ตอนที่ 8 — เสียงกระซิบจากคนแปลกหน้า
วันเวลาในอำเภอแม่ริมดำเนินไปอย่างเงียบเชียบ อรุณรัศมีพยายามปรับตัวเข้ากับชีวิตใหม่ เธอช่วยคุณป้าสมรดูแลสวนผลไม้และร้านขายของที่ระลึกเล็กๆ น้อยๆ ในตอนเช้า และในตอนบ่ายก็มักจะไปช่วยลุงสมศักดิ์ที่โรงงานแปรรูปผลไม้ การได้ลงมือทำอะไรบางอย่างช่วยให้เธอรู้สึกว่าชีวิตของเธอยังคงมีความหมายอยู่บ้าง แม้ว่าบางครั้งความคิดถึงใบหน้าของเขาจะยังคงผุดขึ้นมาเป็นระยะๆ
เช้าวันหนึ่ง ขณะที่เธอกำลังรดน้ำต้นกุหลาบที่ปลูกไว้ริมรั้ว คุณป้าสมรก็เดินออกมาจากบ้านพร้อมกับถาดผลไม้ “ทานอะไรหน่อยนะคุณหนู จะได้มีแรงทำงาน”
“ขอบคุณค่ะคุณป้า” อรุณรัศมียิ้มรับ พลางวางบัวรดน้ำลง “ช่วงนี้อากาศดี ผลไม้ก็คงจะออกเยอะเลยนะคะ”
“ใช่สิ” คุณป้าสมรยิ้ม “ถ้าผลไม้เยอะๆ ก็จะเอาไปทำแยมขายได้เยอะขึ้น ลุงสมศักดิ์แกตื่นเต้นใหญ่เลย”
“ลุงสมศักดิ์ดูมีความสุขกับการทำงานนะคะ” อรุณรัศมีเอ่ยชม
“แกมีความสุขกับการได้ลงมือทำสิ่งที่แกชอบน่ะ” คุณป้าสมรตอบ “ถึงแม้รายได้อาจจะไม่มากมายเท่าไหร่ แต่แกก็พอใจแล้ว”
เธอวางถาดผลไม้ลงบนโต๊ะไม้เล็กๆ ที่ตั้งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ “นี่ลองชิมมะม่วงแช่อิ่มนี่สิ ป้าทำเอง รสชาติกลมกล่อมดีนะ”
อรุณรัศมีหยิบมะม่วงแช่อิ่มชิ้นหนึ่งเข้าปาก รสหวานอมเปรี้ยวของมะม่วงแผ่ซ่านไปทั่วลิ้น “อร่อยมากเลยค่ะคุณป้า หวานกำลังดีเลย”
“ดีใจที่หนูชอบ” คุณป้าสมรพูดพลางยิ้ม “ว่าแต่… คุณหนูเขียนนิยายไปถึงไหนแล้วล่ะ”
“ก็… ช้าหน่อยค่ะคุณป้า” อรุณรัศมีตอบเสียงเบา “ยังหาแรงบันดาลใจไม่ค่อยเจอ”
“อย่าเพิ่งท้อนะ” คุณป้าสมรพูดปลอบ “เรื่องบางเรื่องมันก็ต้องใช้เวลา กว่าจะตกผลึก”
“ค่ะ” อรุณรัศมีรับคำ
ทันใดนั้นเอง เสียงรถยนต์คันหนึ่งก็ขับเข้ามาจอดบริเวณหน้าบ้าน เสียงเครื่องยนต์เงียบลง พร้อมกับเสียงประตูรถที่ถูกเปิดออก อรุณรัศมีหันไปมองตามเสียงด้วยความสงสัย เพราะปกติแล้วจะมีรถเข้ามาที่นี่ไม่บ่อยนัก
ชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงสแล็คสีเข้ม เดินลงมาจากรถ เขาดูภูมิฐาน ใบหน้าคมคาย แต่แฝงไว้ด้วยความเย็นชา อรุณรัศมีรู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ เขามีใบหน้าคล้ายกับ… ไม่สิ เธอคิดไปเอง
ชายหนุ่มคนนั้นกวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะเดินตรงมายังบริเวณที่คุณป้าสมรและอรุณรัศมีนั่งอยู่ “ขอโทษครับ ผมมาหาคุณสมร” เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“อ้าว เชิญค่ะ เชิญ” คุณป้าสมรลุกขึ้นยืนต้อนรับ “ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรคะ”
“ผมชื่อศิวกรครับ” ชายหนุ่มแนะนำตัว “ผมเป็นตัวแทนจากบริษัทส่งออกผลไม้ครับ พอดีได้ยินว่าที่นี่มีผลผลิตที่ดี อยากจะมาดูลู่ทางในการรับซื้อครับ”
“อ๋อ ยินดีเลยค่ะ เชิญนั่งก่อนนะคะ” คุณป้าสมรผายมือเชิญให้เขานั่งลงที่เก้าอี้ไม้ตัวหนึ่ง “น้ำอะไรดีคะ”
“น้ำส้มก็ได้ครับ” ศิวกรตอบ “ขอบคุณครับ”
อรุณรัศมีมองชายหนุ่มคนนั้นอย่างพิจารณา เขาดูไม่ใช่คนในพื้นที่แน่ๆ ท่าทางและการพูดจาดูเป็นคนเมืองกรุง แต่สิ่งที่ทำให้เธอประหลาดใจคือความรู้สึกบางอย่างที่ตีขึ้นมาในใจเมื่อได้สบตาเขา มันไม่ใช่ความคุ้นเคย แต่เป็นความรู้สึกที่คุ้นเคยอย่างประหลาด เหมือนเคยพบเจอที่ไหนมาก่อน
