่คอยเฝ้าระวังอยู่
ชายสวมหน้ากากดูท่าทางตื่นตระหนก เขาลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว และพยายามจะหลบหนีออกไปทางหน้าต่าง
"ไม่มีทางหนีไปไหนได้หรอก!" ธีรภัทรตะโกน และพยายามจะตามไป แต่ลิลลี่ดึงแขนเขาไว้
"คุณภัทรคะ! ปล่อยเขาไปเถอะค่ะ! ตำรวจมาแล้ว!"
ไม่นานนัก ตำรวจก็สามารถควบคุมตัวชายสวมหน้ากากไว้ได้ เมื่อถอดหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ธีรภัทรและลิลลี่คุ้นเคย
"วิศรุต!" ลิลลี่อุทานด้วยความตกใจ
"เป็นไปได้ยังไง!" ธีรภัทรมองวิศรุตด้วยความไม่อยากเชื่อ
วิศรุตถูกนำตัวไปสอบสวนที่สถานีตำรวจ ธีรภัทรและลิลลี่ตามไปด้วยเพื่อให้ปากคำ
ที่สถานีตำรวจ วิศรุตยอมรับสารภาพ เขาคือคนที่ส่งอีเมลและรูปถ่ายให้กับธีรภัทร เขาเชื่อว่าพ่อของธีรภัทรเป็นคนทำให้ครอบครัวของเขาต้องล่มสลาย เขาต้องการแก้แค้น โดยการทำลายชื่อเสียงและธุรกิจของธีรภัทร
"ผมไม่เคยรู้จักคุณพ่อของคุณเลย" วิศรุตกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความแค้น "แต่พ่อของผม... เขาเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ผมฟังมาตลอด เขาบอกว่าพ่อของคุณมันเป็นคนขี้ขลาดที่ขโมยความฝันของเขาไป"
"พ่อของคุณกำลังโกหกคุณ!" ธีรภัทรกล่าวอย่างหนักแน่น "พ่อของผมไม่ได้ขโมยอะไรไปจากใคร! เขาสร้างทุกอย่างด้วยน้ำพักน้ำแรงของเขาเอง! ส่วนพ่อของคุณต่างหากที่พยายามจะฉ้อโกง!"
"ผมไม่เชื่อ!" วิศรุตตะคอก "คุณกำลังเข้าข้างพ่อของคุณ! ผมเห็นเอกสารทุกอย่างที่พ่อผมเตรียมไว้!"
"เอกสารที่พ่อของคุณเตรียมไว้..." คุณหญิงพิสมัยที่เพิ่งเดินทางมาถึงสถานีตำรวจกล่าวขึ้น "อาจจะเป็นเอกสารที่พ่อของเธอปลอมแปลงขึ้นมาก็ได้"
คุณหญิงพิสมัยยื่นเอกสารที่เธอค้นเจอจากบ้านของเธอให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เอกสารเหล่านั้นเป็นจดหมายเก่าๆ ที่พ่อของธีรภัทรเขียนถึงอรุณรัตน์ ซึ่งมีการกล่าวถึงแผนการของคุณอมรที่พยายามจะฉ้อโกงพ่อของธีรภัทร
"นี่คือหลักฐานที่แท้จริง" คุณหญิงพิสมัยกล่าว "พ่อของเธอพยายามจะเปิดโปงคุณอมร แต่คุณอมรกลับพยายามทำลายชื่อเสียงของเขาเสียก่อน"
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบเอกสารเหล่านั้นอย่างละเอียด ก็พบว่าหลักฐานของคุณหญิงพิสมัยมีความน่าเชื่อถือมากกว่าเอกสารที่วิศรุตนำมา
"คุณวิศรุต" เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าว "จากหลักฐานที่เรามี ดูเหมือนว่าคุณจะถูกหลอกให้เข้าใจผิดมาตลอด"
วิศรุตยืนนิ่งไป เขามองเอกสารของคุณหญิงพิสมัยด้วยความสับสน ก่อนจะหันไปมองธีรภัทรด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
"ผม... ผมขอโทษครับ" เขาเอ่ยเบาๆ "ผมไม่รู้ว่าเรื่องราวทั้งหมดมันเป็นแบบนี้"
ธีรภัทรมองวิศรุตด้วยแววตาที่อ่อนลง เขาเข้าใจดีว่าวิศรุตก็เป็นอีกคนที่ถูกบงการจากความแค้นในอดีต
"ผมรู้ว่าคุณแค้น" ธีรภัทรกล่าว "แต่การแก้แค้นด้วยการทำลายชีวิตคนอื่น ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง"
"ผม... ผมไม่รู้จะทำยังไง" วิศรุตกล่าว "พ่อของผม... เขาจากไปแล้ว ผมเหลือแค่ความแค้นที่เขาปลูกฝังมา"
"ตอนนี้คุณมีโอกาสที่จะเริ่มต้นใหม่แล้ว" ลิลลี่กล่าวอย่างอ่อนโยน "คุณสามารถเลือกที่จะเดินต่อไปบนเส้นทางที่ถูกต้องได้"
การเผชิญหน้าครั้งนี้จบลงด้วยการยอมรับความจริงและการให้อภัย ธีรภัทรตัดสินใจไม่ดำเนินคดีกับวิศรุต แต่เขาได้ยื่นข้อเสนอให้วิศรุตช่วยงานในบริษัทภายใต้การดูแลของเขา เพื่อให้วิศรุตได้เรียนรู้ที่จะสร้างชีวิตใหม่ด้วยตนเอง
เมื่อเรื่องราวทั้งหมดคลี่คลายลง ธีรภัทรและลิลลี่ก็ได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างสงบสุขอีกครั้ง ความไม่ไว้วางใจและความกังวลใจที่เคยมีเริ่มจางหายไป เหลือไว้เพียงความรักและความเข้าใจที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
"ขอบคุณนะคะคุณภัทร" ลิลลี่กล่าวขณะที่พวกเขากำลังเดินจับมือกันอยู่ริมทะเลสาบ "ถ้าไม่มีคุณ หนูคงไม่รู้จะทำยังไง"
"ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณลิลลี่" ธีรภัทรกล่าว "เธอคือคนที่เข้มแข็งที่สุดที่ผมเคยรู้จัก"
เขาจูบหน้าผากของลิลลี่เบาๆ "จากนี้ไป... เราจะเผชิญหน้าทุกอย่างไปด้วยกันนะครับ"
ลิลลี่ยิ้มตอบ ความรู้สึกอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ เธอรู้ดีว่าความรักของเธอกับธีรภัทรนั้นแข็งแกร่งพอที่จะฟันฝ่าทุกอุปสรรคไปได้
4,640 ตัวอักษร