หัวใจที่เขาขโมย

ตอนที่ 4 / 36

ตอนที่ 4 — ปฏิเสธไม่ได้ ถึงความรู้สึก

ใบหน้าของภาคินยังคงเรียบเฉย แต่แววตาของเขาฉายแววไม่พอใจอย่างชัดเจน “คุณมินตราครับ ผมไม่อยากให้มีเรื่องมีราวในงานนี้” ภาคินพูดเสียงเบา แต่ก็หนักแน่น “ผมขอให้คุณอย่าพูดอะไรที่จะสร้างความเข้าใจผิดอีก” มินตราเพียงยิ้มมุมปาก เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย สายตาจ้องมองมาที่ภาคินด้วยความท้าทาย “เข้าใจผิดเหรอคะ? หรือว่าคุณภาคินกำลังปิดบังอะไรอยู่กันแน่? ดูเหมือนคุณกับยัยเด็กนี่จะสนิทกันเกินกว่าที่เคยบอกไว้นะคะ” “คุณมินตราครับ” ภาคินเสียงเริ่มแข็งขึ้น “ผมขอเตือนคุณเป็นครั้งสุดท้าย ถ้าคุณยังไม่หยุดพูด ผมคงต้องขอตัวแล้ว” รสาหน้าชาไปหมด เธอไม่คิดว่าเรื่องจะบานปลายไปถึงขั้นนี้ มินตราจงใจจะสร้างปัญหาให้เธอชัดๆ เธอพยายามจะพูดแก้ต่าง แต่คำพูดกลับจุกอยู่ที่ลำคอ นึกย้อนไปถึงคำเตือนของตัวเองในตอนเช้า “วันนี้ต้องทำตัวดีๆ นะรสา อย่าให้เขาจับได้” แต่ดูเหมือนแผนการจะเริ่มผิดพลาดตั้งแต่ยังไม่ทันจะเริ่ม “ทำไมคะ? พูดความจริงมันผิดตรงไหน?” มินตราเชิดหน้าตอบกลับอย่างไม่ยอมแพ้ “หรือว่าคุณภาคินจะหวั่นไหวกับเด็กนี่จริงๆ จนต้องปกป้อง?” “ผมไม่เคยหวั่นไหวกับใครทั้งนั้น” ภาคินตอบเสียงเย็น แต่สายตากลับเหลือบมองรสาแวบหนึ่ง ราวกับจะสำรวจปฏิกิริยาของเธอ “และผมก็ไม่อนุญาตให้ใครมากล่าวหาผู้หญิงที่ผม… ให้ความเคารพ” คำว่า ‘ให้ความเคารพ’ หลุดออกมาจากปากภาคิน ทำเอารสาใจเต้นระรัว เธอแอบดีใจที่เขาปกป้องเธอ แม้จะเป็นเพียงคำพูดที่เลือกใช้ แต่สำหรับเธอ มันก็มีความหมาย มินตราหัวเราะในลำคอ “ให้ความเคารพเหรอคะ? ฟังดูน่าเชื่อถือมากเลยค่ะ” เธอหันมามองรสาด้วยสายตาเหยียดหยาม “แต่ฉันเห็นสายตาของคุณภาคินนะ มันไม่ได้มองด้วยความเคารพอย่างเดียวหรอก” “พอได้แล้วครับ” ภาคินก้าวเข้ามาใกล้รสามากขึ้น ราวกับจะใช้ร่างกายบังเธอจากสายตาของมินตรา “ผมจะพาคุณรสาไปคุยข้างนอก” ภาคินคว้าแขนรสาไปทันทีโดยไม่รอให้เธอตั้งตัว รสาตกใจกับการกระทำของเขา แต่ก็ไม่ได้ขัดขืน เธอปล่อยให้เขาจูงมือพาเดินออกจากงานไป ทิ้งให้มินตรามองตามด้วยความไม่พอใจ เมื่อออกมาถึงบริเวณลานกว้างด้านนอก ภาคินก็ปล่อยมือจากรสา เขาถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยหน่าย “ขอโทษด้วยนะครับคุณรสา” ภาคินพูดเสียงเรียบ “ผมไม่คิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น” รสาพยักหน้าช้าๆ เธอพยายามรวบรวมสติ “ไม่เป็นไรค่ะ คุณภาคิน” “คุณมินตรา… เธอคงไม่ชอบคุณเท่าไหร่” ภาคินพูดขึ้น ทำให้รสาเงยหน้ามองเขา “คะ?” “ผมหมายถึง… คุณมินตราเขาดูจะไม่ค่อยชอบหน้าคุณเท่าไหร่” ภาคินอธิบาย “เขาเป็นคนของ… คนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของครอบครัวผม เขาอาจจะมองคุณว่าเป็นคู่แข่ง” รสารู้สึกสับสน “คู่แข่ง? แต่… ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะ” “ผมรู้ครับ” ภาคินสบตาเธอ “แต่เขาอาจจะตีความไปเองก็ได้” “แล้ว… คุณภาคินคิดว่าฉันเป็นใครในสายตาของเขาคะ?” รสาถามออกไปตรงๆ เธออยากรู้ว่าภาคินมองเธออย่างไร ภาคินนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบ “ผมคิดว่า… เขาคงมองว่าคุณเป็นแค่ผู้หญิงที่พยายามจะเข้ามาป้วนเปี้ยนรอบตัวผม” คำตอบนั้นทำเอารสารู้สึกจุกที่อก เธอไม่คิดว่าภาคินจะมองเธอแบบนั้น แม้เขาจะบอกว่าเธอไม่ได้ทำอะไรผิด แต่การที่เขาใช้คำพูดแบบนั้น มันทำให้เธอรู้สึกแย่ “ฉัน… ฉันจะพยายามไม่ให้มีปัญหาอีกค่ะ” รสาพูดเสียงเบา เธอรู้สึกอยากจะวิ่งหนีไปให้พ้นจากตรงนี้ “ไม่ต้องห่วงครับ” ภาคินพูด ราวกับจะปลอบโยน “ผมจะจัดการเรื่องนี้เอง” “แล้ว… งานของคุณภาคินล่ะคะ?” รสาถาม “เดี๋ยวผมกลับเข้าไป” ภาคินตอบ “คุณรสา… ผมขอโทษอีกครั้งนะ” “ไม่เป็นไรค่ะ” รสาพยายามยิ้มให้เขา “ฉันขอตัวก่อนนะคะ” เธอรีบเดินเลี่ยงออกมาจากตรงนั้น หัวใจเต้นแรงด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งตกใจ สับสน และเสียใจเล็กน้อยที่ภาคินมองเธอแบบนั้น หรือบางที… เขาอาจจะไม่ได้มองเธอเลยก็ได้ ภาคินมองตามแผ่นหลังเล็กที่เดินจากไป แววตาของเขาซับซ้อนขึ้น เขาไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องรีบเข้าไปปกป้องเธอขนาดนั้น คำพูดของมินตรามันกระตุ้นอารมณ์บางอย่างในตัวเขา เขารู้สึกหงุดหงิดที่ใครมากล่าวหาหรือดูถูกเธอ ทั้งๆ ที่เขาเองก็เป็นคนวางแผนทุกอย่าง “เด็กคนนี้… ทำไมถึงทำให้ฉันรู้สึกแปลกๆ ได้ขนาดนี้นะ” เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะถอนหายใจแล้วเดินกลับเข้าไปในงาน รสาเดินกลับมาที่โต๊ะของเธอ เธอพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด แต่ก็อดไม่ได้ที่จะมองไปทางภาคินเป็นระยะๆ เธอเห็นเขากลับเข้าไปคุยกับผู้คนมากมาย ใบหน้ายังคงฉายแววสุขุมเยือกเย็นเหมือนเดิม ไม่มีใครรู้เลยว่าเมื่อครู่เขาเพิ่งจะทะเลาะกับผู้หญิงอีกคนเพราะเธอ “เป็นไงบ้างรสา?” แพรวาถามเมื่อเห็นรสาเดินกลับมา “เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น?” รสาถอนหายใจ “ไม่มีอะไรมากหรอกแพรวา แค่… มีคนเข้าใจผิดนิดหน่อย” “ใครล่ะ? เห็นคุณภาคินพาเธอออกไป” แพรวาชวนสงสัย “ก็… ผู้หญิงคนนั้นน่ะ” รสาเอ่ยถึงมินตรา “เขาเหมือนจะไม่ค่อยพอใจฉันเท่าไหร่” “อ้าว ทำไมล่ะ?” แพรวาเลิกคิ้ว “หน้าตาเธอก็ดูเป็นมิตรดีนี่” “ไม่รู้สิ” รสารีบเปลี่ยนเรื่อง “กินอะไรดีกว่า” เธอแสร้งทำเป็นสนใจอาหารในงาน ทั้งๆ ที่ในใจยังคงสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น ภาคิน… เขาทำไปเพราะอะไรกันแน่? เขาแค่รำคาญมินตรา หรือเขา… เป็นห่วงเธอจริงๆ? คำว่า ‘ให้ความเคารพ’ มันมีความหมายอะไรสำหรับเขา? หรือมันก็แค่คำแก้ตัวเพื่อปิดบังความจริงที่เธอคิดไปเอง? ตลอดทั้งงาน รสาพยายามหลีกเลี่ยงการสบตาของภาคิน เธอรู้ดีว่าถ้าสบตาเข้าไป เธออาจจะหลงเข้าไปในวังวนความคิดของตัวเองอีกครั้ง เธอจะทำอย่างไรต่อไป? แผนการที่วางไว้จะสำเร็จหรือไม่? และความรู้สึกที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเธอ… มันจะพาเธอไปในทิศทางไหน?

4,345 ตัวอักษร