“นี่คุณหนู” คุณป้าสมรหันมาแนะนำ “นี่คุณศิวกร มาจากบริษัทส่งออกผลไม้”
อรุณรัศมียิ้มให้ศิวกรอย่างสุภาพ “สวัสดีค่ะ”
ศิวกรพยักหน้ารับ “สวัสดีครับ” เขามองอรุณรัศมีอยู่ครู่หนึ่ง แววตาฉายแววสงสัยเล็กน้อย ก่อนจะหันไปคุยกับคุณป้าสมรต่อ
บทสนทนาของทั้งสองคนดำเนินไปอย่างราบรื่นเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจและการผลิตผลไม้ คุณป้าสมรดูตื่นเต้นที่จะได้มีโอกาสขยายตลาด ส่วนศิวกรก็สอบถามข้อมูลอย่างละเอียด ใบหน้าของเขาดูสุขุม รอบคอบ และมีความเป็นมืออาชีพสูง
อรุณรัศมีพยายามตั้งใจฟัง แต่สมาธิของเธอก็อดจะแวบไปหาศิวกรไม่ได้ ทุกครั้งที่เขาพูด เธอจะรู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่างที่ยากจะอธิบาย ใบหน้าคมคายนั้น… มันทำให้เธอนึกถึงใครบางคนจริงๆ ใครบางคนที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล
“คุณหนูครับ” ศิวกรหันมาพูดกับเธอโดยไม่คาดคิด “คุณมาจากกรุงเทพฯ หรือเปล่าครับ”
อรุณรัศมีสะดุ้งเล็กน้อย “ค่ะ ฉันมาจากกรุงเทพฯ ค่ะ”
“ไม่ทราบว่าเคยไปแถวทองหล่อ หรืออโศกบ้างไหมครับ” เขาถามต่อ “เผื่อเคยเห็นร้านกาแฟร้านหนึ่ง ชื่อ ‘แสงดาว’”
อรุณรัศมีนิ่งอึ้งไปทันที ชื่อร้านกาแฟ ‘แสงดาว’… มันคือร้านกาแฟที่เธอเคยไปทำงานในช่วงที่กำลังตกงาน และเป็นที่ที่เธอได้พบกับเขาเป็นครั้งแรก “เคยค่ะ” เธอตอบเสียงแผ่วเบา “ฉันเคยไปที่นั่น”
“จริงหรือครับ” ศิวกรเลิกคิ้วเล็กน้อย “ผมเคยไปบ่อยเหมือนกันครับ”
“คุณ… รู้จักใครที่นั่นเหรอคะ” อรุณรัศมีถามอย่างระแวดระวัง
“ก็… ผมรู้จักเจ้าของร้านครับ” ศิวกรตอบ “เขาเป็นเพื่อนรุ่นพี่ของผม”
เพื่อนรุ่นพี่… คำนั้นทำให้หัวใจของอรุณรัศมีเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง เธอพยายามข่มความตื่นเต้นไว้ “อ๋อค่ะ”
“แล้วคุณหนูเคยไปทำงานที่นั่นหรือเปล่าครับ” ศิวกรถามต่อ สายตาจับจ้องมาที่เธออย่างมีความหมาย
อรุณรัศมีลังเล แต่ก็ตัดสินใจตอบ “เคยค่ะ ฉันเคยไปทำงานที่นั่นช่วงสั้นๆ ค่ะ”
“น่าสนใจ” ศิวกรยิ้มมุมปากเล็กน้อย “โลกกลมจริงๆ เลยนะครับ”
บทสนทนาของทั้งสามคนก็กลับมาเป็นเรื่องธุรกิจอีกครั้ง แต่สำหรับอรุณรัศมีแล้ว โลกทั้งใบของเธอเหมือนจะหมุนคว้างไปหมด การพบเจอศิวกร ทำให้เกิดคำถามมากมายในใจ เขาดูเหมือนจะรู้จักใครบางคนในอดีตของเธอ หรือว่า… เขาคือใครคนนั้นจริงๆ อย่างนั้นหรือ
เมื่อใกล้จะถึงเวลาเที่ยง ศิวกรก็ขอตัวกลับ “ผมขอตัวก่อนนะครับคุณสมร วันหลังผมจะมาอีกครั้งเพื่อคุยเรื่องรายละเอียด”
“ได้เลยค่ะ ยินดีต้อนรับเสมอ” คุณป้าสมรกล่าว
ศิวกรเดินมาที่รถ เขาหันมามองอรุณรัศมีอีกครั้ง “หวังว่าจะได้พบกันอีกนะครับคุณหนู”
“เช่นกันค่ะ” อรุณรัศมีตอบรับ พยายามเก็บซ่อนความสับสนที่ถาโถมเข้ามา
เมื่อรถของศิวกรแล่นออกไปจากบริเวณบ้าน อรุณรัศมีก็ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก ชายหนุ่มคนนั้น… ใบหน้าของเขาคล้ายกับเขาเหลือเกิน และคำพูดของเขาก็ยิ่งทำให้เธอสับสนมากขึ้นไปอีก เขาอาจจะเป็นแค่คนแปลกหน้าที่มีใบหน้าคล้ายใครบางคน หรือเขาอาจจะเป็นเงื่อนเงาของอดีตที่ตามหาเธอมาจนเจอ
4,745 ตัวอักษร